เปิดแผนลับ กระชากหน้ากาก "สหายหมาน้อย" แผน "ลอบสังหาร" ผู้นำประเทศ จับอาวุธ ตอบโต้ ทหาร ตำรวจ หากบุกธรรมกาย

Publish 2017-03-19 19:33:00

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ แถลงผลการปฏิบัติการตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนอาวุธสงคราม จำนวน 9 จุด ในพื้นที่7 จังหวัด เครือข่าย นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี โดยการตรวจค้นครั้งนี้ ได้ตรวจยึดสิ่งของต่าง ๆ ได้ดังนี้

อาวุธปืนM16 จำนวน 4 กระบอก

เครื่องยิงลูกระเบิดM79 จำนวน 1 กระบอก

ปืนคาร์บิน จำนวน 1 กระบอก

ปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก

ปืนชนิดต่างๆรวม13 กระบอก

กระสุนชนิดต่างๆกว่า 5 พันนัด

ป้ายผ้าสีแดง ระบุข้อความว่า โกตี๋ แดงปทุมฯ จำนวน 3 ผืน

ของกลางอื่นๆที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง

 

โดยเบื้องต้นได้ควบคุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 9 ราย และขณะนี้อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร
 

 

 


 

สืบเนื่องจาก เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2560 จากการสืบสวนหาข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พบว่ามีกลุ่มคนที่เป็นเครือข่ายของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับได้ร่วมกันวางแผนสะสมอาวุธอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายและความไม่สงบขึ้น หากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าปิดล้อมตรวจค้นยึดพื้นที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.อ.ศรีวราห์ จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลจนเป็นที่แน่ชัด และเชื่อว่ามีการวางแผนที่จะลงมือกระทำความผิดจริง จึงรายงานให้กับบังคับบัญชาทราบและได้รับคำสั่งให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

 

สำหรับจุดที่เข้าตรวจค้น ได้แก่

1.บ้านเลขที่ 1/16 หมู่ 6 ถ.ลำลูกกา 11 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี มีนายธีรชัย อุตรวิเชียร (ระพิน) เป็นผู้ครอบครอง

2.บ้านเลขที่ 18/2 หมู่ 8 ต.ยางช้าย อ.โพธิ์ทอง จว.อ่างทอง มีนายประเทือง อ่อนละมูล เป็นผู้ครอบครอง

3.บ้านเลขที่ เลขที่ 106/19 หมู่บ้านชวนชื่นบรู๊คไซด์ ซอยชวนชื่น 10 ต.บางคูวัด จว.ปทุมธานี มีนางปาลิดา เรืองสุวรรณ เป็นผู้ครอบครอง

4. บ้านเลขที่ 8 หมู่ 6 บ้านสามขา ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จว.หนองคาย มี จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู เป็นผู้ครอบครอง

5.บ้านเลขที่ เลขที่ 273,275 ถ.เทศบาล 3 ต.ในเมือง อ.เมือง จว.สุรินทร์ มีนายสุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลทหารกรุงเทพ ที่ 10/2560 ในความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๑๒ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เป็นผู้ครอบครอง

6.บ้านเลขที่ 263 หมู่ 2 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จว.นครราชสีมา มีนายบุญส่ง คชประดิษฐ์ เป็นผู้ครอบครอง

7.บ้านเลขที่ 119/116 (หมู่บ้านสวัสดิการศูนย์การทหารราบ) หมู่ 9 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ และนางษุศรา สง่าเพ็ชร (ภรรยา) เป็นผู้ครอบครอง

8.ตรวจค้นยานพาหนะ หมายเลขทะเบียน ชฐ 3822 กรุงเทพฯ ของนายอุดมชัย นพสวัสดิ์ (แสนรัก) และ ห้องพักเจริญอพาร์ตเม้นชั้น 3 ห้องที่ 2302 ซอยรังสิต-นครนายก33 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จว.ปทุมธานี

9.บริษัท เกรทติ้งฟอร์จูน คอนเทนเนอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลีใหญ่ จว.สมุทรปราการ มี นายอภิรักษ์ ธำรงสกุลเดช อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 397/2 ซอยลาดพร้าว 94 แขวงพลับพลาไชย เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ผู้จัดการลานเก็บตู้บริษัทฯ

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหาร ได้ควบคุมตัวผู้ 9 ราย ประกอบด้วย

1. นายธีรชัย อุตรวิเชียร​​ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/30 หมู่ 7 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จว.สมุทรปราการ

2. นายประเทือง อ่อนละมูล​ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/2 หมู่ 8 ต.บางซ้าย อ.โพธิ์ทอง จว.อ่างทอง

3. นาง ปาลิดา เรืองสุวรรณ​ อายุ 62 ปี หมายอยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ 6 ถ.วิเศษศิลป์ ต.ท่าแร่ อ.เมือง จว.สกลนคร

4. นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ ​อายุ 56 ปี ​อยู่บ้านเลขที่ 209/401 หมู่ 3 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี

5. นางสาวเอมอร วัดแก้ว ​อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/16 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี

6. นายทศพล เกษโกศล​ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/8 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี

7. นายอุดมชัย นพสวัสดิ์​ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/33 หมู่ 1 ต.โพธิ์แตง อ.บางไทร จว.พระนครศรีอยุธยา

8.จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมพู อายุ 57 ปีหมายเลขบัตรประชาชน3-3001-01845-02-4 อยู่บ้านเลขที่ 211/1 หมู่ 8 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จว.อุดรธานี และ

9. ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 273/275 ถ.เทศบาล ต.ในเมือง อ.เมือง จว.สุรินทร์

 


 



พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า พื้นที่ จ.ปทุมธานี เป็นพื้นที่ของโกตี๋และพวกอยู่แล้ว มีการจัดตั้งกลุ่มคนและสะสมอาวุธ คนเหล่านี้นิยมความรุนแรง โดยเฉพาะปืนติดกล้องก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่าไม่ได้ใช้ไปยิงนกแน่นอน แต่เป็นการนำไปใช้สำหรับยิงคนหรือลอบสังหารผู้นำ ซึ่งปืนบางกระบอกหายไปช่วงที่มีการชุมนุมและการปะทะเมื่อปี 2553 ด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาโกตี๋พยายามเคลื่อนไหวและประกาศผ่านโลกโซเชียลตลอดว่าจะมีการลอบทำสังหารผู้นำประเทศ และอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลมาโดยตลอด ส่วนความเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกายเขาก็ช่วยวัดพระธรรมกายด้วยซ้ำ กลุ่มคนเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงทั้งนั้น ถ้ามีการสืบสวนขยายผลไปถึงใครก็ต้องดำเนินการโดยไม่มีข้อยกเว้น ในการติดตามตัวโกตี๋ตำรวจก็มีการประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งทำมาโดยตลอด แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร แต่ตำรวจก็มีศักยภาพในการติดตามตัวอยู่แล้ว และโกตี๋ก็มีหมายจับมาตรา 112 อยู่แล้ว ส่วนจะมีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้นต้องไปถามโกตี๋ ส่วนการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามและไม่ขอเปิดเผย แต่คาดว่าภายในตู้คอนเทนเนอร์นั้นเชื่อว่าน่าจะมีอาวุธซุกซ่อนอยู่


พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา กล่าวว่า บุคคลเหล่านี้เคยเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ปี 2553 กับมวลชนคนเสื้อแดง ที่ผ่านมาโกตี๋ มีความพยายามใช้โซเชียลโจมตีการทำงานของรัฐบาลและคสช. มีการปลุกระดมให้ศิษย์วัดพระธรรมกายตอบโต้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าค้นวัดพระธรรมกาย โดยการจัดตั้งกลุ่มมวลชนมาปะทะ และยังพบว่าผู้ต้องหา 1 ใน 9 ที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้เคยปรากฏตัวบริเวณวัดพระธรรมกายด้วย เจ้าหน้าที่จึงติดตามจนนำไปสู่การควบคุมตัว

 

นอกจากนี้ยังพบการเตรียมการลอบทำร้ายผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560โดยใช้นามแฝง“สหายหมาน้อย” จัดรายการวิทยุออนไลน์สู้เพื่อสหพันธรัฐไทย เผยแพร่ผ่าน YouTube ช่องไฟเย็นชาแนล ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีการทำงานของรัฐบาล มีการเตรียมการลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และบุคคลสำคัญ ซึ่งอาวุธทั้งหลายเหล่านี้คาดว่าเตรียมการไว้สำหรับสังหารผู้นำประเทศ และจากการติดตามยังพบว่ามีการกระทำความผิดที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ผ่านรายการสู้เพื่อสหพันธรัฐไทย มีการใช้ถ้อยคำหมิ่นสถาบัน อาฆาตมาดร้าย อีกทั้งยังมีการปลุกระดมมวลชนเพื่อให้ออกมาต่อต้านสถาบัน นอกจากนี้จากการตรวจค้นยังพบหลักฐานคือภาพสติกเกอร์ และแผ่นซีดี หมิ่นสถาบันอีกด้วย

 

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ทั้ง 9 คนที่ควบคุมตัว จะรับสารภาพหรือไม่รับก็ไม่มีผล เพราะตำรวจมีหลักฐานชัดเจน ว่ามีการเตรียมการเพื่อก่อความไม่สงบ ขณะนี้อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร

ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ของกลางที่ยึดได้ในครั้งนี้เป็นกลุ่มที่อยู่ในยุทธภัณฑ์ของทหาร ซึ่งก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2553 มีการดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ของกลางคืน ในเมื่อครั้งนี้ได้ตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ก็จะดำเนินการดำเนินคดีต่อไป และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ตำรวจและดีเอสไอ ได้มีการหารือเสมอว่า ทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองเข้ามาเคลื่อนไหวในวัดพระธรรมกาย และตลาดกลางคลองหลวง ซึ่งจากทางการข่าวก็ตรงกันว่ามีการเตรียมการก่อเหตุตอบโต้ทหาร และเจ้าหน้าที่ หากมีการเข้าตรวจค้น

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล