ประเทศนี้หวังพึ่งใครได้ !?!? พระพุทธะอิสระ สงสัยจ๊ะ จวกยับ ย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร ...แจงข้อสังเกตแบบนี้หรือเปล่า

ประเทศนี้หวังพึ่งใครได้ !?!? พระพุทธะอิสระ สงสัยจ๊ะ จวกยับ ย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร ...แจงข้อสังเกตแบบนี้หรือเปล่า

Publish 2017-08-30 09:40:13

สืบเนื่องจากวานนี้ (29 สิงหาคม 2560) ผู้สื่อข่าวรายงานสำนักงานรองนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งโยกย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ จากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีแทน เพื่อผลประโยชน์ต่อทางราชการ



จากเอกสารบันทึกข้อความ สำนักงานรองนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอรับโอนราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

มีใจความคร่าวๆระบุว่า ด้วยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอขอรับโอนพันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์ทางราชการและทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้พิจารณาแล้วว่าเห็นชอบด้วยตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ จึงเห็นสมควรให้นำเรื่องดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้มีการเซ็นอนุมัติแล้วจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สำหรับประวัติโดยย่อของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์  รับราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2546   ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ  ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการปฏิบัติการพิเศษ เนื่องจากมีความรู้ความสามารถ ปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสะกดรอยและการปฏิบัติการพิเศษ  จนได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนสะกดรอย

ผลงานสำคัญๆ ถูกมอบหมายให้เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสะกดรอยหาเบาะแสของคนร้าย หลังหัวระเบิดอาร์พีจีสูญหาย จากคลังแสงของกองทัพบก จนมีความกังวลว่า อาวุธสงคราม ที่หายไป อาจถูกนำมาใช้ก่อเหตุความไม่สงบในประเทศ 

นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำกำลังเข้าจับกุมจับ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการบริหารนิตยสาร วอยซ์ ออฟ ทักษิณ และแกนนำกลุ่มแดงสยามในคดีหมิ่นสถาบัน ขณะหลบหนีไปอยู่ที่ อ.อรัญประเทศ จ. สระแก้ว

สำหรับบทบาทในฐานะผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ  ได้ทำคดีสำคัญๆ ที่เกี่ยวเนื่องการติดตามคดีรถยนต์หรูเลี่ยงภาษี และ รถยนต์โบราณ  2 คันที่เป็นข่าวโด่งดังและพ.ต.ท.พงศ์พร ร่วมรับผิดชอบก็คือ คดีรถยนต์ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม  โดยตามแนวทางการสอบสวนเชื่อว่ามีการปลอมลายมือชื่อผู้อื่น พร้อมมาสำแดงการนำเข้าโครงรถยนต์เป็นยี่ห้อแพนเธอร์ ส่วนเครื่องยนต์เป็นยี่ห้อจากัวร์ หมายเลขตัวรถ 731 หมายเลขเครื่องยนต์ 8L 66240-L

และคันที่สองเป็นรถยนต์เบนซ์โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ตั้งแต่กระบวนการนำเข้า การเสียภาษี และพบว่ามีการใช้เอกสารเท็จในการจดทะเบียน

ส่วนความเกี่ยวข้องในคดีของพระธัมมชโย  พ.ต.ท.พงศ์พร  เคยได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในชุดเจรจาร่วมกับ นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เดินทางมาร่วมและพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในการประสานงานให้พระธัมมชโยเข้ามอบตัวสู้ข้อกล่าวหาแต่ไม่เป็นผล 


ต่อมาบนเฟซบุ๊กหลวงปู่พุทธะอิสระได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่เกิดขึ้นระบุว่า

สงสัยจ๊ะ สงสัย
๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๐

หากข้าราชการที่ใจซื่อ มือสะอาด ตั้งใจทำงานในหน้าที่อย่างซื่อตรง กลับถูกย้าย แล้วประเทศนี้จักหวังพึ่งใคร
สงสัยจ๊ะ สงสัย เหตุที่ย้าย ผอ.สำนักพุทธ เพราะมหาเถรบีบรัฐบาลใช่ไหม

สงสัยจ๊ะ สงสัย หาก ผอ.สำนักพุทธไม่ไปขุดคุ้ยเรื่องทุจริตเงินทอน เงินอุดหนุนวัด และเงินอุดหนุนพระพุทธศาสนา คงไม่ถูกบีบให้ย้ายใช่ไหม

สงสัยจ๊ะ สงสัย ย้าย ผอ.สำนักพุทธ เพื่อยุติคดีทุจริตเงินทอน และทุจริตในวงการสงฆ์ใช่ไหม

สงสัยจ๊ะ สงสัย ทำไมไม่ลองย้ายรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลสำนักพุทธดูบ้าง เพราะไม่เห็นความชัดเจนในการทำงานใดๆ ในด้านศาสนาเลย มีแต่โอ้โลมปฏิโลม ลูบหน้าปะจมูกอย่างที่เห็น

สงสัยจ๊ะ สงสัย ผอ.สำนักพุทธ คนที่จะตั้งใหม่ ต้องขออนุญาตมหาเถรก่อนด้วยหรือเปล่า

พุทธะอิสระชักเริ่มที่จะเหนื่อยต่อการตั้งข้อสงสัยกับรัฐบาล คสช.แล้ว แต่ยังไง มันได้ลงเรือแป๊ะแล้ว คงต้องพยายามลุ้นให้เรือลำนี้ไปถึงฝั่งให้ได้

พุทธะอิสระ

 

อ้างอิง หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน