เห็นข่าว ! หุ้น BCPG แล้วแปลกใจ ทำไมราคาถึงไม่ขยับ ?

เห็นข่าว ! หุ้น BCPG แล้วแปลกใจ ทำไมราคาถึงไม่ขยับ ?

Publish 2017-10-24 14:07:53

 เห็นข่าว ! หุ้น BCPG แล้วแปลกใจ ทำไมราคาถึงไม่ขยับ ใครกดราคาไว้ "พิสชา เหมวชิรวรากร" บุตรสาว VI
 ชื่อดังติดชาร์ตอันดับ 8 ยังคงถืออยู่หรือไม่ หรือ หุ้นจะหมดวาสนาสร้าง All Time High ใหม่ได้อีกครั้ง.....

  BCPG เป็นบริษัทในเครือบางจาก ซึ่งเป็นแกนหลักในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนของกลุ่มบางจาก ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ส่วนใหญ่กว่า 90% มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และในอีก 3 ปีข้างหน้าหรือราวปี 2563 บริษัทฯ ตั้งเป้าลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรวมทั้งสิ้น 1,000 MW จากปี 60 ที่บริษัทตั้งเป้าจะมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 585 MW และกำลังการผลิตที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์  394 MW

 



มาดูข่าวดีของ หุ้นตัวนี้กันแล้วจะลุ้นให้ ราคา BCPG ทำ  All Time High ใหม่อีกครั้ง หลังจาก ที่ 20.60 บาท หรือเพิ่มขึ้นราว 105%  จากราคาไอพีโอที่ 10.00 บาท  เพราะตลอดปีนี้ราคาทรงตัวอยู่บริเวณ 15 บาทเศษ และเพิ่งจะสามารถขึ้นมาทะลุ 16 บาทได้ในเดือน กันยายนที่ผ่านมา และขึ้นมาระดับ 20.50-20.60 บาท ในเดือนตุลาคมนี้

 ข่าวดีประการแรก บริษัทเพิ่งเซ็นสัญญากับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกร่วมผลิตโซลาร์ ฟาร์ม จำนวน 2 โครงการ กำลังผลิตรวม 9 MW และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2561 ภายหลังจากที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จราวไตรมาส 2 ปี 2561 

  ประการที่สอง  เป็นที่รับรู้กันว่า กำไรในไตรมาส 3 ปีนี้จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับ ไตรมาส 2 ปีที่แล้ว เพราะรับรู้รายได้จากโครงการพลังความร้อนใต้พิภพ (Salak, Darajat และ Wayang Windu)ในอินโดนีเซีย และจะรับรู้รายได้จากโครงการพลังงานลม (Nabas) ในฟิลิปปินส์เต็มไตรมาส (จากแค่สองเดือนใน ไตรมาส2ปี 2560) โดยบริษัทยังจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการพลังงานความร้อนใต้พิภพในช่วงสองเดือนท้ายของไตรมาส 3 ปีที่แล้ว  ซึ่งกำไรส่วนนี้ จะมาทดแทนกำไรบางส่วนที่ลดลง จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย เนื่องจากไตรมาส 3 เป็นช่วง low season เพราะเข้าหน้าฝน

  ประการที่สาม ภาพลักษณ์ของบริษัทดูดี ขึ้นเรื่อยๆ  เพราะนอกจากจะอยู่ในหุ้นตระกูล PTT แล้ว ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ตลุาคมนี้ บริษัทเพิ่งได้รับรางวัล The European Awards  2017 โดยได้รับ ถึง 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลบริษัทที่มีความโดดเด่นที่สุด ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย (Best Renewable Energy Company – Thailand 2017) และรางวัล บริษัทที่มีหลักธรรมาภิบาลเป็นเลิศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Best Corporate Governance Principles – Renewable Energy Company – South East Asia 2017) โดยบีซีพีจีเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทย และเป็นหนึ่งใน "สามบริษัทจากเอเชีย" ที่ได้รับรางวัลในปีนี้
 นอกจากนั้นในโครงสร้างผู้ถือหุ้น ยังพบว่า "พิสชา เหมวชิรวรากร" บุตรสาว ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนประเภท VI (Value Investment)ถือเป็นอันดับ 8 มีราว   12 ล้านหุ้น (ปิดสมุดทะเบียนล่าสุด 24/10/60) จากที่ปิดสมุดทะเบียนครั้งก่อน (15/06/60) ยังไม่พบติด 1 ใน 10 อันดับแรก ซึ่งอาจเป็นแรงหนุนให้รายย่อย เชื่อมั่นโดดร่วมวงได้      และก็ยังไม่น่าจะขายออกมาก เพราะอันดับการครองยังอยู่ที่เดิม
 ประการที่สี่  BCPG จัดเป็นหุ้นพลังงานทดแทนที่  กระจายความเสี่ยงการลงทุน และ หารายได้ชดเชยซึ่งกันและกันในธุรกิจแต่ละประเภท เพราะ บริษัทไม่ได้ทำแค่พลังงานแสงอาทิตย์ แต่กระจายไปสู่พลังงานลม และพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งไม่ได้แค่ช่วยกระจายความเสี่ยงในด้านของการดำเนินงาน แต่กลยุทธ์นี้ยังช่วยปลดล็อคข้อจำกัดในเรื่องชั่วโมงการผลิต ซึ่งในอดีตโครงการ solar สามารถผลิตไฟฟ้าได้แค่วันละ 5 ชั่วโมง ในขณะที่ปัจจุบันพอร์ตโรงไฟฟ้าของบริษัทสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะมีโรงไฟฟ้าพลังลม และพลังความร้อนใต้พิภพด้วย ซึ่งกลยุทธ์นี้จะทำให้พอร์ตของบริษัทแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว 
หุ้น BCPG จึงดูทิศทางดูสดใส ตามกำลังการผลิตไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้น และการผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชม. ตามการกระจายลงทุนในโรงไฟฟ้าหลายประเภท


แล้วทำไม ราคาหุ้นถึงยังไม่ขานรับข่าวดีนี้  หรือ เพิ่งจะทำ All Time High จึงขอพักตัวชั่วคราว ก็อย่าให้เสียชื่อ นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ BCPG แล้วกัน เพราะเก้าอี้มันร้อน  ถ้ายังคงปล่อยให้ราคาเป็นเช่นนี้ต่อไป...................

 ผู้เขียน   พิมพ์รำไพ แตงอ่อน  

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน