ดีลประวัติศาสตร์ “รัสเซีย – ซาอุฯ” ตอกย้ำว่า "สหรัฐฯ" เริ่มถึงทางตันเข้าไปทุกขณะ “ทรัมป์” จะแก้เกม อย่างไร????

Publish 2017-10-07 03:39:53



สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว วันที่ 6 ตุลาคม 2560 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้เปิดทำเนียบเครมลินในกรุงมอสโก เพื่อต้อนรับสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน ซึ่งทรงถือเป็นพระมหากษัตริย์แห่งซาอุดีอาระเบียพระองค์แรกที่เสด็จเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา
 


ซึ่งในการหารือประเด็นทางการเมืองระหว่างสองประเทศนั้นไม่ถูกเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ทั้งสองนั้นได้เจรจาอะไรกันบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายนั้นต่างอยู่คนละขั่วอำนาจของโลกอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่น่าสนใจและน่าจับตามองของการพบกันครั้งแรกนั้นคือ ทางด้านสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานทรงเป็นสักขีพยานร่วมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ทำพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ระหว่างกรมการอุตสาหกรรมทหารของซาอุดีอาระเบีย กับบริษัทโรโซโบรอนเอ็กซ์พอร์ต ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจด้านอาวุธสงครามของรัสเซีย โดยเป็นการสั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หลายรายการ ที่สำคัญนั่นก็คือคือระบบป้องกันขีปนาวุธพิสัยไกลแบบ S-400

 

 

 



นอกจากนั้นแล้วทางด้าน สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน ได้ตรัสเชิญประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ให้เดินทางเยือนกรุงริยาด ของประเทศซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการด้วย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังได้ตรัสเชิญเพื่อสร้างความร่วมมือด้านพลังงาน ที่ซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบอันดับ 1 และ 2 ของโลก และร่วมกันผลักดันกลุ่มโอเปก ทำการลดการผลิตน้ำมันดิบเหลือ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อช่วยกันสร้างความสมดุลกลไกตลาด ให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

 

การพบกันของทั้งสองครั้งแรก นับว่าเป็นที่ฮือฮาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสิ่งที่เปิดเผยต่อสื่อมวลชนนั้นก็สร้างความตระหนกให้กับสหรัฐฯ ได้ไม่น้อย เพราะที่ผ่านมาซาอุดิอาระเบีย นั้นเป็นพันธมิตรหลักในตะวันออกกลางของสหรัฐฯ แต่เวลานี้ กลับหันมาคบค้ากับรัสเซีย ไม่ใช่แค่เพียงถ่วงดุลอำนาจธรรมดาอย่างแน่นอน กับดีล การซื้ออาวุธล็อตใหญ่ รวมถึงซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธ รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง S-400 ที่เรียกว่าประสิทธิภาพสูงยิ่ง และมีใช้เพียงไม่กี่ประเทศในปัจจุบันนี้




ส่วนดีลที่น่าจับตามอง นั่นก็คือ เมื่อสองมหาอำนาจด้านพลังงานเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ของโลก จับมือกัน ก็ยิ่งจะสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกเลยทีเดียว เพราะ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ สองอันดับต้นของโลก จะสามารถตกลงทางธุรกิจกันได้ และเมื่อตกลงกันได้ ย่อมจะมีอำนาจต่อรองสูงยิ่งในเวทีการค้า โดยเฉพาะในกลุ่มโอเปก ดังนั้น บอกได้เลยว่า การที่ผู้นำสองประเทศพบกันครั้งนี้ กำลังสร้างดีลประวัติศาสตร์ ที่ทำให้สหรัฐฯ สั่นสะเทือนอย่างแน่นอน และคงต้องดูว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แก้เกมนี้อย่างไร

 








ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล