เกาะติดสงครามโลก!! รัสเซีย ยิงขีปนาวุธ ซาร์มัต โชว์อีกรอบ หลังความขัดแย้งด้านการทูตกับยุโรป – สหรัฐฯ บานปลาย หวั่นจุดชนวนสู่สงครามโลก

Publish 2018-04-03 20:13:27



กลายเป็นข่าวใหญ่ในสื่อต่างประเทศเมื่อ ทางด้านนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ได้ทำการแถลงต่อสภาสมัยสามัญ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมาว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับนายเซอร์เก สกรีพัล อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย ซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศตั้งแต่ปี 2553 และน.ส.ยูเลีย สกรีพัล บุตรสาว  ซึ่งทั้งสองคนนั้นถูกทำร้ายด้วยการใช้สารเคมีออกฤทธิ์ร้ายแรงต่อระบบประสาท เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2561  ซึ่งทางอังกฤษคาดว่าเป็นการกระทำของทางด้านรัฐบาลรัสเซีย ดังนั้นทางรัฐบาลอังกฤษ จำเป็นที่จะต้องตอบโต้ในกรณีดังกล่าวด้วยการขับเจ้าหน้าที่การทูตของรัสเซีย 23 คนออกจากราชอาณาจักร โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ถือเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่ไม่ประกาศตัวต้องเดินทางออกนอกประเทศภายใน 7 วัน ถือเป็นการขับนักการทูตต่างชาติจำนวนมากที่สุดของสหราชอาณาจักร นับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

หลังจากนั้นทางด้านสหรัฐฯเปิดเผยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งขับไล่นักการทูตรัสเซีย 60 คนออกจากสหรัฐฯ และปิดสถานกงสุลในซีแอตเทิล ในมาตรการตอบโต้เหตุลอบวางยาพิษด้วยสารทำลายระบบประสาทสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในอังกฤษ

 

 


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นมาตรการหนักหน่วงที่สุดที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้เล่นงาน รัสเซีย ในเวลาไล่เลี่ยกันเหล่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโปร อย่างน้อย 15 ประเทศและแคนาดา ก็เคลื่อนไหวขับไล่นักการทูตรัสเซียออกนอกดินแดนเช่นกัน หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางกลุ่มบอกว่าพวกเขายืนหยัดอยู่เคียงข้างอังกฤษ ในการกล่าวโทษรัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลังวางยาพิษสายลับสองหน้า

 

 

14 ประเทศสมาชิกอียูที่ดำเนินการขับทูตรัสเซีย ประกอบไปด้วย เยอรมนี(4คน), ฝรั่งเศส(4คน), ฟินแลนด์(1คน), อิตาลี(2คน), โรมาเนีย(1คน), เอสโตเนีย(ไม่ระบุ), เดนมาร์ก(2คน), เนเธอร์แลนด์(2คน), ลิทัวเนีย(3คน), สาธารณรัฐเช็ก(3คน), ลัตเวีย(1คน), โปแลนด์(4คน), โครเอเชีย(1คน) และสวีเดน(1คน) ขณะที่ ยูเครน ซึ่งยังไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปดำเนินการขับไล่ทูตรัสเซีย13คน

 

 

 

ซึ่งทางด้านรัสเซียเองก็ได้ออกมาตอบโต้สหราชอาณาจักร ด้วยการขับไล่ทูตจำนวน 23 คนเช่นกันให้พ้นจากประเทศภายใน 7 วันเพื่อการตอบโต้ เท่านั้นยังไม่พอล่าสุดทางด้านรัสเซีย โดยทางด้านรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียเรียกตัวเอกอัครราชทูต ลอรี บริสโตว์ ของอังกฤษเข้าพบเมื่อวันที่ 30  และบอกว่า อังกฤษมีเวลาหนึ่งเดือนในการตัดลดจำนวนเจ้าหน้าที่การทูตในรัสเซียให้เหลือเท่ากับเจ้าหน้าที่ทางการทูตของรัสเซียในอังกฤษ นอกจากนั้นรัสเซียยังได้ขับไล่นักการทูต 59 คนจาก 23 ประเทศฐานสนับสนุนอังกฤษด้วย

 

 

 

ทางด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย มาเรีย ซาคาโรว่า ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ข้อเรียกร้องข้างต้นนั้นหมายความว่าอังกฤษจะต้องถอนจำนวนนักการทูตและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในรัสเซียลงอีกกว่า 50 คนนอกเหนือจาก 23 คนที่กลับประเทศไปแล้ว


นอกจากนั้นแล้วทางด้านรัสเซีย ยังมีความเคลื่อนไหวอื่นต่อเนื่อง โดยทางด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยแพร่วิดีโอเป็นภาพการยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปหนัก(ICBM) ซาร์มัต เป็นครั้งที่ 2 ขีปนาวุธหนักซาร์มัตเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยมันถูกนำมาทดแทนขีปนาวุธ แทนที่ขีปนาวุธเก่า R-36M Voevoda

ซาร์มัต ได้รับฉายา ซาตาน 2 มีพิสัยทำการสูงสุดเกือบหมื่นกิโลเมตร บรรทุกหัวรบได้ 12 หัวรบ และมีศักยภาพทำลายพื้นที่ขนาดพอๆประเทศฝรั่งเศสได้ภายในการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวหัวรบนั้นสามารถแยกตัวออกจากขีปนาวุธหลัก ก่อนพุ่งเข้าสู่เป้าหมายต่างๆ ด้วยความเร็วเหนือเสียง

 

 

 

ซาร์มัต เป็นหนึ่งในคลังแสงสรรพาวุธใหม่ของรัสเซียที่เปิดตัวโดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และคาดหมายว่ารัสเซียจะสามารถลงมือผลิตมันได้อย่างเต็มกำลังในปี 2019 หรือ 2020

 

 


การเผยแพร่วิดีโอครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ สหรัฐฯ และชาติตะวันตกหลายสิบประเทศ รวมไปถึงโปแลนด์ ร่วมกันขับไล่ทูตรัสเซียมากกว่า 100 คน เพื่อตอบโต้กรณีที่พวกเขากล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุวางยาพิษสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในอังกฤษ

ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย กับประเทศแถบยุโรป และ สหรัฐฯ เริ่มจะสูงขึ้นตามลำดับ และแน่นอนว่า มันอาจจะก่อให้เกิดการบานปลายนำไปสู่การใช้อาวุธเข้าสู้กันก็อาจจะเป็นไปได้

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล