ด่วน!!! โดนแล้วให้ออกจากราชการตำรวจปล้ำสาวบนโรงพัก!?! อีก3ถูกสอบรีด2หมื่นยัดห้องขัง??? เหยื่อลั่นไม่ยอมความ หวั่นไม่ปลอดภัย (มีคลิป)

Publish 2018-06-02 09:58:43

จากกรณีเฟซบุ๊ก บริษัท โสภณ เคเบิ้ล ที.วี.และสื่อสาร พัทยา จำกัด ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพถึงเหตุการณ์ น.ส.ฝน (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ  ร้องเรียนสื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เรียกรับเงินเคลียข้อหาเมาแล้วขับ และก่อเหตุลวนลามภายในสถานี จากการที่ได้เกิดอุบัติเหตุขับรถเฉี่ยวชนกันที่บริเวณถนนสายสองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่ตกลงกับคู่กรณีไม่ได้จึงถูกเชิญตัวมา ยังสถานีตำรวจเมืองพัทยา



 

 

 

“จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เมื่อทำการเป่าปรากฏว่า 2 ครั้งแรกไม่พบ จึงทำการเป่าครั้งที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินที่กฎหมายกำหนด จากนั้นมีบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งทำตัวใกล้ชิดเจ้าหน้าที่ ยื่นข้อเสนอว่าจะยกเลิกผลตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่ได้ปฏิเสธไปจึงถูกนำตัวเข้าคุมขัง ทำให้รู้สึกกลัวเพราะผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงสามารถเดินเข้าหากันได้ จึงขอพูดคุยตามข้อเสนอกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ก่อนจะตกลงเคลียร์จบกันที่ 20,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงรับบัตรเอทีเอ็มไปกดเอาเงินตามจำนวนไป

 

 


 

 

แต่เรื่องราวดังกล่าวกลับยังไม่จบแค่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดเครื่องแบบกลับร้องขอหอมแก้ม ซึ่งยังไม่ทันได้เอ่ยปากอะไรก็ถูกเจ้าหน้าที่ยื่นหน้าเข้ามากระทำต่อหน้าประชาชนและผู้ต้องขังจำนวนไม่น้อย ด้วยความกลัวว่าการเคลียร์จะเป็นโมฆะจึงไม่กล้าต่อว่าต่อขาน ไม่นานก็ได้รับอิสรภาพออกมา เจ้าหน้าที่คนดัง กล่าวกลับโผเข้ากอดหอมอีกครั้ง ซึ่งเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาประมาณ10.00 น.-11.00 น.มีประชาชนเข้ามาติดต่อราชการเยอะ สร้างความอับอายเป็นอย่างมาก ซึ่งตนได้แจ้งความกับ พ.ต.ท.ธัมมัญชิษฐ์ สิทธิศาสตร์ สว.(สอบสวน) ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะสอบสวนและขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย”

 

 

       ล่าสุดเฟซบุ๊ก สืบจากข่าว ได้โพสต์ข้อความโดยรายงานความคืบหน้าของคดีดังกล่าว ซึ่งได้ระบุว่า ตำรวจ สิบเวรนายนั้นทราบชื่อต่อมาว่า  ดต.ไชยา พุธไธสงค์ ผบ.หมู่ สภ.พัทยา พร้อมพวกอีก 3 คนยังไม่ทราบชื่อ โดยพ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้ ทำเรื่องเสนอต่อ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดชลบุรี ให้ ดต.ไชยา ออกจากราชการไว้ก่อนเพราะเป็นความผิดที่ผู้เสียหายระบุชัดเจนว่าได้ ลวนลาม ทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนอีก 3 นายเป็นชั้นประทวน ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เรื่องที่รับบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน 2 หมื่นบาท ขณะเหยื่อสาว ผู้เสียหายยืนยันเรื่องนี้จะไม่มีการยอมความใดๆทั้งสิ้น จะดำเนินคดีถึงที่สุด พร้อมทั้งขอให้ผู้สื่อข่าว ช่วยประจำตนเองตลอดด้วยเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : สืบจากข่าว



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว