ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป!! จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุด เท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย  เราจะเอาตัวรอดอย่างไรหากวันนั้นมาถึง

ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป!! จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุด เท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เราจะเอาตัวรอดอย่างไรหากวันนั้นมาถึง

Publish 2017-04-20 20:56:37

วันที่ 29 เม.ย.58 เพจแฉความลับ โดยเสธน้ำเงินได้ เปิดเผยถึงการรับมือหากต้องเผชิญแผ่นดินไหว เราจะมีวิธีจะเอาตัวรอดดีๆ ได้อย่างไร

เรื่อง “วงแหวนแห่งไฟ” ที่เป็นผลมาจากการเคลื่อนที่และการชนกันของแผ่นเปลือกโลก เป็นบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง มีลักษณะเป็นรูปเส้นเกือกม้า ความยาวรวมประมาณ 40,000 กิโลเมตร และวางตัวตามแนวร่องสมุทร แผ่นดินไหวกว่า 80% ของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ เกิดขึ้นในบริเวณนี้

นอกจากวงแหวนแห่งไฟ ยังมีแนวแผ่นดินไหวอีก ได้แก่ แนวเทือกเขาอัลไพน์ ซึ่งมีแนวต่อมาจากเกาะชวาสู่เกาะสุมาตรา ผ่านเทือกเขาหิมาลัย , แถบเทือกเขาอนาโตเลีย ที่ประเทศตุรกี ผ่านบริเวณตะวันออกกลาง จนถึงเทือกเขาหิมาลัย เช่น ประเทศอัฟกานิสถาน ประเทศจีน และประเทศพม่า

และแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางทวีปยุโรปตอนใต้ แนวแผ่นดินไหวแห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น 17% ของทั้งโลก และอีกแห่งคือ แนวกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น 5-6% ของทั้งโลก ประเทศที่ตั้งหรือมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในแนววงแหวนแห่งไฟ ได้แก่

ประเทศเบลีซ โบลิเวีย บราซิล แคนาดา โคลัมเบีย ชิลี คอสตาริกา เอกวาดอร์ ติมอร์-เลสเต เอลซัลวาดอร์ ไมโครนีเซีย ฟิจิ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น คิริบาส เม็กซิโก นิวซีแลนด์ นิการากัว ปาเลา ปาปัวนิวกินี ปานามา เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย ซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ตองกา ตูวาลู และสหรัฐอเมริกา

"แผ่นดินไหว" เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ เกิดจากการเคลื่อนตัวโดยฉับพลันของเปลือกโลก เกิดการสั่นสะเทือนของพื้นดิน ส่วนใหญ่แผ่นดินไหวมักเกิดตรงบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลก เนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงาน เพื่อลดความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลกออกมา ปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่

การเคลื่อนตัวดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากชั้นหินหลอมละลาย ที่อยู่ภายใต้เปลือกโลกได้รับพลังงานความร้อนจากแกนโลก และลอยตัวผลักดันเปลือกโลกตอนบนตลอดเวลา ทำให้เปลือกโลกแต่ละชิ้นมีการเคลื่อนที่ในทิศทางต่าง ๆ กัน (คล้ายเปลือกโรคถูกความร้อนปิ้ง) พร้อมกับสะสมพลังงานไว้ภายใน

บริเวณขอบของชิ้นเปลือกโลก จึงเป็นส่วนที่ชนกันเสียดสีกัน หรือแยกจากกัน หากบริเวณขอบของชิ้นเปลือกโลกใดผ่าน หรืออยู่ใกล้กับประเทศใดประเทศนั้น ก็จะมีความเสี่ยงต่อภัยแผ่นดินไหวสูง นอกจากนั้นพลังที่สะสมในเปลือกโลก ถูกส่งผ่านไปยังเปลือกโลกพื้นของทวีป ตรงบริเวณรอยร้าวของหินใต้พื้นโลก หรือที่เรียกว่า “รอยเลื่อน”

เปลือกโลกของเราประกอบด้วยแผ่นเปลือกโลก จำนวนประมาณ 12 แผ่นใหญ่ ทั้งที่เป็นแผ่นมหาสมุทรและแผ่นทวีป ซึ่งมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา บางแผ่นมีการเคลื่อนแยกออกจากกัน บางแผ่นเคลื่อนเข้าหาและมุดซ้อนเกยกัน และบางแผ่นเคลื่อนเฉียดกัน เป็นสาเหตุของแรงเครียดที่สะสมไว้ภายในเปลือกโลกนั่นเอง

เมื่อระนาบ รอยร้าวที่ประกบกันอยู่ได้รับแรงอัดมากๆ ก็จะทำให้รอยเลื่อนมีการเคลื่อนตัวอย่างฉับพลันเกิดเป็น แผ่นดินไหวเช่นเดียวกัน ยังมีอีกหลายสาเหตุในโลกนี้ที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวสะเทือน เช่น การระเบิดของระเบิดนิวเคลียร์ (atomic bomb) หรือ การระเบิดของภูเขาไฟ เป็นต้น แต่ทำให้แผ่นดินไหวสะเทือนอ่อนมาก และเกิดไม่บ่อย

สาเหตุอื่นๆ เช่น การระเบิดของภูเขาไฟ แผ่นดินถล่ม การไหลหมุนเวียนของน้ำใต้ดิน การเคลื่อนตัวของหินหลอมละลาย การเปลี่ยนแปลงสถานะใต้ดิน แรงระเบิดของการทำเหมืองแร่ การยุบตัวใต้ดิน ลม ความดันบรรยากาศ คลื่นในทะเล น้ำขึ้นหรือลง การกักเก็บน้ำในเขื่อน การชนของอุกาบาต

พลังงานจากแผ่นดินไหว จะแผ่กระจายออกจากจุดศูนย์กลางไปในทุกทิศทาง คล้ายคลื่นที่เกิดจากการที่เราโยนก้อนหิน ลงในสระน้ำที่มีน้ำนิ่งๆ ซึ่งจะเห็นคลื่นน้ำกระจายออก จากจุดที่ก้อนหินกระทบผิวน้ำในสระ พลังงานจะมีมากที่สุด ณ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว และจะลดความรุนแรงลงเมื่อไกลจุดศูนย์กลางออกไป

 

 




ปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถทำนายเวลา สถานที่ และความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ แต่เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กๆ ในบริเวณเดียวกัน หลายสิบครั้งหรือหลาย ร้อยครั้งในระยะเวลาสั้นๆ เป็นวันหรือในสัปดาห์ อาจเป็นสิ่งบอกเหตุล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่กว่าตามมาได้

หรือในบางบริเวณที่เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอดีต สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าว่าอาจเกิด แผ่นดินไหวใหญ่ที่มีขนาดเท่าเทียมกัน หากบริเวณนั้นว่างเว้นช่วงเวลาการเกิดแผ่นดินไหวเป็นระยะเวลา ยาวนานหลายสิบปี หรือหลายร้อยปี ยิ่งมีการสะสมพลังงานที่เปลือกโลกในระยะเวลายาวนานเท่าใด การเคลื่อนตัวโดยฉับพลันเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงก็เพิ่มมากขึ้น

ค่าเฉลี่ยของการเกิดแผ่นดินไหวทั่วโลกในแต่ละปี มีมากกว่า 1 ล้านครั้ง เป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 7.0 – 7.9 จำนวน 15 ครั้งต่อปี , ขนาดตั้งแต่ 8.0 ขึ้นไป เกิดขึ้นเฉลี่ยปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2543 – 2555 พบว่ามากกว่าค่าเฉลี่ย 8.0 จำนวน 4 ปี , มาตรวัดตรวจสอบขนาดของแผ่นดินไหวในปัจจุบันที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากกว่าคือมาตรวัดแบบ “แมกนิจูด”

ซึ่งไม่มีหน่วย เมื่อเขียนแสดงตัวเลขจะบอกเป็นขนาด เช่น แรงสั่นสะเทือนขนาด 4.3 หรือ M 4.3 การใช้มาตรวัดแบบแมกนิจูด จะสามารถระบุขนาดของแผ่นดินไหวในระดับใหญ่ได้เที่ยงตรงกว่า มาตรวัดแบบริกเตอร์ ที่เหมาะกับการวัดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางและขนาดเล็ก

แผ่นดินไหวที่ทำให้คนรู้สึกได้ จะมีขนาดอยู่ที่ 4.0 มีความรุนแรงเทียบเท่ากับฟ้าผ่าขนาดใหญ่ แต่ในแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่ 6.0 ขึ้นไป ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเทียบได้กับการปลดปล่อยพลังงานของระเบิดนิวเคลียร์ 1 ลูก (เนปาล เม.ย.58) แต่หากแรงสั่นสะเทือน 9.0 มีพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา เทียบเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ถึง 32,768 ลูก

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งจะมีพลังทำลายล้างได้มากแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่รู้สึกได้มากน้อยเพียงใด และขึ้นอยู่กับระยะทางจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว แผ่นดินไหว นอก จากจะทำให้อาคารโยกไหวแล้ว แผ่นดินไหวอาจทำให้พื้นดิน มีสภาพคล้ายของเหลวเมื่อเกิดในบริเวณที่มีสภาพดินเป็น ดินทราย และมีระดับน้ำใต้ดินสูง

