พิพากษาคุก 70ปี เฉลิมอดีตผอ.โรงเรียนโกงค่าอาหารกลางวันเด็ก ไม่รอลงอาญาแม้คืนเงินแล้ว

พิพากษาคุก 70ปี เฉลิมอดีตผอ.โรงเรียนโกงค่าอาหารกลางวันเด็ก ไม่รอลงอาญาแม้คืนเงินแล้ว

Publish 2018-11-27 11:09:09


จากกรณีนายสนั่น ทองจีน ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แถลงผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 ในส่วนของสำนักงาน ป.ป.ช. สามจังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ช.ยะลา สำนักงาน ป.ป.ช.ปัตตานี และสำนักงาน ป.ป.ช.นราธิวาส สำหรับผลพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้พิพากษาคดีที่ป.ป.ช.ส่งให้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องโดยมีคำพิพากษาแล้ว 1 คดี



 

 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2561 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 คดีนายเฉลิม พละสิทธิ์ ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาสเขต 3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าพนักงานตามกฎหมายมีอำนาจหน้าที่อนุมัติการเบิกจ่ายและควบคุมกำกับการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งของทางราชการที่เกี่ยวข้อง

 

 

 



 

“จำเลยใช้โอกาสที่ตนมีหน้าที่ดังกล่าวทำบันทึกขอยืมเงินประเภทเงินอุดหนุนอื่น และประเภทเงินโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนบ้านมะรือโบตกโดยไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ของการยืมเงินว่าจะนำไปใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมใดของโรงเรียน ขัดต่อระเบียบทางราชการ จำเลยใช้อำนาจโดยมิชอบอนุมัติให้ตนเองยืมเงินดังกล่าว เมื่อจำเลยได้รับเงินที่ยืมไปแล้วได้เบียดบังเอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้นำเงินไปใช้จ่ายในโครงการหรือแผนงานใดของโรงเรียน ทั้งยังไม่ส่งใช้เงินยืมรายเก่าตามกำหนดเวลา”

 

 

สำหรับคำพิพากษาของศาลระบุว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 14 กระทง เป็นจำคุก 70 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 35 ปี ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษโดยอ้างว่าได้นำเงินที่ยืมไปใช้ในกิจกรรมของโรงเรียนบ้านมะรือโบตกหลายกิจกรรมและบางส่วนนำไปใช้ปรับปรุงห้องพักครูเป็นประโยชน์แก่ราชการ รวมทั้งจำเลยได้จ่ายเงินคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยแล้ว

 

 

“ไม่ปรากฏหลักฐานการใช้เงินยืมว่าจำเลยนำไปใช้ในกิจกรรมใดของโรงเรียนตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งหากจำเลยนำไปใช้ในกิจกรรมดังกล่าวจริง จำเลยย่อมสามารถแสดงหลักฐานการใช้เงินยืมดังกล่าวได้โดยไม่ยาก การกระทำของจำเลยกระทบต่อระเบียบแบบแผนการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอันเป็นการกระทำที่ร้ายแรง แม้จำเลยจะชดใช้คืนเงินยืมพร้อมดอกเบี้ยแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นภายหลังจากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยและเป็นเรื่องทางแพ่งเท่านั้น กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก” อย่างไรก็ตามคดีข้างต้นยังไม่ถือเป็นที่สุด ยังอยู่ภายใต้สิทธิการอุทธรณ์ ซึ่งจำเลยยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดแล้ว

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว