ใครมั่วกันแน่!?!? บก.ลายจุด โดนตอกกลับถึงกับเงิบ หลังโพสต์โจมตี "ทีนิวส์" ข้อมูล ชื่อสนามศุภฯ ผิด (มีคลิป)

Publish 2017-04-24 13:27:51

           จากกรณีที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือที่รู้จักกันดีในนามหรือ บก.ลายจุด แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงที่ทำตัวเป็นนักวิชาการ ทำตัวเป็นผู้รู้ ได้โพสข้อความและรูปถ่าย ซึ่งเป็นภาพของแสดงความคิดเห็นสมาชิกเฟสบุครายหนึ่ง โดยของความของนายสมบัติ ระบุว่า “
           เสียงสะท้อนผู้อ่าน Tnews กรณีสนามศุภฯ” และข้อความของสมาชิกรายดังกล่าว บางช่วงบางตอนระบุว่า “สรุป ทีนิวส์ มั่วอีกครั้งที่ 780 สนามศุภชลาศัย เป็นชื่อเรียกไม่เป็นทางการ ไม่เคยมีชื่อนี้ในสารบบราชการ เขาเรียกชื่อว่ากรีฑาสถานแห่งชาติ ส่วนสนามศุภที่เรียกกันนั้น ชาวบ้านชาวช่องเขาเรียกกันเพราะหลวงศุภชลาศัย แกมีส่วนผลักดันโปรเจคนี้..”

           

           ดิฉันวิลาสินี แววคุ้ม ในฐานะคนเขียนบทความนี้ข้อชี้แจงให้กับคุณสมบัติให้เข้าใจดังต่อไปนี้

ประการแรก การที่กล่าวหาว่าสนามศุภชลาศัย เป็นชื่อเรียกไม่เป็นทางการ ไม่เคยมีชื่อนี้ในสารบบราชการ ไม่เป็นความจริง แต่อย่างใด

              หลวงศุภชลาศัย อธิบดีกรมพลศึกษา ในรัฐบาลของจอมพล ป พิบูลสงคราม มีแนวคิดที่จะก่อสร้างกรีฑาสถานแห่งชาติ และได้เริ่มก่อสร้างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 จวบจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2484 นับตั้งแต่วันก่อสร้างได้ใช้ชื่อเรียกสนามแห่งนี้ว่า “สนามกรีฑาสถาน” จวบจนกระทั่งเมื่อ วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 กรมพลศึกษา ได้เปลี่ยนชื่อสนามกรีฑาสถาน เป็น “สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ”เพื่อเป็นเกียรติแก่ หลวงศุภชลาศัย ปัจจุบัน นิยมเรียกสั้นๆ เพียงว่า สนามศุภชลาศัย หรือ สนามกีฬาแห่งชาติ

              จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพลศึกษา พบว่านาวาโท หลวงศุภชลาศัย ร.น. ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2477 จนถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2485 หาเทียบเคียงเวลาดูแล้ว ปรากฏว่า การเปลี่ยนชื่อสนามศุภชลาศัย เกิดขึ้นในยุคของ หลวงศุภชลาศัย ดำรงตำแหน่งอธิบดี เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนชื่อสนามกรีฑาสถาน มาเป็นสนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ โดยอ้างว่าเพื่อเป็นเกียรติแก่ตนเอง ในขณะที่ตนเองเริงอำนาจอยู่นั้น จะเรียกว่าเป็นเกียรติได้หรือไม่??

              หรือแม้ไม่ใช่ตนเองผลักดันในการเปลี่ยนชื่อ แต่ลูกน้องหรือบริวารในขณะนั้นผลักดันให้ตนเอง ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำให้การรับสมอ้าง.. อันนี้ก็ต้องถามคุณสมบัติดู เพราะชัดเจนว่าการที่คุณสมบัตินำรูปภาพนั้นมาเผยแพร่ต่อ แสดงถึงเจตนาใส่ร้ายตัวของดิฉัน และสำนักข่าวทีนิวส์ชัดเจน

               ที่น่าแปลกใจว่าระดับแกนนำการเคลื่อนไหว ขวัญใจกลุ่มนปช. ทำไมถึงไม่ได้มีการติดตาม สืบค้น ค้นคว้าหาข้อมูลอันแท้จริง ก่อนจะมากล่าวหาคนอื่น แต่ดิฉันทำงานกับสำนักข่าวทีนิวส์เป็นระยะเวลาสองปีเศษ ได้รับการอบรมสั่งสอนคือการนำเสนอข่าวต้องมีกระบวนการ ที่เรียกว่าค้นคว้า ที่มาที่ไปเสนอข้อมูลที่แท้จริงออกสู่สังคม



 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฏฐธิดา สิทธิผล

ติดตามข่าวอื่นๆ