ตำแหน่งใหม่ ! ตร.ไกล่เกลี่ย"พงส."รวม11,263 นาย

Publish 2016-02-27 16:35:18


"พล.ต.อ.พงศพัศ" เปิดเผย ผลการประชุมแก้ปัญหาตำรวจพนักงานสอบสวน รอง ผกก.และ สว.รวม 11,263 นาย ได้ตำแหน่งใหม่ลงตัวแล้ว

 

"พล.ต.อ.พงศพัศ" ประชุมแก้ปัญหาตำรวจพนักงานสอบสวน 11,263 ตำแหน่งลงตัวแล้ว มีคนได้ตำแหน่ง"พล.ต.ต."ประจำ สง.ผบ.ตร.14 ตำแหน่ง รอง ผบก.34 ตำแหน่ง ระดับผู้กำกับ 790 ตำแหน่ง รอง ผกก. 1,891 ตำแหน่ง และ สว. 1,877 ตำแหน่ง และรอง สว. 6,657 ตำแหน่ง มีบางส่วนอยู่ที่เดิมและปรับย้ายไปลงตามกองบัญชาการต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังขอเงินประจำตำแหน่งที่หายไปคืนจากรัฐบาลและขอเพิ่มเงินประจำตำแหน่งให้ตำรวจฝ่ายอื่นด้วย

 

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช.ที่ 7 / 2559 ใช้ มาตรา 44 ยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวนตำรวจทั้งหมดทำให้เกิดความแตกแยกทั้งเห็นด้วยและไม่เห้นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว อ้างว่าทำให้เสียสิทธิเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่บ้างทำให้ ไม่เจริญก้าวหน้าบ้าง ทำให้ไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงและเงินประจำตำแหน่งบ้าง

 

ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งประชุมแก้ปัญหาให้เกิดความชัดเจนอย่างเร่งด่วน โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.แต่งตั้ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร เป็นหัวหน้าคณธทำงานย่อยเพื่อปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนให้สอดคล้องกับโครงสร้างและระบบการบังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

 

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 ก.พ. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน กล่าวว่า คณะทำงานประชุมหารือกันมาแล้วหลายครั้งรวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานสอบสวนระดับต่างๆ และความเห้นของสมาคมพนักงานสอบสวนสรุปได้ว่า จะต้องกำหนดและตัดโอนตำแหน่งของพนักงานสอบสวนทั้งสิ้น 11,263 ตำแหน่งแบ่งเป็นพนักงานสอบสวน (สบ 1) ระดับรอง สว.6,657 ตำแหน่ง พนักงานสอบสวน (สบ 2) ระดับ สว.1,877 ตำแหน่ง พนักงานสอบสวน (สบ 3) ระดับ รอง ผกก.1,891 ตำแหน่ง พนักงานสอบสวน (สบ 4) ระดับ ผกก.790 ตำแหน่ง พนักงานสอบสวน (สบ 5) ระดับ รองผบก. 34 ตำแหน่ง และพนักงานสอบสวน (สบ 6) ระดับ ผบก.อีก 14 ตำแหน่ง

 

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า พนักงานสอบสวนระดับ รอง ผกก.ลงมาจนถึงระดับรอง สว.จำนวน 10,425 ตำแหน่ง จะกำหนดและตัดโอนตำแหน่งลงไปปฎิบัติหน้าที่ที่สถานีตำรวจทั้ง 1,467 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการทำงานด้านสืบสวนสอบสวนตามปริมาณคดีที่เกิดขึ้น

 

โดยสถานีตำรวจขนาดใหญ่และมีปริมาณคดีมากอาจมีรอง ผกก.สืบสวนสอบสวนมากถึง 4 นาย เพื่อรับผิดชอบคดี 4 กลุ่ม ได้แก่ คดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ คดีเกี่ยวกับทรัพย์ คดีที่น่าสนใจ และคดีที่รัฐเป็นผู้เสียหายเช่น คดียา เสพติด โจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และการพนัน เป็นต้น เป็นเรื่องที่ ผบ.ตร.ต้องการให้การทำงานของพนักงานสอบสวนสามารถคลี่คลายคดีและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว ส่วนสถานีตำรวจอื่นๆ จะกระจายไปตามความเหมาะสม

 

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า ส่วนพนักงานสอบสวนระดับ ผกก.ขึ้นไปจะกำหนดและตัดโอนตำแหน่งไปทำงานในกองบังคับการสืบสวนสอบสวนของ บช.น. บช.ก. บช.ปส. สตม. ตำรวจภูธรภาค รวมทั้งกลุ่มงานสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดอีกส่วนหนึ่งจะตัดโอนตำแหน่งไปเป็น ผกก.สถานีตำรวจ ผกก.ตม.และ รอง ผบก.ภ.จังหวัดต่างๆ ที่มีจำนวนคดีเกิดขึ้นมาก ส่วนพนักงานสอบสวนระกับผู้บังคับการยศ พล.ต.ต.มีกรอบอัตราไว้ 14 ตำแหน่ง

 

ขณะนี้ยังไม่มีพนักงานสอบสวนที่ผ่านการประเมินเข้าไปอยู่ในระดับดังกล่าว จะพิจารณาตัดโอนไปเป็นตำแหน่ง ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.และพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีความเหมาะสมเกี่ยวกับงานด้านสืบสวนสอบสวนไปดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไป

 

โดยพิจารณากำหนดหน้าที่การงานให้เกิดความเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน

 

ส่วนค่าตอบแทนบางส่วนที่ขาดหายไป พล.ต.อ.พงศพัศ ยืนยันว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กำลังประสานกับรัฐบาลเพื่อนำเงินส่วนนี้กลับคืนมาและยังนำเสนอเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของตำรวจที่ทำงานในสายงานอื่นๆ ให้ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมควบคู่กันไปด้วยเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานร่วมกันทั้งนี้เพื่อให้งานสืบสวนสอบสวนอำนวยความยุติธรรมของตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับความเชื่อถือศรัทธาและไว้วางใจจากประชาชน ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

 

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวด้วยว่า จะมีการประชุมคณะทำงานฯเพื่อสรุปการกำหนดตำแหน่งรวมทั้งการตัดโอนตำแหน่ง และกำหนดหน้าที่การงานในตำแหน่งต่างๆให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นนำเสนอ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ หาก ผบ.ตร.เห็นชอบตามแนวทางที่คณะทำงานเสนอ จะส่งเรื่อง ให้ สง.กตร. นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุ ก.ตร. บริหารทรัพยากร บุคคลพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ต่อจากนั้นจึงจะเป็นการแต่งตั้งตัวบุคคลเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งต่างๆ ตามที่ได้กำหนดไว้ เป็นวาระเดียวกันกับการแต่งตั้งระดับ รอง ผบก. ถึง สว. ที่ ก.ตร.ได้อนุมัติให้ขยายเวลาการดำเนินการไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะ กก.กำหนดและตัดโอนตำแหน่งมีมติในที่ประชุมการปรับโครงสร้างพนักงานสอบสวนสรุปเตรียมเสนอ ผบ.ตร. ประกอบด้วย ตำแหน่ง พงส.ผชพ.เทียบเท่าระดับ ผบก. เสนอไปเป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. 14 ตำแหน่ง ตำแหน่ง พงส.ผชช.ระดับรอง ผบก. ไปเป็นรองผบก.ภาค 34 ตำแหน่ง ตำแหน่ง พงส.ผทค. ระดับ ผกก.แยกเป็น 790 ตำแหน่ง ไปเป็น ผกก.สภ. 144 ตำแหน่ง ในสถานีตำรวจที่ได้รับการยกฐานะใหม่จาก สวญ. ผกก.ตม.จว. 12 ตำแหน่ง ตำแหน่ง ผกก.ที่ยกฐานะใหม่จาก สวญ.ภายใน บก.น.1-9 บก.สส. บก.จร.ใน บช.น. 42 ตำแหน่ง ผกก.กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัด 304 ตำแหน่ง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.1-9 และศชต. 204 ตำแหน่ง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน 8 บก.ใน บช.ก. 72 ตำแหน่ง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บช.ปส. 8 ตำแหน่ง และ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. 4 ตำแหน่ง

 

ตำแหน่ง พงส.ผนพ. ระดับรอง ผกก.มี 1,891 ตำแหน่ง ไปเป็น รอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1-9 สส. และ จร.บช.น. 31 ตำแหน่ง รอง ผกก.สอบสวนโรงพักใน บช.น. 105 ตำแหน่ง รอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.1-9 และ ศชต. 153 ตำแหน่ง รอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว. 329 ตำแหน่ง รอง ผกก.สอบสวน สภ. 1,123 ตำแหน่ง รอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. 5 ตำแหน่ง รอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ปส. 4 ตำแหน่ง และรอง ผกก.1-6 ใน บช.ก. 141 ตำแหน่ง และตำแหน่ง พงส.ผนก.ระดับ สว. 1,877 ตำแหน่ง ไปเป็น สวส.สน. บช.น. 267 ตำแหน่ง สว.บก.จร.บช.น. 3 ตำแหน่ง สวส.สภ. 1,552 ตำแหน่ง สว.กก.1-6 ใน บช.ก. 41 ตำแหน่ง สว.ทล.รฟ.ใน บช.ก. 5 ตำแหน่ง สว.กลุ่มงานสอบสวน บช.ปส. 9 ตำแหน่ง และระดับรอง สว. 6,657 ตำแหน่ง โดย ผบ.ตร.เป็นผู้มีอำนาจลงนามคำสั่งให้แล้วเสร็จมีผลภายใน 15 มี.ค.59