ในสภาพเช่นนี้ อาจเกิดสภาวะทรายดูด หรือดินไหลในแนวราบเช่นเดียวกับของเหลว สิ่งก่อสร้าง อาจจมหรือทรุดตัวลง ความเสียหายของโครงสร้างอาคารที่เกิดจากการเกิดแผ่นดินไหว พบว่ามีโครงสร้างจำนวนมากเสียหายจากการที่พื้นดินกลายสภาพคล้ายของเหลวขณะเกิดแผ่นดินไหว

ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สินของมนุษย์ได้ เป็นบริเวณกว้าง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ เรามักจะได้ยินข่าวการเกิดแผ่นดินไหว ในแถบประเทศเพื่อนบ้านบ่อยครั้งขึ้น ทำให้คนไทยเริ่มตื่นตัวกับเรื่องแผ่นดินไหว และโดยเฉพาะในรอบประเทศไทยเองก็มีแนวรอยเลื่อนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ รวม 3 จุด คือ

ประเทศพม่า หมู่เกาะนิโคบาร์ มหาสมุทรอินเดีย และแถบสุมาตรา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย..หมอดูชื่อดัง ฉายานอสตราดามุสเมืองไทย ได้ทำนายดวงชะตาบ้านเมือง ประเทศข้างเคียง ตลอดจนสถานการณ์โลก ในเดือนพฤษภาคม 2558 ไว้ตอนหนึ่งว่า

"...จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุด เท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นทางภาคเหนือ โดยจะเกิดต่อเนื่องในหลายๆ ครั้ง และแต่ละครั้งจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ๆ รวมทั้งตึกรามบ้านช่องจะถล่มทลาย ชีวิตผู้คนต้องปลิดปลงเหมือนใบไม้ร่วง....มีคนอดอยากล้มตาย เกิดโรคระบาดและภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค.."

 

 

 


ฟังหูไว้หูไว้ แต่สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเผชิญภัยแผ่นดินไหว คือ การเตรียมพร้อมที่ดี การให้ความรู้ และข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหวต่อประชาชน เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้น ข้อแนะนำการเตรียมความพร้อมในการเอาตัวรอด เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ดังนี้

1. สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลง จากความผิดปกติรอบตัวก่อนเกิดแผ่นดินไหว

- น้ำใต้ดิน ชาวจีน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของน้ำในบ่อน้ำ 5 ประการ ก่อนเกิดแผ่นดินไหว
ได้แก่ น้ำขุ่นขึ้น มีการหมุนวนของน้ำ ระดับน้ำในแหล่งน้ำเปลี่ยนแปลง มีฟองอากาศ และ รสขม

- พฤติกรรมของสัตว์หลายชนิด จะมีการรับรู้ถึงภัยก่อนเกิดแผ่นดินไหว เช่น แมลงสาบจำนวนมากวิ่งเพ่นพ่าน , สุนัข เป็ด ไก่ หมู ตื่นตกใจ ร้องเสียงดัง , หนู งู ใส้เดือน วิ่งออกมาจากรู , นก บินสับสนอลหม่าน , ปลา กระโดดขึ้นจากผิวน้ำ ฯลฯ

---------------------------------------->

2. ขณะเกิดแผ่นดินไหว

- ให้ตั้งสติ อย่าตกใจ ปิดไฟ เปิดประตู อยู่ในที่ที่แข็งแรง ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้หน้าต่าง หรือผนังห้อง หรือใกล้กำแพง อยู่ในจุดเดิมของบ้านอย่าวิ่งไปไหน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บที่หัว เพราะวิ่งเข้า-ออกจากบ้าน

- ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืน หรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนักได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง

- แต่หากอยู่ในอาคารสูงควรตั้งสติให้มั่น หาหนังสือคลุมศีรษะไว้ หากออกจากอาคารไม่ได้ให้หมอบอยู่ใต้โต๊ะ และให้หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้ แต่ถ้าออกได้รีบออกจากอาคารโดยเร็วแต่อย่าแย่งกันออกที่ประตูจะเหยียบกัน และ ”ห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาด”

- อย่าใช้เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลว หรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น

- ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวนต่างๆ ที่ปลอดภัยโล่งแจ้ง

- ถ้ากำลังขับรถให้ชลอและหยุด แต่ห้ามหยุดใต้สะพาน ใต้ทางด่วน ใต้สายไฟฟ้าแรงสูง ใกล้ป้ายโฆษณา บริเวณใกล้กับปั๊มนํ้ามัน หรือโรงงานที่มีน้ำมันเชื้อเพลิง และให้อยู่ภายในรถจนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด

- หากอยู่ชายหาดให้รีบอยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง

---------------------------------------->
3. หลังจากเกิดแผ่นดินไหว

- ให้รีบออกจากอาคารที่ชำรุดโดยด่วน เพราะอาจเกิดการพังทลายลงมา

- ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่นๆ และสิ่งหักพังแทง

- ตรวจเช็กการบาดเจ็บ และทำการปฐมพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ทำการรักษาต่อไป

- ตรวจเช็กระบบน้ำ ไฟฟ้า หากมีการรั่วซึม หรือชำรุดเสียหาย ให้ปิดวาล์ว เพื่อป้องกันน้ำท่วม ยกสะพานไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟรั่ว ไฟฟ้าดูด หรือไฟฟ้าช็อต

- ตรวจเช็กระบบแก๊ส โดยวิธีการดมกลิ่นเท่านั้น หากพบว่ามีการรั่วซึมของแก๊ส (มีกลิ่น) ให้เปิดประตูหน้าต่าง แล้วออกจากอาคาร รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยผู้ที่รับผิดชอบได้ทราบ

- ห้ามใช้โทรศัพท์โดยไม่จำเป็น

- อย่ากดน้ำล้างส้วม จนกว่าจะมีการตรวจเช็กระบบท่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะอาจเกิดการแตกหักของท่อในส้วม ทำให้น้ำท่วมเอ่อ หรือส่งกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาออกมาทำลายสุขภาพจิต

- ให้ไปรวมกัน ณ ที่หมายที่ได้ตกลงนัดหมายกันไว้ และตรวจนับจำนวนสมาชิกว่าอยู่ครบหรือไม่

- ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าปฏิบัติงานในบริเวณที่ได้รับความเสียหาย ผู้ไม่มีหน้าที่ หรือไม่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเข้าไปในบริเวณนั้นๆ หากไม่ได้รับการอนุญาต อย่าเป็นไทยมุง

- ออกจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นใต้น้ำซัดฝั่งได้ แม้ว่าการสั่นสะเทือนของแผ่นดินจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม

- อย่าแพร่ข่าวลือผิดๆ

---------------------------------------->
หลังแผ่นดินไหว ความเสียหายมาก การช่วยเหลืออาจเข้าไม่ถึง การขนส่งถูกตัดขาด และถนนอาจถูกกีดขวาง ในบางกรณีท่านอาจถูกบังคับให้อพยพ ให้พร้อมที่จะรับมือสถานการ์แบบนี้ด้วย ชุดรับมือภัยพิบัติ คือ

1. น้ำ..เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพของมนุษย์ ต้องใช้น้ำเพื่อสุขลักษณะ เตรียมน้ำประมาณ 4 ลิตรต่อคนต่อวัน เก็บน้ำไว้ในภาชนะพลาสติก เช่น ขวดน้ำเปล่า ขวดน้ำอัดลมขนาด 1.5 -2.0 ลิตร หลีกเลี่ยงการการใช้ภาชนะที่บุบสลายหรือแตกได้ เช่น ขวดแก้ว กระปุก ฯลฯ

2. อาหาร..สำรองอาหารที่เน่าเสียยากในปริมาณที่รับประทานได้อย่างน้อย 3 วัน เช่น อาหารกระป๋อง อาหารแห้ง ฯลฯ เลือกชนิดที่ไม่จำเป็นต้องแช่เย็น หรือต้องปรุงให้สุก เลือกอาหารที่มีขนาดเล็กและเบา

3. ชุดปฐมพยาบาล เตรียมไว้ 2 ชุด คือ ในรถ และอีกชุดที่บ้าน

4. อุปกรณ์และเครื่องมือ เหตุฉุกเฉิน เช่น โทรศัพท์ และที่แบตเตอรี่สำรอง , เต็นท์ , นกหวีด , ไฟแช็ค หรือไม้ขีดไฟ , มีดสารพัดประโยชน์ ฯลฯ

5. เสื้อผ้า ชุดชั้นใน รองเท้า อุปกรณ์รองนอน อุปกรณ์กันฝน ร่ม เสื้อกันฝน

6. อุปกรณ์รักษาความสะอาด เครื่องใช้ส่วนตัว เช่น แชมพู สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผ้าอนามัย(หญิง) กระดาษชำระ สิ่งของจำเป็นสำหรับสมาชิกในครอบครัว เช่น ทารก สตรีมีครรถ์ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ

7. เอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น กรมธรรม์ โฉนด หนังสือเดินทาง บัตรประกันสุขภาพ สมุดบัญชี บัญชีธนาคาร เลขบัญชีบัตรเครดิต หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ เอกสารของครอบครัว สูติบัตร ทะเบียนบ้าน

ความรู้นี้จะติดตัวทุกคนไปจนตาย หากมีลูกให้สอนให้เขารู้แต่เด็ก ไม่ว่าไปท่องเที่ยวที่ใดในต่างประเทศที่มักมีแผ่นดินไหวบ่อยๆ ก็เตรียมตัวให้พร้อม ก็จะสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ และให้แชร์กันต่อไปได้เลย เพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล