คนไทย หายจน อัดงบ 1.5 แสนลบ. อุ้มรากหญ้า...

คนไทย หายจน อัดงบ 1.5 แสนลบ. อุ้มรากหญ้า...

Publish 2018-02-07 13:37:03

อ่านแล้วจะเข้าใจ ทำไมคนไทยถึงหายจน เผยแผนดูแลผู้มีรายได้น้อยเฟส 2  รัฐเฉือนเนื้อยอมขาดดุลเพิ่มอีก 1.5 แสนลบ. 

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เตรียมจัดทำงบประมาณกลางปีงบประมาณ 2561 (ต.ค.60-ก.ย.61)  อีก 1.5 แสนล้านบาท โดยจะใช้รายได้ที่มีอยู่ 50,000 ล้านบาท และเงินกู้ 100,000 ล้านบาท ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2561 จะขาดดุลงบประมาณเพิ่มเป็น 5.5 แสนล้านบาท จากเดิมกำหนดขาดดุลไว้ที่ 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งยืนยันยังอยู่ในเสถียรภาพทางการเงินการคลัง โดยหนี้สาธารณะต่อจีดีพียังอยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินไปที่ 42% สำหรับงบประมาณกลางปีจะดำเนินการ 3 เรื่อง หลัก คือ การดูแลผู้มีรายได้น้อย การแบ่งโซนพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพภาคเกษตร และการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมไร้เงินสด  

 



 “แม้ว่าจะมีงบกลางปีเพิ่มเข้ามา และทำให้ขาดดุลงบประมาณ 5.5 แสนล้านบาทนั้น เราดูแล้วว่าแม้จะขาดดุลเยอะจะไม่มีปัญหา เพราะเราไม่ได้แจกเงิน หรือไปทำโครงการซี้ซั้ว เรามีเป้าหมายเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แม้คนจะพูดว่าการลงทุนภาครัฐผ่านโครงสร้างพื้นฐานจะต้องใช้เวลา แต่ผมเชื่อว่ามันจะทำให้เกิดการกระจายตัวของเศรษฐกิจ และเติบโตได้อย่างมีสิทธิภาพ”อภิศักดิ์ กล่าว  
 สำหรับโครงการที่จะดำเนินการนั้น จะประกอบด้วย การดูแลผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ที่คาดว่าจะใช้วงเงิน 30,000 กว่าล้านบาท เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อให้พ้นเส้นความยากจน ขณะที่ภาคเกษตรที่ปลูกพืชเดิมเป็นเวลานาน และจำนวนมากนั้น จะเน้นการปรับเปลี่ยนพืช เพื่อยกระดับมากขึ้น เช่น การปรับเปลี่ยนพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงพืชเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และสุดท้ายคือ การเดินหน้าในโครงการเนชั่นแนลอีเพย์เม้น เพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งภายในเดือนมีนาคมนี้ ในระบบการรับและจ่ายเงินของภาครัฐ จะเริ่มผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความสะดวกมากขึ้น  รวมถึงการทำให้หนี้นอกระบบเป็นศูนย์ด้วย  


 ส่วนแนวทางในการจัดเก็บภาษีของรัฐในอนาคต ยืนยันว่า ในปีนี้จะไม่มีการปรับฐานภาษีเพิ่มขึ้น แต่จะขยายฐานให้กว้างขึ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม ขณะที่การจัดเก็บภาษี E-commerce นั้น จะต้องมีการจัดเก็บเพราะจะทำให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการทุกราย ในพื้นฐานการแข่งขันทางการค้าเสรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างร่างกฎหมายภาษีดังกล่าว  

รมว.คลัง กล่าวถึงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือ คลิปโตเคอเรนซี่ ว่า คงไม่สามารถปิดกั้นไม่ให้มีการลงทุนดังกล่าวได้ ฉะนั้นจึงให้ลงทุนได้ แต่ต้องมีการควบคุมให้เกิดการลงทุนที่เหมาะสม จึงได้ให้ทางสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และกำกับหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.  ไปพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างร่างหลักเกณฑ์กฎหมายเพื่อควบคุมการลงทุนในคลิปโตเคอร์เรนซี่  และการเสนอขายเหรียญในระยะเริ่มต้น หรือ การระดมทุนในรูปแบบของ ICO ซึ่งคาดว่าจะได้รับความชัดเจนภายใน 1 เดือนนี้   

 ทั้งนี้ ก.ล.ต.จะต้องมีกฎหมายออกมาให้ควบคุมการลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้คลิปโตเคอเรนซี่ เป็นหนึ่งในช่องทางในการฟอกเงิน เหมือนในประเทศจีน ที่มีการนำเงินจากการลงทุนดังกล่าวออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นกระบวนการฟอกเงินที่เกิดขึ้นในขณะนี้  
 “ความโลภของคน มันทำให้ก่อให้เกิดปัญหา อย่างบิตคอยส์ราคาที่มันพุ่งแรงคนมันเห็นก็กระโดดเข้าไปลงทุน แต่มันก็ได้ไม่กี่วัน ราคามันก็หล่นลงมา สิ่งเหล่านี้ต้องระวัง”รมว.คลัง กล่าว
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง