กราบสาธุ...สมเด็จพระสังฆราชประทานพระโอวาทผบช.น ให้มีอุดมการณ์เพื่อการทำงานมุ่งประโยชน์เพื่อส่วนรวม  มากกว่าส่วนตนตามหลักพระพุทธศาสนา

กราบสาธุ...สมเด็จพระสังฆราชประทานพระโอวาทผบช.น ให้มีอุดมการณ์เพื่อการทำงานมุ่งประโยชน์เพื่อส่วนรวม มากกว่าส่วนตนตามหลักพระพุทธศาสนา

Publish 2017-07-08 10:21:53

ในเฟสบุคสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้โพสต์พระกรณียกิจ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันศุกร์ที่7กค.2560 ที่ สมเด็จพระสังฆราชเสด็จออก ณ ไพที หน้าพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้พล.ต.ท ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำข้าราชการตำรวจ แม่บ้านตำรวจ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ตลอดจนพุทธศาสนิกชน เฝ้าถวายเทียนพรรษาและจตุปัจจัยแด่คณะสงฆ์วัดราชบพิธ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาพร้อมทั้งขอรับประทานพระโอวาท เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานและการดำเนินชีวิต     
 



ในการนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาทความตอนหนึ่งว่า
"ท่านทั้งหลายได้อุตส่าห์นำวัตถุปัจจัยต่างๆมาถวายก็ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ มุ่งถวายเป็นเครื่องบูชาพระรัตนตรัย และเป็นของใช้สอยยังประโยชน์แก่คณะพระภิกษุสามเณร ที่เรียกกันว่า สงฆ์ ซึ่งแปลว่ากลุ่มหรือหมู่คณะ ดังที่เราชาวพุทธเรียกการให้อย่างนี้ว่า สังฆทาน
  สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสรรเสริญไว้ว่า การถวายสังฆทาน คือการถวายทานให้แก่หมู่คณะสงฆ์อย่างไม่เจาะจงให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด เป็นทานอันเลิศ เกิดผลบุญอันมีอานิสงส์สูงส่งยิ่งกว่าการให้เจาะจงต่อใครคนใดคนหนึ่งที่เรียกว่า ปาฏิบุคลิกทาน จนถึงแม้กระทั่งเจาะจงถวายต่อพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้อานิสงส์เลิศเท่ากับการถวายแก่หมู่สงฆ์ ซึ่งทรงชี้แจงไว้ว่าได้บุญกุศลสูงส่งกว่า       ถ้าพิจารณาให้ลึกซึ้งถึงนัยที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงอานิสงส์ไว้ ย่อมพบคำตอบได้ว่าการคำนึงถึงประโยชน์แห่งหมู่คณะยิ่งกว่าประโยชน์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดย่อมเป็นวิถีทางที่ถูกที่ควรในการประพฤติปฎิบัติตนของความเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี
  ยิ่งท่านทั้งหลายล้วนมีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสุขความทุกข์ของประชาชน หากท่านทำกิจการงานทั้งปวง โดยมีเป้าหมายคือประโยชน์สุขของส่วนรวม กล่าวคือชาติไทยเป็นสำคัญ มิใช่เพื่อความสุข หรือประโยชน์จำเพาะแก่พวกหนึ่งพวกใดหรือคนหนึ่งคนใดแล้ว การทำงานของท่านก็เสมอด้วยการประพฤติธรรม เพราะเท่ากับว่าท่านกำลังทำหน้าที่อยู่ด้วยกุศลเจตนา

 

 


 



  การให้ ไม่ว่าจะด้วยวัตถุสิ่งของ หรือประโยชน์เชิงนามธรรมจากการทำงานอย่างสุจริตของท่าน ก็ย่อมจัดเป็นคุณูปการสำหรับแผ่นดิน เป็นประโยชน์ค้ำจุนคนทั้งชาติร่วมกัน ในลักษณะที่เปรียบได้ดั่งสังฆทาน
   แต่ถ้าท่านทำงานโดยมุ่งประโยชน์ส้วนตนหรือประโยชน์ของพวกพ้องเฉพาะกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แม้จะเป็นผลดีก็ตามที แต่ก็ไม่อาจอำนวยความสุขให้กฎหมายในนามรัฐย่อมไม่เกิดประสิทธิผลตามที่ควรจะเป็น เปรียบเสมือนท่านให้เพียงจำเพาะรายบุคคล แบบปาฏิบุคลิกทาน
   ส่วนบุคคลใดทำการงานโดยไม่ซื่อสัตย์ โดยทุจริตเป็นอันธพาลที่ปลอมตัวมาในคราบของคนดีเสียแล้ว ก็ไม่ควรจะต้องพูดถึงกัน เพราะไม่ว่าเขาผู้นั้นจะหวังประโยชน์สำหรับใครๆก็ล้วนแต่เป็นบาป นำความตกต่ำเสื่อมถอยเป็นที่หมายได้ทั่งในชีวิตนี้และในชีวิตหน้า บุคคลประเภทที่กล่าวสุดท้ายนี้ไม่ควรเป็นตำรวจ และไม่ควรจะเป็นสมาชิกในสังคมเสียเลยด้วยซ้ำ
  การถวายสังฆทานของท่านในวันนี้ นอกจากจะได้อานิสงส์มาก เป็นบุญอันเลิศที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญแล้ว จึงยังเตือนใจทุกท่านให้มีอุดมการณ์เพื่อการทำงาน และการดำรงชีวิต โดยมุ่งถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์เฉพาะตน หรือ เฉพาะบุคคลหนึ่งบุคคลใด ตามหลักการในพระพุทธศาสนา

 

ขอบคุณ:ภาพ ข้อมูล จากเฟสบุคสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญระดม จิตรดอน

ติดตามข่าวอื่นๆ