แห่เข้าชมนับหมื่นนับแสน !! เปิดวาร์ป "5 สถานที่" ทางประวัติศาสตร์ ตามรอยละครดัง "บุพเพสันนิวาส" บอกเลยแต่ละที่ สวยงามอร่ามตา !! (ชมภาพ)

Publish 2018-03-19 13:36:31

     

          เป็นละครที่กำลังฮอตไปทั่วบ้านทั่วเมืองสุดๆ สำหรับละคร "บุพเพสันนิวาส" นอกจากคู่พระนางที่โดดเด่นแล้ว  แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้จากละครเรื่องนี้คือ เกร็ดความรู้พร้อมสอดแทรกเนื้อหาในด้านประวัติศาสตร์ของไทยให้คิดตาม ดูไปได้ความรู้ไป บอกเลยว่าครบรสจริงๆ วันนี้เราจึงจะนำพาทุกท่านเข้ามาอีกโลกเพื่อมาตามรอย แม่การะเกด โดยจะพาไปดูโลเคชั่นสถานที่ถ่ายทำสวยๆ ที่ยกกองกันไปถ่ายทำในสถานที่จริงของๆหลาย จังหวัด ทั้ง พระนครศรีอยุธยา จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดลพบุรี และ จังหวัดสระบุรีเป็นต้น

1.วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา 
วัดไชยวัฒนาราม หรือ วัดชัยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านป้อม อำเภอเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง

วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173 โดยเดิมบริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของพระราชมารดาที่ได้สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระเจ้าปราสาททองได้เสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์ เมื่อพระองค์ได้เสวยราชสมบัติ พระองค์จึงได้สร้างวัดไชยวัฒนารามขึ้นเพื่ออุทิศผลบุญนี้ให้กับพระราชมารดาของพระองค์ และอีกประการหนึ่งวัดนี้อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือเขมรด้วย จึงทำให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งมาจาก

 

 



2.เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ 
เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยนายเล็ก วิริยะพันธุ์ นักธุรกิจเจ้าของบริษัทวิริยะประกันภัย เป็นสถานที่รวบรวมวัฒนธรรม ของ

ไทย อาทิ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน

เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515

เมืองโบราณตั้งอยู่ในเขตตำบลบางปูใหม่ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 33 ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ห่างจากตัวจังหวัด 8 กิโลเมตร มีพื้นที่ 800 ไร่ ลักษณะที่ดินมีผังบริเวณคล้ายรูปขวาน เหมือนกับอาณาเขตของประเทศไทย [1] ภายในจะมีโบราณสถาน ปูชนียสถาน วัดโบราณ พระราชวัง ต่างๆ เป็นต้น และยังมี ส่วนรังสรรค์เป็นสถานที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของไทย มีไว้จัดแสดงที่นี่ด้วย ภายในเมืองโบราณยังมีค่ายพักแรม ชื่อว่า “ค่ายริมขอบฟ้า”

เหตุการณ์สำคัญ 

ใน พ.ศ. 2549 รายการอเมริกาส์เน็กซต์ท็อปโมเดล ฤดูกาลที่ 6 รายการเรียลลิตี้โชว์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาได้นำผู้เข้าแข่งขันมาแข่งรอบชิงชนะเลิศที่นี่ โดยใช้ศาลาพระอรหันต์ซึ่งเป็นศาลากลางน้ำขนาดใหญ่เป็นรันเวย์ และถือได้ว่าเป็นเวทีเดินแบบที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการ นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่ภายในพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทจำลองเป็นสถานที่ในการตัดสินผู้ชนะอีกด้วย

วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 500 คน นำโดยนายวีระ สมความคิด ได้เดินทางมายังเมืองโบราณ เพื่ออ่านแถลงการณ์ในนามเครือข่ายภาคีทวงคืนดินแดนแผ่นดินไทย จะดำเนินการทุกวิถีทางตามกรอบของกฎหมาย เพื่อทวงคืนแผ่นดินไทยรอบปราสาทพระวิหารมาเป็นของคนไทย จะดำเนินคดีกับคนที่ทำให้แผ่นดินไทยต้องถูกรุกล้ำ และทำให้เสียดินแดน ขอให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำแผ่นดินไทยออกนอกพื้นที่ และประณามคณะกรรมการมรดกโลกที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและลำเอียง หลังจากนั้น ทั้งหมดได้ร่วมกันเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาและร้องเพลงชาติไทย

 

 

3.ป้อมเพชร จ.พระนครศรีอยุธยา 
ป้อมเพชรแห่งนี้คือป้อมปราการสำคัญในยุคกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยารอยต่อแม่น้ำป่าสัก ตรงข้ามกับวัดพนัญเชิงวรมหาวิหาร

ในอดีตป้อมเพชรแห่งนี้เป็นปราการด่านสำคัญที่คอยสกัดไม่ให้ข้าศึกผู้มารุกรานผ่านทางแม่น้ำนั้นรุกล้ำเข้าไปสู่พระนครได้

และในละครบุพเพสันนิวาสนั้นก็มีหลายๆ ฉากที่ถ่ายทำกันที่ป้อมเพชรแห่งนี้ด้วย ลองสังเกตดูกันครับว่ามีฉากไหนบ้าง

 


4.หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน จ.สระบุรี 
ตั้งอยู่ บริเวณ กม.3 ถ.สายสระบุรี-ปากบาง บ้านโตนด ต.ดาวเรือง อ.เมือง จ.สระบุรี เมื่อมาเยือนที่นี่เราจะได้พบกับเรือนไทยไม้สักโบราณริมแม่น้ำป่าสักที่ให้บรรยากาศเรียบง่ายเงียบสงบ นำพาผู้มาเยือนย้อนอดีตสู่วิถีชีวิตของคนไทยสมัยก่อน ในยามปกติกลุ่มเรือนไทย และเรือนแพ จะว่างเปล่า แต่บ่อยครั้งก็จะมีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยการทำหน้าที่เป็น ฉากละครดังๆ หลายเรื่อง หรือ กลายเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรื่นเริง งานแต่ง งานข้าวแลงขันโตก ที่จะได้รับการประดับประดาตกแต่งจนเรืองรองไปด้วยดอกไม้ตุง แสงไฟ และผู้คนที่แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองไท-ยวน

ในราวปี พ.ศ. 2536 กลุ่มชาวไท-ยวน สระบุรี ได้รวมตัวกัน จัดตั้งหอวัฒนธรรมแห่งนี้ขึ้น และ มอบหมายให้อาจารย์ทรงชัย วรรณกุล เป็นประธานเพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของชาวไท-ยวน สืบสานและเผยแพร่วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีให้คงอยู่ รวมถึงเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มชาวไท-ยวน ด้วยกัน ให้ชนรุ่นหลังได้สัมผัสกับบรรยากาศความเป็นชาวบ้าน ไท-ยวนแท้ๆ

 

5.วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา วัดพุทไธศวรรย์ เป็นพระอารามหลวงตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดพุทไธศวรรย์เป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงวัดหนึ่ง ปรากฏตามตำนานว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสร้างขึ้นในบริเวณที่ซึ่งเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับเมื่อทรงอพยพมาตั้งอยู่ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ที่ตรงนี้มีชื่อปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า “ตำบลเวียงเล็กหรือเวียงเหล็ก” ครั้นเมื่อสถาปนากรุงศรีอยุธยาแล้ว ถึง พ.ศ. 1896 จึงโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเป็นพระราชอนุสรณ์ ณ ตำบลซึ่งพระองค์เสด็จมาตั้งมั่นอยู่แต่เดิม และพระมหากษัตริย์องค์ต่อ ๆ มาก็คงจะได้โปรดให้สร้างถาวรวัตถุ เพิ่มเติมขึ้นอีกหลายอย่าง เมื่อเสียกรุงฯ ในปี พ.ศ. 2310 วัดพุทไธศวรรย์เป็นอีกวัดหนึ่งที่มิได้ถูกข้าศึกทำลายเหมือนวัดอื่น ๆ ทุกวันนี้จึงยังมีโบราณสถานไว้ชมอีกมากมาย ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ ปรางค์ประธาน องค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม ตั้งอยู่กึ่งกลางอาณาเขตพุทธาวาสบนฐานไพที ซึ่งมีลักษณะย่อเหลี่ยมมีบันไดขึ้น 2 ทาง คือ ทางทิศตะวันออก และทางทิศตะวันตก ส่วนทิศเหนือทิศใต้มีมณฑปสองหลังภายในพระมณฑปมีพระประธาน พระตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ประจำอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

.

.

.

ขอบคุณข้อมูลและคลิปจาก : Ch3Thailand


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฐวุฒิ มาทา