ตรงไป-ตรงมานานแค่ไหนที่คนไทยไม่เห็น...เปลวสีเงินปรบมือรัวปมรถเมล์ NGVเลี่ยงภาษี รอดูบทสรุปลำไม้ไผ่ หรือเป็นบ้องกัญชา!!(รายละเอียด)

"ตรงไป-ตรงมา"นานแค่ไหนที่คนไทยไม่เห็น..."เปลวสีเงิน"ปรบมือรัวปม"รถเมล์ NGV"เลี่ยงภาษี รอดูบทสรุป"ลำไม้ไผ่ หรือเป็นบ้องกัญชา"!!(รายละเอียด)

Publish 2016-12-15 10:58:55

วันที่ 15 ธ.ค.59 เปลว สีเงิน หรือโรจน์ งามแม้นนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ผู้เขียนบทความวิเคราะห์การเมืองและสังคม ตีพิมพ์ในหน้า 5 ของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ชื่อคอลัมน์ "คนปลายซอย"ได้เขียนวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในดำเนินการในการจัดการเรื่องรถเมล์NGVโดยระบุว่า...

ต้องบอกว่า "นายแน่มาก".....

สำหรับ "นายกุลิศ สมบัติศิริ" อธิบดีกรมศุลกากร!

นานแค่ไหนแล้ว...........

ที่ "คนไทย-ประเทศไทย" ไม่เคยมีโอกาสได้ปลื้มการปฏิบัติหน้าที่ "ตรงไป-ตรงมา" ของคนกรมศุลฯ

จากระบอบทักษิณครองเมือง สิ้นสุดเมื่อ ๒๒ พ.ค.๕๗ ที่รัฐบาลทหาร โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าควบคุมอำนาจประเทศ

ก็เพิ่งมีครั้งนี้แหละ............

กรณีรถเมล์ NGV ๔๘๙ คัน

ที่บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด อันมี "นายเค่อนั่วหลิน" ชื่อไทยว่า "นายคณิสสร์ ศรีวชิรประภา" เป็นประธาน

ประมูลเป็นผู้จัดหาให้ ขสมก.ได้ไปในราคา ๓,๓๘๙.๗๑ ล้านบาท

แค่ลอตแรก ๙๙+๑ คัน ที่บรรทุกเรือเข้ามา เจ้าหน้าที่กรมศุลฯ แหลมฉบัง ก็ตรวจพบแล้ว

ใช้เอกสารเท็จ หวัง "เลี่ยงภาษี" เฉียดพันล้าน!

เป็นข่าววันแรกๆ ไม่ว่าผมหรือใคร ไม่มีใครชื่นชมโสมนัสด้วยเชื่อใจคนกรมศุลฯ หรอก ส่วนมากจะคิดไปทางเดียวกัน

คิดประมาณว่า.........แน่ะ มันเคาะราคาเพิ่มโว้ย!

คือคิดบนฐาน "หน่อแนวกรมศุลฯ" เดิมพันภาษีก้อนนี้มันโต คงต่อรองราคากันยังไม่ลงตัว จึงเคาะเป็นข่าวให้รีบวิ่งมาเข้าเล้าเร็วๆ

แล้ว....เดี๋ยวก็เงียบ!




เนี่ย...ส่วนมากจะคิดอย่างนั้น ยิ่งตรวจสอบ "บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป" และความเป็นมา-เป็นไปของ "นายคณิสสร์" หรือเค่อนั่วหลิน พบประวัติ นุงๆ นังๆ กับคดี "เลี่ยงภาษีนำเข้ารถ" อยู่ด้วย

คนจึงยากเชื่อว่า เรื่องนี้ จะจบแบบ "สังคมแฮปปี้" กับการทำหน้าที่ "ซื่อสัตย์สุจริต"

แต่แล้ว "ผิดคาด-ผิดคิด" ซึ่งต้องให้เครดิต ให้ความชื่นชมยินดีแก่คนกรมศุลฯ วันนี้ เพราะหลังจากตามดูมา ๕-๖ วัน

อืมมมม..."กรมศุลฯ ของจริงแฮะ"!

ผมดูข่าวที่ "คุณกุลิศ สมบัติศิริ" อธิบดีกรมศุลฯ "แถลงเอง" เมื่อวาน (๑๓ ธ.ค.) ด้วยความปลาบปลื้ม

ผ่านกรมศุลฯ ทุกวัน ต่อจากนี้ จะยกมือไหว้ทั้งเช้า-เย็นเลย!

ผมฟังทางโทรทัศน์ จำรายละเอียดได้ไม่หมด มาอ่าน "เว็บผู้จัดการออนไลน์" ตอนเย็น ลงไว้ครบใจความ

จะและเล็มมาคุย ก็จะเสียในเนื้อหา ..........

ฉะนั้น ขออนุญาต ยกจากข่าวมาให้อ่านเลย เพราะท่านอธิบดีลำดับเรื่องไว้ครบถ้วน ง่ายต่อการเข้าใจ

ต่อไปนี้ เป็นคำแถลงของ "นายกุลิศ สมบัติศิริ" อธิบดีกรมศุลกากร นะครับ

"ตามที่กรมศุลกากรได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับการนำเข้ารถโดยสาร NGV ซึ่งนำเข้าโดยบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ไปเมื่อวันอังคารที่ ๖ ธ.ค.๕๙ ที่ผ่านมานั้น

ต่อมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรไปประสานงานตรวจสอบข้อมูลที่ประเทศมาเลเซีย ได้ผลสรุปข้อเท็จจริง ดังนี้


จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า............

บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด นำเข้ารถโดยสารปรับอากาศยี่ห้อ SUNLONG รุ่น SLK6129CNG YEAR 2016 จำนวน ๔๘๙ คัน ได้ทยอยส่งออกจากประเทศมาเลเซียมายังประเทศไทย จำนวน ๕ เที่ยวเรือ

เที่ยวละ ๑ คัน, ๙๙ คัน, ๑๔๕ คัน, ๑๔๖ คัน และ ๙๘ คัน (อยู่ระหว่างการเดินทางจากมาเลเซียมายังประเทศไทย) ตามลำดับ

รวมทั้งสิ้น ๔๘๙ คัน โดยสามารถแบ่งการดำเนินการของบริษัทฯ เป็น ๒ กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ ๑ (เที่ยวที่ ๑-๒ รวมจำนวน ๑๐๐ คัน) เป็นกลุ่มที่ผ่านพิธีการศุลกากรและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และ

กลุ่มที่ ๒ (เที่ยวที่ ๓-๕ จำนวน ๓๘๙ คัน) ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

โดยได้ตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้าที่ R & A COMMERCIAL VEHICLES SDN BHD จะส่งรถโดยสารปรับอากาศดังกล่าวมายังประเทศไทย ได้มีการนำเข้ารถโดยสารปรับอากาศชนิดเดียวกันจากประเทศจีน โดย NORINCO NEW ENERGY CO., LTD.

ระบุชื่อผู้ซื้อที่มาเลเซีย คือ R & A COMMERCIAL VEHICLES SDN BHD และพบสินค้านำเข้าเป็นรถยนต์สำเร็จรูป ซึ่งมีจำนวน ราคา และน้ำหนักตรงกันกับที่บริษัท R & A COMMERCIAL VEHICLES SDN BHD ส่งมายังประเทศไทย

มีรายการหมายเลข Chassis หมายเลขเครื่องยนต์ ตรงกัน รวมทั้งแสดงราคาต่อหน่วยและน้ำหนักต่อหน่วย เท่ากัน

กรณีกลุ่มที่ ๑ จึงเป็นการสำแดงแหล่งกำเนิดเป็นเท็จ อันเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรตามมาตรา ๙๙, ๒๗ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.๒๔๙๖

ส่วนกรณีกลุ่มที่ ๒ ยังไม่ถือว่าเป็นความผิด

เนื่องจากผู้นำเข้ายังไม่ได้ยื่นเอกสารการนำเข้าต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งกรมศุลกากรได้ชี้แจงให้บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด รับทราบ

และบริษัทยอมรับว่า.........

มีความเข้าใจที่ผิดพลาดในข้อมูลการนำเข้าจากบริษัทผู้จำหน่ายในมาเลเซีย จึงแถลงข่าวในครั้งแรกตามข้อมูลที่ได้รับ

เมื่อรับทราบข้อเท็จจริงแล้ว บริษัทยินดีปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากรทุกประการ

ดังนั้น รถทั้ง ๔๘๙ คัน จะต้องเสียภาษีนำเข้าจำนวน ๗๑๘ ล้านบาท

และในส่วนของ ๑๐๐ คันแรก......

จะต้องเสียค่าปรับอีกประมาณ ๒๓๐ ล้านบาท

รวมเป็นเงินที่ผู้นำเข้าต้องชำระ ๙๔๘ ล้านบาท!

อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีความประสงค์ที่จะชำระค่าภาษีหรือวางเงินประกัน และมีเอกสารพร้อม สามารถดำเนินการที่กรมศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง

ซึ่งจะทำการตรวจปล่อยได้ภายใน ๑-๒ วันเท่านั้น!"

สาธุ........

กรมศุลกากรในยุคคุณกุลิศ โดยเฉพาะกรณีนี้ ทำให้สังคมต้องปรับโฟกัสทัศนคติใหม่ จากกรมศุลฯ เทียร์ ๓ "ตกมาตรฐาน"

ขึ้นมาที่เทียร์ ๒ "แค่จับตามอง" หรือเทียร์ ๑ "แก้ไขปัญหาได้แล้ว" ทันที!

ขออย่างเดียว....

ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ซะสวยงาม "รัฐต้องได้ภาษี ๙๔๘ ล้าน" แต่ลงท้าย อ้อมแอ้มแถลงใหม่...ว่าขอโทษ เข้าใจผิดกันนิดหน่อย "เหลือ ๔-๕ ล้าน"

อย่างนั้น คงต้องมีรายการ..."เผามันไปเลยพี่น้อง"

แต่...ผมไม่รับผิดชอบด้วยนะ!

รถ NGV ของ ขสมก.นี้ ไม่ต้องย้อนไปปฐมยุคหรอก เอาแค่ยุครัฐบาล คสช.นี่ก็เหอะ

มันส่ออาการไม่น่าไว้ใจ เป็นที่สงสัย น่าจะมีอะไรเป็น "ลับลมคมใน" กันมากทีเดียว

พอนายกฯ ฟันเปรี้ยง "ต้องจบ-ต้องได้รถ" กันซะที แล้วบริษัทเบสท์รินของนายคณิสสร์หรือนายเค่อนั่วหลินก็ได้ไป

ทั้งที่ บริษัทนี้ ประวัติมีคดีด้านภาษีมาก่อน!

แง่มุมที่ควรพิจารณา......

๑.ทำไมต้องเป็น ๔๘๙ คัน

๒.บริษัทนี้ ประวัติซับซ้อน ล้วนทุนจีน-หุ้นจีน

๓.จดทะเบียนแค่ ๒๐๐ ล้าน แต่งานระดับพันล้าน

๔.การดำเนินธุรกิจส่อไม่สุจริต มีคดีเกี่ยวกับภาษี

๕.ทำไมกล้าเสนอต่ำกว่าราคากลางถึง ๖๓๒ ล้าน

๖.เป็นข้อคิด "ราคาต่ำ" คนละเรื่องกับงานคุณภาพ

๗.ประมูล "อี-ออกชัน" ประกันสุจริต-โปร่งใสไม่ได้

๘.ส่อว่าบริษัทนี้ต้องมี "ลูกพี่เส้นใหญ่" อยู่เบื้องหลัง

อย่างไรก็ตาม "นายออมสิน ชีวะพฤกษ์" รมช.คมนาคม บอกว่า..........

ตามสัญญาที่ เบสท์รินทำกับ ขสมก. เบสท์รินมีหน้าที่ส่งมอบรถให้ตามสัญญาภายในวันที่ ๒๙ ธ.ค.นี้

ส่วนปัญหาทางศุลกากรหรือการวางเงินค่าดำเนินการต่างๆ ขสมก.ไม่เกี่ยว

เป็นหน้าที่ของ เบสท์ริน ที่ต้องทำให้เรียบร้อย หากพ้นกำหนดวันที่ ๒๙ ธ.ค.ส่งมอบรถไม่ได้ จะต้องถูกปรับ รวมกว่า ๑๓,๐๐๐บาท/คัน/วัน

เป็นค่าเสียโอกาส ๑๐,๐๐๐ บาท/คัน/วัน ค่าเสียหายอีก ๐.๐๒.% ของมูลค่าสัญญา

หากที่สุดแล้ว กรมศุลฯ ปล่อยรถออกมา เท่ากับรถได้ดำเนินการถูกต้องแล้ว

ครับ...ต้องดูกันต่อไป ยังวางตา-วางใจไม่ได้!

ผมมองว่า ลำพังตัวเปล่าเล่าเปลือยในความเป็น "บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด"

ไม่มี "เส้นโต-อิทธิพลสูง" เป็นแบ็กให้นายเค่อนั่วหลิน ที่ข้ามกำแพงเมืองจีนมาเป็น "นายคณิสสร์ ศรีวชิรประภา" ในเมืองไทย เข้ามามีบทบาทอยู่ในวงการประมูลงานรัฐแล้วละก็

มองไม่เห็น "คุณสมบัติ" ด้านผลงานและประวัติน่าเชื่อถือเป็นเครื่องประกัน แต่ก็เข้ามาได้ รัฐสักแต่มองแค่ "ประมูลต่ำกว่า" เป็นเป้าหมาย

ถ้าตัวเดียว-อันเดียวโดดๆ กล้ายก "มาตรฐานศุลกากรมาเลย์" มาเหยียบ "มาตรฐานศุลกากรไทย" อย่างที่ทำมั้ย?

กล้า "วางก้าม-เส้นโต"...จะไปฟ้องรองนายกฯ สมคิด จะไปฟ้องรัฐมนตรีคลัง ให้มาจัดการกรมศุลฯ อย่างที่พูดมั้ย?

และกล้าขู่ "จะฟ้องกรมศุลกากร" หาว่ากลั่นแกล้งมั้ย?

แถมจะเอาเงิน ๓,๓๘๙.๗๑ ล้าน ตัวเลขประมูลได้ มาวางประกันเพื่อเอารถเลี่ยงภาษีออกจากท่าเรือ ถ้าจะปรับ ให้หักเอาจาก ๓ พันกว่าล้านนั่น

นี่นะหรือ นักธุรกิจพันล้าน-หมื่นล้าน ที่รัฐยอมให้ผ่านเข้ามาประมูลงานรัฐ?

ดีนะที่ "คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์" รัฐมนตรีคลัง ยันเอาหน้าหงาย ถ้ารับลูกละก็ ไม่ใช่แค่เสียคน จะเสีย....ไปเลย!

เป็นอันว่า ลอตแรก ๑๐๐ คันนี้ กรมศุลฯ ทำหน้าที่ได้ประทับใจแฟน

รอดูลอต ๒-๓ "คุณกุลิศ" ช่วยมาแถลงด้วยนะว่า ..........

จบแบบลำไม้ไผ่ หรือเป็นบ้องกัญชา....จนได้?

 

 

เรียบเรียง ลัทธภพ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย