สหรัฐฯ เผย 3 เป้าหมายในซีเรียที่ต้องถล่ม ด้านรัสเซียแถลงโต้ จะไม่เพิกเฉย ต่อสิ่งที่สหรัฐฯ กระทำเด็ดขาด

Publish 2018-04-14 10:49:47

ปฏิบัติการครั้งนี้เน้นการใช้เครื่องบินขับไล่ แต่มีเรือพิฆาตของสหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่ในทะเลแดงอย่างน้อย 1 ลำ ร่วมการโจมตีด้วย

 

 



วันที่ 14 เมษายน 2561 ทางด้าน พล.อ.เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้แถลงที่อาคารเพนตากอน ว่ากองทัพสหรัฐฯได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐฯ ให้ปฏิบัติการโจมตีทางทหารในวงจำกัดต่อเป้าหมายแบบจำเพาะในซีเรีย เพื่อสั่งสอนรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ซึ่งอยู่เบื้องหลังการใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าประชาชน ในเมืองดูมา 

 

 

พล.อ.โจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม ย้ำว่า เป้าหมายของการโจมตีมุ่งเน้นการทำลายสถานที่สำคัญในกรุงดามัสกัสและพื้นที่ใกล้เคียง มี 3 จุดใหญ่ ได้แก่ศูนย์วิจัยด้านวิทยาศาสตร์ชานกรุงดามัสกัส คลังแสงอาวุธเคมี ในเมืองฮอมส์ ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ และเป้าหมายแห่งที่ 3 คือศูนย์บัญชาการซึ่งเพนตากอนยังสงวนข้อมูลในการเปิดเผยพิกัด

 

 

พล.อ.โจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม  แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าเรื่องดังกล่าวนั้น สหรัฐฯ ไม่ได้แจ้งให้รัสเซียรับทราบล่วงหน้า ว่าสหรัฐฯ เคลื่อนไหวทางทหารร่วมกับอังกฤษและฝรั่งเศส แต่ยืนยันเลือกเป้าหมายเป็นไปด้วยความระมัดระวังที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดผลกระทบต่อทหารและสรรพาวุธของกองทัพรัสเซียซึ่งประจำการอยู่ในบริเวณนั้น

 

 

ปฏิบัติการครั้งนี้เน้นการใช้เครื่องบินขับไล่ แต่มีเรือพิฆาตของสหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่ในทะเลแดงอย่างน้อย 1 ลำ ร่วมการโจมตีด้วย


 

 

ขณะที่ทางด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพซีเรียสามารถสกัดขีปนาวุธได้อย่างน้อย 13 ลูก รวมถึงขีปนาวุธที่พุ่งเป้าโจมตีเมืองฮอมส์ด้วย ส่งผลให้เป้าหมายในบริเวณนี้ยังไม่ได้รับความเสียหาย

 


ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงมอสโกเผยแพร่แถลงการณ์ของนายอนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูต ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็น การดูหมิ่นอย่างร้ายแรงต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และรัสเซียจะไม่มีทางเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล