เกาะติดสงครามโลก!! ระเบิดเวลารอบใหม่ กำลังเริ่มต้น กับสงครามเย็นทางการทูต สู่สงครามใหญ่ในอนาคต

Publish 2018-04-07 07:03:29

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ปัจจุบันนี้ความขัดแย้งระหว่างสองขั้วนั้นรุนแรงมากยิ่งขึ้น การกระทำแบบนี้ เท่ากับเป็นการสร้างสงครามเย็นแบบดั้งเดิม แต่ไม่ว่าสงครามแบบไหนย่อมมี กฎกติกา แต่กลุ่มประเทศตะวันตกเริ่มจากสหราชอาณาจักร ตามด้วยสหรัฐฯ และอีกหลายสิบประเทศ ไม่เคารพกฎกติกา ซึ่งด้วยเหตุผลนี้มันจะนำมาซึ่งการเผชิญหน้าที่ยากจะเยียวยาในอนาคตอันใกล้นี้

 

 



หลังจากที่ทางด้านนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ได้ทำการแถลงต่อสภาสมัยสามัญ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมาว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับนายเซอร์เก สกรีพัล อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย ซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศตั้งแต่ปี 2553 และน.ส.ยูเลีย สกรีพัล บุตรสาว  ซึ่งทั้งสองคนนั้นถูกทำร้ายด้วยการใช้สารเคมีออกฤทธิ์ร้ายแรงต่อระบบประสาท เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2561  ซึ่งทางอังกฤษคาดว่าเป็นการกระทำของทางด้านรัฐบาลรัสเซีย

 

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการตอบโต้ทางการทูตครั้งใหญ่ขึ้นระหว่างทางด้านรัสเซีย และผู้ที่ให้การสนับสนุนอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ แคนนาดา และประเทศในแถบยุโรป อีกจำนวนหลายสิบประเทศ ได้ดำเนินการขับไล่ทูตรัสเซียออกจากประเทศกว่า 100 คน ขณะที่ทางด้านรัสเซีย ก็ได้ตอบโต้ทางด้านอังกฤษเช่นกัน นั้นก็คือมีการขับไล่ทูตให้พ้นประเทศ รวมถึงการปิดให้บริการสถาบันบริติช เคาน์ซิลทุกแห่งในรัสเซีย ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมของสหราชอาณาจักร

 

 

 

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาทางด้าน สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงลอนดอนออกแถลงการณ์ ขอให้พลเมืองรัสเซียเพิ่มความระมัดระวัง ในการเยือนสหราชอาณาจักร หรือแม้แต่การส่งบุตรหลานมาเรียนภาษาอังกฤษในช่วงปิดภาคการศึกษา เนื่องจากมีความเสี่ยงของการถูกข่มขู่และคุกคามทางเชื้อชาติ จากรณีความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ

 

 

ขณะที่ทางด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายเซอร์เก สกรีพัล และบุตรสาว ซึ่งได้รับสารพิษร้ายแรงเมื่อต้นเดือนที่แล้วอาจสร้างผลประโยชน์บางอย่างให้กับรัฐบาลสหราชอาณาจักร ซึ่งกำลังเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบาก จากการไม่สามารถรักษาคำมั่นสัญญาและขับเคลื่อนนโยบายหลายเรื่องให้เป็นไปตามเงื่อนไขของการของการเบร็กซิตได้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพ่อลูกสกรีพัลถือว่าสามารถเบี่ยงเบนความสนใจจากประชาชนในประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งด้วยความเป็นจริงแล้ว ทางรัสเซียไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำร้ายคนทั้งสอง ในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีและการที่รัสเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ระหว่างเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม  ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาระดับโลกที่มีแต่จะช่วยสร้างเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับรัสเซีย

นายเซอร์เก สกรีพัล ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหาร วัย 66 ปี ลี้ภัยในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2553 หรือหลังได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ ผู้นำรัสเซียในตอนนั้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนสายลับในเวลาต่อมา ยิ่งตอกย้ำว่าไม่มีเหตุจูงใจอย่างสิ้นเชิง ที่รัสเซียจะเข้าไปดำเนินการอย่างนั้น

 

 

 


ด้านความเคลื่อนไหวจากความขัดแย้งดังกล่าวนั้นในส่วนของนักการทูตรัสเซีย ในสหรัฐฯ ในขณะนี้ได้ โดยที่นักการทูตรัสเซีย 60 คน พร้อมสมาชิกในครอบครัวอีก 111 คน เดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษจากกรุวอชองตันและนครนิวยอร์ก ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติวนูโคโว ชานกรุงมอสโก โดยเจ้าหน้าที่การทูตกลุ่มนี้เดินทางออกจากสหรัฐฯ ตามคำสั่งเนรเทศของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ระหว่างสหรัฐฯกับสหราชอาณาจักรและพันธมิตรอีกหลายประเทศในยุโรป

 

 

 

อย่างไรก็ตาม รัสเซียตอบโต้ด้วยการเนรเทศเจ้าหน้าที่การทูตของสหรัฐฯ ในจำนวนที่เท่ากัน และสั่งปิดสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เนื่องจากสหรัฐฯ สั่งปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซียประจำเมืองซีแอตเทิลด้วย กระนั้นสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงมอสโกออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อหาประนีประนอม ว่าแม้สถานกงสุลในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กต้องปิดทำการ แต่พันธกิจทางการทูตในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป

 

 

ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่การทูตของเยอรมนี 4 คน เป็นนักการทูตตะวันตกกลุ่มล่าสุดซึ่งเดินทางออกจากรัสเซียตามคำสั่งเนรเทศของรัฐบาลรัสเซีย โดยก่อนหน้านั้นรัฐบาลเยอรมันเนรเทศเจ้าหน้าที่การทูตของรัสเซีย 4 คนเช่นกัน ร่วมกับอีกมากกว่า 20 ประเทศ ที่เนรเทศเจ้าหน้าที่การทูตของรัสเซียรวมกันมากกว่า 150 คน

 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ปัจจุบันนี้ความขัดแย้งระหว่างสองขั้วนั้นรุนแรงมากยิ่งขึ้น การกระทำแบบนี้ เท่ากับเป็นการสร้างสงครามเย็นแบบดั้งเดิม แต่ไม่ว่าสงครามแบบไหนย่อมมี กฎกติกา แต่กลุ่มประเทศตะวันตกเริ่มจากสหราชอาณาจักร ตามด้วยสหรัฐฯ และอีกหลายสิบประเทศ ไม่เคารพกฎกติกา ซึ่งด้วยเหตุผลนี้มันจะนำมาซึ่งการเผชิญหน้าที่ยากจะเยียวยาในอนาคตอันใกล้นี้

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล