รวบ 2อาสาตำรวจ อุดรธานี

รวบ 2อาสาตำรวจ อุดรธานี

Publish 2019-04-01 22:29:48

จากกรณีโลกออนไลน์ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ การที่ นางปิยรัตน์ วงษ์ตาหล้า  ได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณี บุตรชายของตน วัย16ปี ได้กล่าวอ้างว่า ถูกชายจำนวน 2 รายแต่งกายคล้ายลักษณะ ตำรวจอาสา ทำร้ายร่างกาย แล้วได้หลบหนีไป ภายในปั๊มน้ำมัน ในเขตพื้นที่ สภ.นาข่า ภ.จว.อุดรธานี เนื่องจากเข้าใจผิดคิดกันไปว่า เด็กคนดังกล่าวเป็นผู้กระทำความผิด เเล้วหลบหนีมา เหตุเกิดคืนวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา



 

 


โดยที่ สภ.นาข่า ภ.จว.อุดรธานี เมื่อวันที่  1 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 11.30 น.นางสาวปิยะรัตน์ วงษ์ตาหล้า อายุ 32 ปี พร้อมด้วยบุตรชายของตน ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ โดยบุตรชายของตนขับรถจักรยานยนต์ เข้าไปในปั๊มน้ำมัน ปตท.(หนองแค) หมู่ 5 ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ในขณะกำลังจอดรถจักรยานยนต์ และได้เดินเข้าไปในห้องน้ำนั้น ต่อมาได้มีชายไทยไม่ทราบชื่อนามสกุล จำนวน 2 ราย แต่งกายคล้าย อาสาสมัครตำรวจได้เดินเข้ามาในห้องน้ำ พร้อมกับได้ฉุดแขนตนออกมายังบริเวณหน้าห้องน้ำ จากนั้น ได้ร่วมกันใช้อาวุธไม้ ทำร้ายตนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นชายทั้ง 2 ราย ได้แจ้งกับตนว่า จะพาไปยังบริเวณป้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่จะปล่อยตนลงระหว่างทาง จากนั้นตนจึงได้รีบแจ้งให้มารดาทราบโดยทันที

 

 

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมาย รวมถึงได้สอบสวนปากคำพยานที่เกี่ยวข้องซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และทำการสืบสวนตรวจสอบ พิสูจน์ทราบ คู่กรณีที่ก่อเหตุในครั้งนี้ รวมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสของผู้ก่อเหตุ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


 


ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.วรณัฏฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภูธร จ.อุดรธานี เดินทางไปที่สภ.นาข่า เพื่อร่วมสอบสวนนายศักดิ์นรินทร์  สดกลาง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 5 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี และนายอาสา ภูหัสสวน อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 7 ซ.บ้านดอนอุดม ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ทั้งสองเป็นตร.อาสาสภ.เมืองอุดรธานี เขตงานเทพารักษ์

 

 

 

จากการสอบสวนนายศักดิ์นรินทร์ ตร.อาสาเขตงานเทพารักษ์ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุทำร้ายน้องจริง เพราะเข้าใจว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ขับรถเข้าไปในปั๊มน้ำมัน และสงสัยจะมีอาวุธปืน แต่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนั้นได้ขับรถหนีตร.อาสา และเข้าใจว่านายปฏิภาณ เป็นหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว แต่เมื่อนายปฏิภาณบอกไม่ใช่ สถานการณ์บีบบังคับจึงทำร้ายร่างกายน้องเขาดังกล่าว

 

 

 ด้าน พล.ต.ต.วรณัฏฐ์ ผันผ่อน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เยาวชนที่ถูกทำร้ายร่างกายตามคลิปและเป็นข่าวที่เสนอไปนั้น ในวันเกิดเหตุเยาวชนได้ไปดูการแสดงหมอลำกับแฟนสาวกที่แถวค่ายตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 หลังดูหมอลำเสร็จและจะต้องมาส่งแฟนสาวที่บ้านเพื่อมาเอาเอกสาร ระหว่างที่ขับรถมาได้มีรถจักรยานยนต์หลายคันขับสวนขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ 1 คันลักษณะเหมือนมีอาวุธปืนทางอาสาตำรวจได้ติดตามรถเป้าหมายมาและรถเป้าหมายได้เลี้ยวเข้าไปที่ปั๊มน้ำมัน

 

 

ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุปรากฏว่าน้องที่ถูกทำร้ายร่างกายก็จอดรถเพื่อแวะเข้าห้องน้ำที่บริเวณเกิดเหตุ ส่วนรถคันที่เป็นเป้าหมายที่อาสาตำรวจติดตามมานั้นเห็นเจ้าหน้าที่อาสาตำรวจเข้าไปก็เลยขับรถออกมาจากปั๊มน้ำมันสวนทางกันและหนีไปได้ ทางอาสาตำรวจก็เลยเข้าไปดำเนินการโดยเรียกเยาวชนออกมา มาพูดคุยและก็เกิดการทำร้ายร่างกายขึ้น

 

ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเอามาประกอบกับการสอบปากคำในวันนี้ซึ่งอาสาตำรวจทั้ง 2 นายนี้จะถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 นอกจากนี้ยังถูกดำเนินคดีในข้อหาพกสิ่งเทียมขายอาวุธปืนอีกด้วย ทั้งนี้อาสาตำรวจทั้ง 2 นายนี้ จากการตรวจสอบจริงๆแล้วยังไม่ได้เป็นอาสาตำรวจเต็มตัว โดยยังอยู่ระหว่างการทดลองปฏิบัติงานและเพิ่งได้มาทดลองงานเพียง 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการฝึกอบรมกันอยู่ ยังไม่ผ่านการอบรมเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้เข้ามาทำงานได้อย่างไร ทั้งนี้ตร.อาสาในจ.อุดรธานีมีประมาณ 1900 นาย มีทั้งคนดีและคนไม่ดีต่อไปต้องพิจารณาให้รอบคอบกว่านี้

 

 

  ขณะที่ ส่วนนางปิยรัตน์  วงษ์ตาหล้า แม่ของน้องปฏิภาณอยากให้ตร.ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถือว่ากระทำเกินกว่าเหตุและไม่มีการสอบถามข้อมูลที่ชัดเจนก่อนลงมือทำร้ายร่างกายลูกชาย แต่เมื่อตร.ตามจับได้แล้วก็ไม่เรียกร้องค่าปรับหรือค่าทำขวัญน้องแต่อย่างใด คงปล่อยให้ตร.ดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและไปก่อเหตุที่อื่นอีกต่อไป

 

 

 

 

 

ขอบคุณ

ข่าวจริง ชัดเจน

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์