ปปง.อายัดทรัพย์"สารวัตรเอี๊ยด"กับพวก 2.7 ล้านบาท

Publish 2016-02-26 20:57:05

ปปง. ยึดทรัพย์เจ้าแม่บ่อนพนันพิษณุโลก 92 ล้าน คืนเงินให้ สกสค.กว่า 800 ล้าน หลังจากยื่นขอคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายฟอกเงินฉบับใหม่ พร้อม อายัดทรัพย์สินผู้กองเอี๊ยดกับพวก 2.7 ล้านบาท
         

วันนี้ (26 ก.พ.)  ที่สำนักงาน ปปง. เมื่อเวลา 10.00 น.  พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. กล่าวเปิดเผยถึง ผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2559  เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.ยึดทรัพย์เจ้าของบ่อนพิษณุโลก 92 ล้านบาท สืบเนื่องจากสำนักงาน ปปง. ได้รับการประสานจาก สภ.เมืองพิษณุโลก ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินกรณีการตรวจยึดทรัพย์สิน นางพัณณ์ชิตา หีบนาค กับพวก ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ในความผิดฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันและฟอกเงิน จับกุมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.57 ที่โรงแรมจัสมินรีสอร์ท เลขที่ 7/105 ถ.พระร่วง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
         

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า นางพัณณ์ชิตา กับพวก เป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันและนำเงินที่ได้จากการจัดให้มีการเล่นการพนันดังกล่าว ไปซื้อทรัพย์สินเป็นที่ดิน เครื่องประดับและทองคำสะสมไว้ อันเป็นการปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงของการได้มา เป็นพฤติการณ์แห่งการกระทำเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ เกี่ยวกับการพนันตามกฎหมาย ซึ่งจากพฤติการณ์ดังกล่าวคณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติอายัดทรัพย์สินของนางพัณณ์ชิตา หีบนาคกับพวก อย่างต่อเนื่อง จำนวน 344 รายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 92 ล้านบาท
         

2.อายัดทรัพย์สินของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา กับพวก เพิ่มเติม รวมมูลค่า 2.7 ล้านบาท ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้มีหนังสือมายังสำนักงาน ปปง. ขอให้ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของ พ.ต.ต.ปรากรม กับพวก ร่วมกันกระทำความผิดในฐานความผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ พบว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยทุจริต



พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่ออีกว่า  3.คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย คืนทรัพย์ให้ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กว่า 800 ล้านบาท จากการที่ สกสค. ได้รับความเสียหายกรณี นายเกษม กลั่นยิ่ง กับพวก มีพฤติการณ์ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่อนุมัติเงินกองทุนของ สกสค. ให้กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด กู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกัน นั้นถือเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติอายัดทรัพย์สินในคดีดังกล่าว จำนวนกว่า 800 ล้านบาท
         

ทั้งนี้ ในการประชุมมีมติให้เลขาธิการ ปปง. ขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของ นายเกษม กลั่นยิ่ง กับพวก ไปคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินในคราวเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากศาลมิได้มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายก็ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดนั้นตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
         

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อไปอีกว่า ขณะนี้ สำนักงาน ปปง. จัดทำ แบบคำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน  ทั้งแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยผู้เสียหายสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ปปง.www.amlo.go.th หรือ มารับได้ที่ส่วนรับเรื่องเรียน กองสื่อสารองค์กร สำหรับผู้เสียหายที่เป็นชาวต่างประเทศ หากมีความประสงค์จะยื่นคุ้มครองสิทธิดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดแบบคำร้องภาษาอังกฤษได้ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ปปง. 1710 และเว็บไซต์สำนักงาน ปปง. www.amlo.go.th