"สี จิ้นผิง" นั่งผู้นำจีนสมัยสอง ปรับทีมเศรษฐกิจรับมือ "สหรัฐฯ" เปิดสงครามการค้าแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

Publish 2018-03-21 07:47:46

ทั่วโลกต่างจับตามองการประชุมสมัชชาผู้แทนประชาชนจีน (NPC) ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้น ณ อาคารมหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง เพราะการประชุมครั้งนี้จะมีการออกเสียงรับรอง การเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สองของทางด้านสี จิ้นผิง ซึ่งแน่นอนว่า เป็นไปตามความคาดหมายเมื่อที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ รับรองให้ทางด้านสี จิ้นผิง 2,970 เสียงเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง 

 

 

หลังจากนั้นเมื่อเวลา 10.49 น.ของวันที่ 17 มีนาคม 2561  ทางด้านสี จิ้นผิง ได้เข้าปฏิญาณตนต่อรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยให้สัญญาว่า จะดำเนินการปกป้องอำนาจของรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามพันธกรณีทางกฎหมาย ข้าพเจ้า รับคำมั่นของประชาชนและทำงานให้กับประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่มีความเจริญรุ่งเรือง ประชาธิปไตยมั่นคง ก้าวหน้าทางวัฒนธรรม ด้วยสามัคคีและดีงาม


หลังจากจบคำปฏิญาณ สี จิ้นผิง ได้รับเสียงปรบมือดังสนั่นอบอุ่นไปทั่วทั้งบริเวณ สำหรับพิธีปฏิญาณนี้ ได้จัดขึ้นหลังจากที่ทางสมัชชาผู้แทนประชาชนจีน ได้มีการปรับแก้รัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ยังกล่าวถึงแนวคิดของ สี จิ้นผิง เกี่ยวกับลัทธิสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับยุคใหม่เป็นแนวทางสำหรับจีน ตามกฎหมายที่รัฐสภาได้บัญญัติขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนต้องสาบานต่อรัฐธรรมนูญเมื่อเข้ารับตำแหน่งฯ



สำหรับประวัติรัฐธรรมนูญจีนนั้น เริ่มมีฉบับแรกในปีพ.ศ. 2497 ได้มีการตรารัฐธรรมนูญฉบับแรก และมีการแก้ไขปรับปรุงครั้งแรก ในปีพ.ศ. 2525 และแก้ไขเพิ่มเติมใน พ.ศ. 2531, 2536, 2542, 2547 และ 2561 ตามลำดับ


ในขณะที่เมื่อวันที่ 18 มีนาคม2561 ทางด้านสภาสมัชชาผู้แทนประชาชนจีน หรือ เอ็นพีซี ก็ได้ทำการรับรอง นายหลี่ เค่อเฉียง เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง และเข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ หลี่นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 นับจากการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 1949 

 

นายหลี่ เค่อเฉียง


นอกจากนั้นแล้วทางด้านนายหลี่ เค่อเฉียง ได้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งรัฐ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยที่ประชุมสภาเอ็นพีซี ได้โหวตรับรองในวันที่  19 มีนาคม 2561 ซึ่งประกอบไปด้วย รองนายกรัฐมนตรี 4 คน ได้แก่  หัน เจิ้ง, ซุน ชุนหลัน , หู ชุนหวา, และหลิว เหอ

 

นายหลิว เหอ

 

สำหรับรองนายกรัฐมนตรี 4 ตำแหน่ง นำโดยนายหลิว เฮ่อ ที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ตามด้วยนายหาน เจิ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สมาชิกคณะกรรมการประจำ หรือ Standing Committee แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ หรือโปลิตบูโร ชุดที่ 19 นางซุน ชุนหลาน สมาชิกหญิงเพียงหนึ่งเดียวในโปลิตบูโร 25 อันดับ และนายหู ชุนหัว สมาชิกโปลิตบูโรและอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลกวางตุ้ง พร้อมกับรับรองคณะที่ปรึกษามุขมนตรี 5 คน ได้แก่ เว่ย เฟิงเหอ, หวัง หย่ง, หวัง อี้, เซียว เจี๋ย, เจ้า เค่อจื้อ สำหรับ เซียว เจี๋ย ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคณะมุขมนตรี 


รายชื่อคณะรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ ชุดใหม่ ได้แก่

หวังอี้  รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ 

เว่ย เฟิงเหอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เหอ ลี่เฟิง หัวหน้าคณะกรรมาธิการการปฏิรูปและการพัฒนาแห่งชาติ 

เฉิน เป่าเซิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา

หวัง จื้อกัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เหมียว เหวย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและสารสนเทศ

ปาเท่อเออร์ หัวหน้าคณะกรรมการกิจการชนชาติส่วนน้อยแห่งรัฐ

เจ้า เค่อจื้อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพิทักษ์สันติราษฎร์

เฉิน เหวินชิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรักษาความมั่นคงแห่งชาติ

หวง ซู่เสียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการพลเรือน 

ฟู่ เจิ้งหวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

หลิว คุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

จาง จี้หนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและประกันสังคม

ลู่ เฮ่า  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ

หลี่ กันเจี๋ย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยา

หวัง เหมิ่งฮุ่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาชนบท-เขตเมือง และบ้าน 

หลี่ เสี่ยวเผิง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 

เอ่อร์ จิ้งผิง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำ

หัน ฉังฟู่  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชนบทและเกษตรกรรม

จง ซัน   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ลั่ว ซู่กัง  รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

หม่า เสี่ยวเหว่ย  หัวหน้าคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติ

ซุน เส่าเฉิ่ง   รัฐมนตรีกิจการทหารผ่านศึก

หวัง อี้ผู่   รัฐมนตรีจัดการเหตุฉุกเฉิน

อี้ กัง  ผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน 

หู เจ๋อจวิน   สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

วันเดียวกัน ที่ประชุมสภาเอ็นพีซี ยังได้รับรองตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหารแห่งชาติ ได้แก่ สีว์ ฉีเลี่ยงและ จัง โย่วสยา

 

 

สำหรับตำแหน่งสำคัญในด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลังของประเทศครั้งนี้มีการเลือกทางด้านนายหลิว คุน มานั่งในตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายจง ซาน อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2 และการเลื่อนขั้นนายอี้ กัง จากตำแหน่งรองผู้อำนวยการขึ้นเป็นผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน ( พีบีโอซี ) แทนนายโจว เสี่ยวฉวน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งตั้งแต่เดือนธันวาคม 2545

 

สิ่งที่นักวิเคราะห์ต่างก็มองกันว่าการเพิ่มตำแหน่งให้กับนายหลิว เฮ่อ และการเลื่อนขั้นของนายอี้ กัง ซึ่งจบการศึกษามาจากสหรัฐอเมริกา ทั้งสองคน นั้น  เป็นการส่งสัญญาณอย่างมีนัยถึงสหรัฐฯ ท่ามกลางความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศที่ตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯเองนั้น เพิ่งประกาศ ขึ้นภาษีศุลกากรของสินค้านำเข้าประเภทเหล็กและอะลูมิเนียม ที่จีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกทั้งสองรายการ เป็น 25% และ 10% ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวคิดเพิ่มกำแพงภาษีสินค้าจากจีนอีกหลายรายการด้วย

 

นายอี้ กัง


หลังจากนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกับสงครามการค้าระหว่างจีน กับสหรัฐฯ จะดุเดือดเลือดพล่านขนาดไหนแต่ที่แน่ ๆ จีนไม่อยู่เฉยให้สหรัฐฯ บีบเอาฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน

 

บทความโดย : สถาพร เกื้อสกุล

 

ขอบคุณผู้ใช้ You Tube : New China TV



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย

ติดตามข่าวอื่นๆ