พ่อค้าส้มตำถูกยัดยาล่าสุดรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะมีตำรวจ2คนมาหาที่ร้านเกลี้ยกล่อมให้ยอมความ!

Publish 2019-01-22 12:27:42



จากกรณีนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าส้มตำ พร้อมด้วย บุตรสาว และบุตรชาย ผู้เสียหายถูกตำรวจในพื้นที่นครบาล เข้าตรวจค้นบ้านพักก่อนยัดยาเสพติดให้บุตรสาว และแจ้งว่าผู้เสียหายมีหมายจับหนึ่งข้อหา พร้อมเรียกรับเงิน 50,000 บาท แลกกับการปล่อยตัว เดินทางเข้าให้ปากคำ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. พร้อมด้วย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ 

 



 

ล่าสุด นายรณณรงค์ ระบุว่า ตนและผู้เสียหาย ได้เข้าให้ปากคำตามคำสั่ง ของ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้เรียกมา พร้อมระบุให้นำพยานปากอื่นๆ มาร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อของพยานได้เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ถอนกำลังไม่ได้เข้าทำการคุ้มครองพยานและผู้เสียหายที่ร้านส้มตำ จึงกลัวจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามายุ่งเหยิงกับหลักฐานและพยาน รวมทั้งเข้ามาวิ่งเต้นคดี 

 

 



ด้าน นายศักดิ์ชัย ระบุว่า ตนเองเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยตั้งแต่มีบุคคล 2ราย ตนรู้ว่าเป็นตำรวจ แต่รู้จักกันผิวเผินไม่ได้สนิท แต่งกายธรรมดาเข้ามารับประทานอาหารที่ร้าน ก่อนเข้ามาพูดคุยและสอบถามให้ช่วยเหลือทางคดี พร้อมเสนอ ว่า หากให้คู่กรณีมากราบเท้าขอโทษ จะยกโทษให้หรือไม่ ซึ่งตนเองจึงไม่ได้ออกความคิดเห็นใดๆ

 

 

ทั้งนี้ตนไม่มั่นใจว่า บุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มเดียวกันกับคู่กรณีหรือไม่ โดยเหตุเกิดประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองอยากให้คดีจบโดยเร็ว เนื่องจากคดีความผ่านมาแล้วกว่า 5 เดือน แต่ภายหลังจากแจ้งความและรับเงิน 50,000 บาทคืนเมื่อปีที่แล้ว จากนั้นประมาณ1 เดือน ตนเองถูกข่มขู่คุกคามเอาชีวิต จึงต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ์ตนเองในวันนี้ ทั้งนี้สิ่งที่ตนเองกังวลมากที่สุด คือเกรงว่า คู่กรณีและเจ้าหน้าที่ของรัฐจะช่วยเหลือกันทางคดี 

 

 

อย่างไรก็ตาม สำนวนคดีนี้ ที่อยู่ สน.พญาไทได้ถูกโอนย้ายไปให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ช่วยตรวจสอบ แต่เนื่องจากอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่จึงถูกส่งมายัง ป.ป.ท. เพื่อทำการตรวจสอบ และสอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีต่อไป

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล