อุตุฯประกาศไทยอุณหภูมิลด - ลมหนาวทำฝุ่นพิษเบาลง

อุตุฯประกาศไทยอุณหภูมิลด - ลมหนาวทำฝุ่นพิษเบาลง

Publish 2019-01-23 09:49:07


พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 23 มกราคม 2562 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย 

 

สำหรับอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

 



ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 13-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. 

ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
 
ภาคตะวันออก อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร 

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.   

 

 



พยากรณ์อากาศใน 7 วันข้างหน้า ในช่วงวันที่ 22-25 ม.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค.2562 ประเทศไทยตอนบน จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยกับมีหมอกในตอนเช้า เว้นแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า สำหรับภาคใต้มีฝนลดน้อยลง และทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนล่างยังคงมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรข้อควรระวัง   ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา   ในช่วงวันที่ 22-25 ม.ค. 62 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีปานกลาง ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค.2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง ทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ มีอากาศหนาวเย็น สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยยังคงมีกำลังปานกลาง

 

ภาคเหนือในช่วงวันที่ 22-25 ม.ค. 62 อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง และอุณหภูมิลดลง 2-5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค. 62 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 14-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ 22-25 ม.ค. 62 อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง อุณหูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียสสำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค. 62 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อยอุณหภูมิต่ำสุด 15-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 23-25 ม.ค. 62 จะมีอากาศเย็น และอุณหูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค. 62 มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อยอุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 23-25 ม.ค. 62 จะมีอากาศเย็น และอุณหูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค. 62 มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อยอุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)ในช่วงวันที่ 23-25 ม.ค. 62 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 23-25 ม.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียสส่วนในวันที่ 26-28 ม.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 23-25 ม.ค. 62 อากาศเย็น อุณหูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 21--24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค. 62 มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อยอุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 

 

ทั้งนี้ ในเฟซบุ๊ก "กรมควบคุมมลพิษ" ได้เปิดเผยสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 23 มกราคม 2562 จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า อากาศลอยตัวได้ดีขึ้น ลมพัดแรงขึ้น ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันนี้ 23 มกราคม 2562 ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ลดลงจากเมื่อวานทุกพื้นที่ ปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม. ) 14 พื้นที่ โดย พื้นที่ริมถนน เกินค่ามาตรฐาน 9 สถานี พื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน 5 สถานี

คาดการณ์ในวันพรุ่งนี้ 24 ม.ค. 62 จากการพยากรณ์ และแบบจำลองของกรมอุตุนิยมวิทยา "การลอยตัวของอากาศจะดีขึ้น ลมพัดแรงขึ้น” อาจทำให้ฝุ่นละอองมีโอกาสเจือจางลงได้ 

คพ. ยังคงประสานงานกับ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. บก.จร. ขนส่ง กองทัพฯ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และผวจ.ปริมณฑล ทั้ง 5 จว. ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เช่น ล้างถนนทุกวันทุกสาย ฉีดละอองน้ำในอากาศเพื่อเพิ่มความชื้น ตรวจจับรถควันดำเกินค่ามาตรฐาน การทำฝนเทียม และห้ามเผาในที่โล่'

คพ.อยู่ระหว่างกำหนดมาตรการฯที่เข้มข้นขึ้น ตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นละออง โดยมีแผนงานและหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อนำเสนอต่อ กก.คพ. กก.วล. และ ครม. ให้ความเห็นชอบตามลำดับชั้น เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผลต่อไป

 


 

ขอขอบคุณ กรมอุตุนิยมวิทยา / กรมควบคุมมลพิษ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วรรณิดา อักษรเพ็ชร