มาเป็นชุด! ตร.อุตรดิตถ์ลุยคุ้ยหลักฐานมัดแก๊งรีดเงิน ข้าวกล่อง เจอพิรุธอื้อ ประวัติก่อคดียาวเป็นหางว่าว

มาเป็นชุด! ตร.อุตรดิตถ์ลุยคุ้ยหลักฐานมัดแก๊งรีดเงิน "ข้าวกล่อง" เจอพิรุธอื้อ ประวัติก่อคดียาวเป็นหางว่าว

Publish 2018-11-07 18:30:35


จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nutthaphun Munkhemtong ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพเป็นอุทาหรณ์ โดยระบุว่า "คนอื่นที่โดนมึงกระทำเค้าอาจจะไม่เอาผิดมึง โอเคมึงรอด แต่นี้มันมาพัวพันกับพวกกู เรื่องนี้มันต้องถึงที่สุด พยานหลักฐาน คนที่มึงเคยทำเค้ามา พร้อมเป็นพยานให้อีกเพียบ

 



สั่งข้าวชาวบ้านหมื่นกล่อง น้ำหมื่นถุง แล้วทิ้งทวน เรื่องนี้ต้องเป็นข่าว ระวังด้วยนะคะ ช่วงนี้ระบาดอยู่ที่อุตรดิตถ์ อย่าตกเป็นเหยื่อมันอีกนะ #ช่วยๆแชร์ไปให้โลกรับรู้ จิตใจคนทำไม่ได้นะแบบนี้ #ต้องใจหมาเท่านั้น ช่วยๆกันค่ะ คนชั่วจะได้ไม่ยืนอยู่ ในอุตรดิตถ์บ้านเรา แผ่นดินจะได้สูงขึ้น #ใครเคยเป็นเจ้าทุกข์ สามารถทักมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ"

 

 

โดยทางด้านนางธนิสร กุยแก้ว ผู้เสียหายจากการรับจ้างทำข้าวกล่อง แต่ผู้สั่งไม่มารับ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พญาแมน ว่าถูกน.ส.กัญจ์หทัย และน.ส.ธนิตา ผู้ว่าจ้างให้ทำข้าวกล่อง 10,000 กล่อง กล่องละ 35 บาท พร้อมน้ำดื่มอีก 10,000 ขวด รวมเป็นเงินต้นทุนกว่า 800,000 บาท แต่หลังจากทำเสร็จ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 61 โดยใช้แรงงานรวมญาติพี่น้องกว่า 30 คน มาช่วยกันทำ ซึ่งไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่ผู้สั่งไม่มารับของตามกำหนด ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมากนั้น 

 

ส่วนทางด้านน.ส.นภัสวรรณ ยิ้มเจริญ ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายหลายราย ที่เคยได้รับการว่าจ้างให้ทำข้าวกล่องมาแล้วเช่นกัน ตอนนั้นทำจำนวน 20,000 กล่อง แต่หลังทำข้าวเสร็จ ผู้สั่งทั้ง 2 คน บอกว่าข้าวไม่ได้มาตราฐาน และจะทำการปรับเป็นเงิน 350,000 บาท เท่ากับจำนวนข้าวกล่อง กล่องละ 35 บาท ซึ่งตอนนั้นถูกปรับไปเป็นเงิน 700,000 บาท ทำให้พ่อของผู้เสียหายเครียด เพราะต้องเป็นหนี้

 

เนื่องจากหาเงินต้นทุนมาทำอาหารกล่อง เป็นเหตุให้เสียชีวิต มาจากเส้นเลือดอุดตัน โดยเหตุการณ์ทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มีความเหมือนกัน เพียงแต่เกิดขึ้นคนละปี ซึ่งการทำสัญญาค่าสัมปทาน 2 มื้อ มื้อละ 200,000 บาท เป็นเงินค่าสัมปทาน 400,000 บาท หลังจากทำสัญญา พ่อของของน.ส.นภัสวรรณ สั่งของและอุปกรณ์วัตถุดิบ จากน.ส.ธนิตา ผู้ว่าจ้าง รวมเป็นเงิน 2,000,000 บาท แต่ของได้ไม่ครบ และไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ แต่ก็ลงมือทำข้าวกล่องให้เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 60 หลังทำเสร็จประมาณก่อน 07.00 น. ก็เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ เมื่อทั้ง 2 คน มารับข้าว อ้างว่ากับข้าวไม่ได้มาตราฐาน

 

 



ล่าสุดทางด้านพล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้า เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ระบุว่า ตนเองได้สอบปากคำนางธนิสร และพยาน เพื่อรวมทั้งรวบรวมหลักฐานต่างๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนชุดใหญ่ของจังหวัด เพื่อมาดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้แบ่งคณะกรรมการสอบสวนออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 ไปสอบปากคำผู้จัดการที่บริษัทไทยแอโรว์ จำกัด ซึ่งทราบว่า โรงงานมีพนักงานแค่ 4,000 คน ไม่ได้มีเป็นหมื่นคน และในโรงงานมีโรงอาหาร ซึ่งมีร้านอาหาร 16 ร้านค้า มีบริการข้าวฟรี น้ำฟรี และมีการจำหน่ายกับข้าว 1 อย่าง 10 กว่าบาท 2 อย่าง 20 กว่าบาท 


ส่วนทางด้านชุดที่ 2 นำโดยพ.ต.อ.คีรี เกียรติสาร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ฝ่ายกฎหมาย ร่วมกับพนักงานสอบสวนหลายนายระดมสอบปากคำผู้เสียหาย และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ร่วมทำอาหารและเครื่องดื่ม ผู้เห็นเหตุการณ์ในการทำสัญญาให้ครบทุกปาก เพื่อรวมรวบพยานหลักฐาน และจะเร่งดำเนินคดีกับขบวนการที่มาหลอกลวงให้เร็วที่สุด และสำหรับการดำเนินการกับผู้ว่าว่าจ้างนั้น

 

ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการทำงานของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด จากนั้นจะประชุมร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่เบื้องต้นพบประวัติ นางธนิตา ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้ทำสัญญา มีประวัติเสียหลายคดี ทั้งยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง ครอบครองยาเสพติด ในพื้นที่พิชัยสภ.พญาแมน จังหวัดอุตรดิตถ์ และไทรย้อย จังหวัดพิษณุโลก อยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดี ก็จะตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีคดีเก่าอะไรบ้าง 


ทั้งนี้ในเหตุการณ์ดังกล่าวจะมีผู้เสียหายรายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ต้องขอเวลาตรวจสอบ หากพบเพิ่มเติมและเข้าข่ายว่าฉ้อโกงประชาชนก็จะดำเนินการต่อไป ซึ่งยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญกับดำเนินคดีนี้ ไม่นิ่งนอนใจ มีความคืบหน้าในการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว ต้องการให้ขบวนการนี้ถูกลงโทษโดยเร็วที่สุด


นอกจากนี้พบว่าหนึ่งในผู้ว่าจ้างทำข้าวกล่องคือ น.ส.กัญจ์หทัย สุขใส ซึ่งอยู่ที่ร้านหทัยฤทธิ์อุตสาหกรรมนั้น ก่อนหน้านี้ได้ออกมาชี้เเจง บอกว่าแม่ค้าเป็นคนรู้จักกัน เข้ามาทำรับทำข้าวกล่องจำนวน 5 พันกล่อง แต่แม่ค้าเองได้ขอเพิ่มเป็น 1 หมื่น และทำสัญญากัน โดยระบุว่า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายทำผิดสัญญาสามารถฟ้องร้องได้ ซึ่งแม่ค้าได้เป็นฝ่ายทำผิดสัญญา ที่ต้องส่งอาหาร เวลา 06.00 -07.00 น. ทั้งหมดจำนวน 1 หมื่นกล่อง แต่ไม่สามารถทำได้ตามเวลาคือ จำนวน 1 หมื่นกล่อง ซึ่งตนยังไม่ได้ปรับเงินแต่อย่างใด 

 

น.ส.กัญจ์หทัย สุขใส  หนึ่งในผู้ว่าจ้างทำข้าวกล่อง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม เกี่ยวกับชื่อร้านหทัยฤทธิ์อุตสาหกรรม ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กลับไม่พบว่ามีชื่อร้านนี้ปรากฎอยู่ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีการแอบอ้างชื่อโรงงาน และยังพบพิรุธจำนวนคนไม่สอดคล้องกับปริมาณข้าวอีกด้วย ส่วนเรื่องดังกล่าวจะจบลงอย่างไร ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง 
 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพ : รายการทุบโต๊ะข่าว ช่องอัมรินทร์ทีวี

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Nutthaphun Munkhemtong

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล