วันนี้ห้ามพลาด!! เชียร์ ‘ช้างศึก’ ปะทะ ‘อิรัก’ สถิติในบ้านไม่เคยแพ้ แต่ในบอลโลก ก็ไม่เคยชนะ ‘มุ้ย’ ทำหน้าที่กัปตันทีม ‘เจ’ บินกลับมาช่วยด้วย

Publish 2017-08-31 05:21:31



 

ช้างศึก เตรียมโคจรมาเผชิญหน้ากับอดีตแชมป์เอเชีย 1 สมัยเมื่อปี 2007 อย่าง สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย อีกครั้ง ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 9 วันที่ 31 สิงหาคมนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งแม้จะหมดสิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย ในปี 2018 กันแล้ว แต่เกมนัดนี้ยังถือว่ามีความหมายต่อทั้งคู่

สถิติที่ผ่านมาจากการเจอกันทั้งหมด 15 นัดรวมทุกรายการที่ฟีฟ่ารับรอง แม้ ทีมชาติไทย เป็นรองพอสมควร เมื่อแพ้ถึง 8 นัด เสมอ 5 นัดและชนะเพียงแค่ 2 นัด อีกทั้งล่าสุดยังบุกไปแพ้ถึง 4-0 ในนัดแรกที่พบกัน ทำให้ในส่วนของฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 5 นัดที่พบกันนั้น ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ เมื่อแพ้ 2 นัดและเสมอ 3 นัด

อย่างไรก็ตามมีอีกหนึ่งสถิติที่น่าจะทำให้ ช้างศึก ลงเล่นด้วยความฮึกเหิม เมื่อไม่เคยเปิดบ้านปราชัยให้คู่แข่งรายนี้ ซึ่ง 6 นัดที่ผ่านมาชนะ 2 นัดและเสมอ 4 นัด นั่นหมายความว่าพวกเขาก็มีโอกาสอันดีที่จะเปิดบ้านถอนแค้น และ ลุ้นเก็บ 3 แต้มประวัติศาสตร์เป็นการส่งท้ายการเล่นต่อหน้าแฟนบอลที่ราชมังคลากีฬาสถาน

ขณะเดียวกันยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่หนึ่งในผู้เล่นดีที่สุดของไทยย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางจากคอนซาโดเล ซัปโปโร จะกลับจากประเทศญี่ปุ่น มาร่วมงานกับ มิโลวาน ราเยวัช รวมถึง ธีรศิลป์ แดงดา ที่น่าจะถูกใช้งานเป็นครั้งแรกเช่นกัน โดยเขาค่อนข้างถูกโฉลกเวลาเจอกับทีมจากประเทศตะวันออกกลาง เมื่อทำไป 6 ประตู นับว่ามีสถิติดีที่สุดในทีมชุดนี้

ที่สำคัญ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย ยังมีผลงานยอดเยี่ยมในการเริ่มต้นคุม ทีมชาติไทย ในบ้าน เมื่อ 3 นัดที่ผ่านมา ยังไม่เคยเสียท่าให้คู่แข่ง ชนะ 2 นัดและเสมอ 1 นัด ฉะนั้นนี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟนบอลชาวไทยห้ามพลาด ช้างศึก จะประเดิมเก็บ 3 แต้มแรกและรักษาสถิติไม่เคยเปิดบ้านแพ้คู่แข่งรายนี้ได้หรือไม่ หรือ สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย จะบุกมาชนะ ทีมชาติไทย ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปี 31 สิงหาคมนี้ เวลา 19.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน มีคำตอบ

 

การพบกันทั้งหมด 15 นัด ไทย ชนะ 2 เสมอ 5 แพ้ 8 ยิงได้ 16 ประตู เสีย 40 ประตู

ไทย 1-1 อิรัก (เอเชียน คัพ 1972)
อิรัก 5-0 ไทย (เมอร์เดก้า คัพ 1977)
อิรัก 1-0 ไทย (เมอร์เดก้า คัพ 1978)
อิรัก 7-1 ไทย (เมอร์เดก้า คัพ 1981)
อิรัก 2-1 ไทย (เอเชียน คัพ 1986)
อิรัก 4-1 ไทย (เอเชียนคัพ 1996)
อิรัก 2-0 ไทย (เอเชียนคัพ 2000)
อิรัก 4-0 ไทย (บอลโลก รอบคัดเลือก 2001)
ไทย 1-1 อิรัก (บอลโลก รอบคัดเลือก 2001)
ไทย 4-3 อิรัก (อุ่นเครื่อง 2006)
ไทย 1-1 อิรัก (เอเชียนคัพ 2007)
ไทย 2-1 อิรัก (อุ่นเครื่อง 2008)
ไทย 2-2 อิรัก (บอลโลก รอบคัดเลือก 2015)
อิรัก 2-2 ไทย (บอลโลก รอบคัดเลือก 2016)
อิรัก 4-0 ไทย (บอลโลก รอบคัดเลือก 2016)

การพบกันในบ้านไทย 6 นัด ไม่เคยแพ้ ชนะ 2 เสมอ 4 ยิงได้ 11 ประตู เสีย 9 ประตู

ไทย 1-1 อิรัก (เอเชียน คัพ 1972)
ไทย 1-1 อิรัก (บอลโลก รอบคัดเลือก)
ไทย 4-3 อิรัก (อุ่นเครื่อง 2006)
ไทย 1-1 อิรัก (เอเชียนคัพ 2007)
ไทย 2-1 อิรัก (อุ่นเครื่อง 2008)
ไทย 2-2 อิรัก (บอลโลก รอบคัดเลือก)

การพบกันในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 5 นัด ไทยไม่เคยชนะ เสมอ 3 แพ้ 2 ยิงได้ 5 ประตู เสีย 13 ประตู

อิรัก 4-0 ไทย (บอลโลก รอบคัดเลือก 2001)
ไทย 1-1 อิรัก (บอลโลก รอบคัดเลือก 2001)
ไทย 2-2 อิรัก (บอลโลก รอบคัดเลือก 2015)
อิรัก 2-2 ไทย (บอลโลก รอบคัดเลือก 2016)
อิรัก 4-0 ไทย (บอลโลก รอบคัดเลือก 2016)


ด้าน ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดใจหลังถูก มิโลวาน ราเยวัช กุนซือใหญ่ มอบหมายเป็นกัปตันทีมชาติไทย ในเกมที่เตรียมพบกับ ทีมชาติอิรัก และ ทีมชาติออสเตรเลีย ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 9 และ นัดที่ 10

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ต้องถอนตัวออกไปหลังมีอาการบาดเจ็บ ก่อนที่ มิโลวาน ราเยวัช จะแต่งตั้ง ธีรศิลป์ แดงดา ทำหน้าที่แทน โดยมี ธีราทร บุญมาทัน เป็นรองกัปตันทีม

ขณะที่ ธีรศิลป์ กล่าวว่า "ที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นว่า เรายังเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ทุกคนยังรักกันดีในทีม ไม่ว่าใครจะเป็นกัปตันก็ตาม ก็ยังมีพี่ๆที่คอยดูแลอยู่ ไม่ว่าจะเป็น พี่ตี๋ (สินทวีชัย หทัยรัตนกุล) หรือ พี่แชมป์ (ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน)"

"เรื่องกัปตันที่ได้รับมอบหมาย ก็เป็นเรื่องของหน้าที่ที่ต้องทำในสนาม ผมก็จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนตอนนี้ ทั้งผม และทุกคนในทีมมีความมุ่งมั่นที่จะเก็บชัยชนะนัดแรกในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ให้ได้ ทุกคนทุ่มเทและทำงานกันอย่างหนักเพื่อเกมในวันพรุ่งนี้ที่เราจะเจอกับอิรัก"

"ผมเชื่อว่า เกมมันจะดีขึ้นกว่าเดิม เพราะทุกคนทำงานหนักกันจริงๆ ครั้งนี้มี เจ (ชนาธิป สรงกระสิน) และผมก็กลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง รวมถึงยังมีผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีในครั้งที่ผ่านมา ผมหวังว่าเราจะช่วยทีมได้ และมีผลการแข่งขันที่ดีออกมาในท้ายที่สุด"

 

 



มงคล ทศไกร ปีกขวาทีมชาติไทย ยืนยันทัพช้างศึกต้องการชัยชนะเหนือ ทีมชาติอิรัก หลังเป็นนัดสุดท้ายที่จะได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้ายนี้

ช้างศึกเป็นทีมเดียวที่ยังไม่ชนะใครในกลุ่มบี ก่อนมีโปรแกรมลงเล่นในบ้านนัดสุดท้ายพบกับ อิรัก ซึ่งนัดแรกทีมบุกไปแพ้มาก่อนถึง 4-0 ขณะที่ปีกขวาจาก พัทยา ยูไนเต็ด กล่าวว่า

"ตอนนี้ทุกคนพร้อมมากครับ เราต้องการชัยชนะในบ้านนัดสุดท้ายเพื่อแฟนบอล"

"นี่เป็นเกมที่สำคัญมากๆ เป็นนัดสุดท้ายในบ้านที่เราจะได้เล่นรอบ 12 ทีมสุดท้าย ซึ่งอย่างที่รู้ว่าโอกาสการผ่านเข้ามาสู่รอบนี้อีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องการสร้างความประทับใจให้แฟนบอล ทุกคนต้องการชัยชนะและกระหายมากๆครับ"

มงคล ทศไกร กล่าวต่อ "ก่อนหน้านี้เราเจออิรักค่อนข้างบ่อย แม้เราจะยังไม่เคยชนะ แต่อย่างน้อยๆมันก็ทำให้เราคุ้นเคยกับพวกเขามากขึ้น ไม่มีความกลัวและรู้ว่าต้องเล่นอย่างไร เราต้องการชนะพวกเขาสักครั้งให้ได้"

"ผมยังจำโมเมนต์ที่ยิงตีเสมออิรัก 2-2 ได้ดี เป็นความรู้สึกและบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมมาก ซึ่งทุกครั้งที่เราได้เห็นแฟนบอลดีใจเราก็อยากทำแบบนั้นให้ได้ ส่วนจะยิงได้อีกไหม คงขึ้นอยู่ที่จังหวะและโอกาสในสนามมากกว่า"

"ส่วนตัวผมเล่นเต็มที่แน่นอนและจะวิ่งช่วยทีมให้เยอะที่สุดเท่าที่วิ่งได้ ยืนยันว่าเกินร้อยทุกคน ก็หวังว่าแฟนบอลจะเข้ามาให้กำลังใจเรากันเยอะๆ มาร่วมสู้กับเราเพื่อคว้าชัยชนะนัดแรกให้ได้" มงคล ปิดท้าย

 

ทีมชาติไทย มีโปรแกรมเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติอิรัก ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 9 วันที่ 31 สิงหาคม 2560 เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน จากนั้นจะออกไปเยือน ทีมชาติออสเตรเลีย นัดที่ 10 วันที่ 5 กันยายน 2560

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล

ติดตามข่าวอื่นๆ