ตร.อ้างสาวลืมมือถือโดนแท็กซี่ขู่ทำร้ายพูดไม่จริง เชื่อทะเลาะแฟนเลยโมโหแรงใส่ ทำเรื่องบานปลาย

ตร.อ้างสาวลืมมือถือโดนแท็กซี่ขู่ทำร้ายพูดไม่จริง เชื่อทะเลาะแฟนเลยโมโหแรงใส่ ทำเรื่องบานปลาย

Publish 2018-11-25 22:55:32


จากกรณีหญิงสาวรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ที่ชื่อว่า Patricia Swift เล่าถึงเหตุการณ์ระหว่างนั่งแท็กซี่จากซอยสุคนธวิท 20 จ.สมุทรสาคร แล้วได้ลืมโทรศัพท์มือถือไว้บนรถแท็กซี่ จึงพยายามโทรติดต่อเพื่อขอรับคืน แต่ทางแท็กซี่กลับพูดจาไม่ดีใส่ พร้อมกับปิดเครื่อง จึงได้ใช้แอปพลิเคชั่นตามหาจนเจอ และมีการเจรจาติดต่อขอคืนมือถือ ทางแท็กซี่จึงขับรถกลับมาและนัดเจอ เพื่อคืนโทรศัพท์มือถือ 
 



ขณะสาวคนดังกล่าวได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเดินทางไปตามนัดพร้อมกับตำรวจสายตรวจ เมื่อแท็กซี่เห็นกลับพยายามขับรถหลบหนี ตนจึงเคาะกระจกรถและพยายามเปิดประตู เพื่อให้แท็กซี่ลงมาพูดคุยเจรจา แต่แท็กซี่ได้ขับรถลากไปกับพื้นถนน จากนั้นจึงเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ  ทำให้แท็กซี่คันดังกล่าวเรียกพรรคพวกมายังโรงพัก พร้อมกับข่มขู่ว่า หากมีปืนจะยิงต่อหน้าตำรวจ แต่ทางตำรวจกลับไม่ลงบันทึกประจำวันให้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเพียงการข่มขู่เท่านั้น พร้อมยังกล่าวว่าตนนั้นสะเพร่าเองที่ลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้ จึงได้ออกมาโพสต์เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สาวลืมโทรศัพท์บนแท็กซี่ ตามหาจนเจอแต่ไม่ยอมคืน แถมขู่ทำร้ายต่อหน้าตำรวจ

 

ล่าสุดทางด้านพ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยว ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางร.ต.ท.พงษธร ร้อยเวรประจำวันเกิดเหตุ ได้เล่าว่า ในคืนเกิดเหตุผู้เสียหายทั้ง 2 คน ได้เดินทางมายัง สภ.กระทุ่มแบน เพื่อขอลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทั้ง 2 ได้ให้ปากคำตรงกันว่า หญิงสาวได้ทะเลาะกับแฟน ก่อนจะตัดสินใจเรียกแท็กซี่บริเวณปากซอยสุคนธวิท 20 จนกระทั่งมีการฉุกกระชากกันระหว่างหญิงสาวและแฟนสาวหล่อ เพื่อจะให้ลงแท็กซี่ ต่อมาเมื่อแท็กซี่เห็นว่าหญิงสาวไม่ใช้บริการจึงตัดสินใจขับรถออกไปรับผู้โดยสารคนอีกคนที่ต้องการไปย่านพระราม 2

 

 

ต่อมาผู้โดยที่นั่งมาด้วย แจ้งว่ามีโทรศัพท์มือหล่นอยู่ในรถ พร้อมมีสายเรียกเข้าจึงมอบให้แท็กซี่เป็นผู้รับ ซึ่งจากการพูดคุยคาดว่าฝ่ายหญิงสาวได้พูดจารุนแรง ทำให้แท็กซี่โมโหจึงพูดว่า “ไม่ใช่ขี้ข้า ไม่เอาไปคืน” แต่ฝ่ายหญิงสาวได้พยายามติดต่อมาหลายครั้ง แท็กซี่จึงตัดสินใจให้ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยขณะนั้นลงรถระหว่างทาง เพื่อนำโทรศัพท์มือถือไปคืนให้หญิงสาวที่จุดเดิม คือซอยสุคนธวิท20 เมื่อถึงจุดนัดพบแฟนสาวหล่อของหญิงสาวได้ออกมารับโทรศัพท์คืน พร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นแท็กซี่ได้ขับรถออกไปรับผู้โดยสารตามปกติ แต่ฝ่ายหญิงสาวกลับไม่ยินยอมพร้อมจะแจ้งข้อหาลักทรัพย์กับคนขับแท็กซี่ จึงไล่ตามแท็กซี่คันดังกล่าวออกไป

 




จนกระทั่งแท็กซี่จอดรับผู้โดยสารที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หญิงสาวจึงถ่ายรูปป้ายทะเบียนรถแท็กซี่ไว้ พร้อมกับขับรถติดตามต่อไป เมื่อแท็กซี่ขับรถที่มีผู้โดยสารอยู่ 4-5 คน ออกไปได้ประมาณ 3 กิโลเมตร จึงรู้สึกว่ามีรถขับติดตามมา จึงได้จอดข้างทาง ก็พบว่าเป็นรถของหญิงสาวขับตามมา เพื่อต้องการให้ไปสถานีตำรวจ แต่ทางโชเฟอร์แท็กซี่กลับปฏิเสธ พร้อมพยายามจะขับรถออกไป ฝ่ายหญิงสาวได้วิ่งไปเคาะกระจกด้านซ้ายและพยายามเปิดประตูรถ ทำให้ล้มและได้รับบาดเจ็บ เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกลัวว่าจะมีปัญหาตามมา แท็กซี่จึงให้ผู้โดยสารลงกลางทาง เพื่อไปสถานีตำรวจพร้อมหญิงสาวคนดังกล่าว

 

ทั้งนี้ตอนที่กำลังลงบันทึกประจำวันที่ สภ.กระทุ่มแบน เจ้าหน้าที่ได้พยายามพูดไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย โดยตักเตือนหญิงสาวว่าไม่ควรขับรถไปติดตามแบบนั้น หากอีกฝ่ายมีปืนหรืออาวุธอาจจะเกิดอันตรายแก่ตนเองได้ ทางแท็กซี่ได้กล่าวว่าตัวเองก็กลัว เนื่องจากไม่รู้เป็นใคร แต่หากเป็นคนอื่นมาติดตามแบบนี้อาจโดนยิงไปแล้ว โดยร.ต.ท.พงษธร ในฐานะร้อยเวรประจำวันเกิดเหตุและเป็นผู้สอบปากคำ กล่าวยืนยันว่าร่องรอยและบาดแผลตามร่างกายของหญิงสาวนั้นเกิดจากการหกล้ม รวมถึงแท็กซี่ไม่ได้ข่มขู่หญิงสาว ส่วนทางด้านคดีความนั้นได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้แล้วจำนวน 2 หน้า

 

นอกจากนี้กรณีที่ระบุว่าทางตำรวจไม่รับแจ้งความนั้น ขอยืนยันว่าระหว่างที่สอบปากคำหญิงสาวไม่ได้แจ้งประสงค์ว่าจะขอแจ้งความแต่อย่างใด แต่กลับแจ้งว่าขอแก้ไขข้อมูลป้ายทะเบียนรถเท่านั้น ส่วนโพสต์ดังกล่าวที่หญิงสาวนำไปโพสต์ลงบนโลกออนไลน์นั้น ยอมรับว่ามีผลกระทบอย่างมาก กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล