แม้จะสิ้นก็คงความเรียบง่าย สมถะละสังขารครูบาบุญชุ่ม ทั้งเปี่ยมด้วยกตัญญูขอนำศพไว้ข้างแม่

Publish 2018-11-07 12:26:38


จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (6พ.ย.) ที่วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง (รัฐฉาน) พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอนเรือง ได้แสดงเทศธรรมะ ซึ่งมีรายงานว่าเมื่อเสร็จสิ้น ครูบาบุญชุ่ม ได้กล่าวถึงเวลาที่ท่านจะละสังขารเมื่อไร เป็นภาษาไทยใหญ่อย่างชัดเจน พร้อมกับห้ามใครทำพิธีใดๆ ให้ โดยให้เอาร่างไว้ที่เมืองพง ไม่ว่าจะมรณภาพที่ไหนก็ตาม

 

 


ทั้งนี้ต่อมามีการแชร์ข้อความดังกล่าว โดยอ้างถึงคำพูดของครูบาบุญชุ่ม โดยกล่าวว่า เมื่อท่านตายแล้ว ห้ามทำพิธีใดๆ ทั้งนั้น เก็บไว้ 5 วันพอ ตายแล้วให้เอาไปไว้เมืองพง ไม่ว่าจะตายที่ไหน ห้ามเอาไปเมืองไทย ห้ามเอาไปที่ไหน ห้ามเผาให้เอาใส่โกฏิทำจากหินพม่า(หินขาวมัณฑะเลย์) ท่านจะนั่งตายแบบพระธิเบต ตายวันไหนให้เอาใส่วันนั้นห้ามให้พ้นเวลา 9 โมงกลางคืน แล้วให้เอาน้ำผึ้งป่าใส่ทางปาก ระหว่าง 3 วันไม่ต้องปิดฝาโกฏิให้เอาน้ำมันผักกาดทาทั่วร่างกาย เมื่อครบ 3 วันก็ให้ปิดฝาโกฏิ ให้เก็บศพท่านที่วิหารภูฏาน 5 วัน เมื่อครบ 5 แล้วให้นำไว้ใกล้เจดีย์แม่แสงหล้า ท่านบอกว่า แม่อยู่ไหนท่านก็จะอยู่ตรงนั้น

 

 

(พระครูบาบุญชุ่ม)

 



ขณะที่เฟซบุ๊ก Sutiroj Tithapanachotiwattana ได้โพสต์ถึงพระครูบาบุญชุ่ม ที่ได้กล่าวถึงการละสังขารด้วย โดยมีรายละเอียดที่ระบุไว้ว่า "พระครูบาพ่อบุญชุ่ม ญาณสํวโร หลังจากเทศธรรมะเสร็จ ได้กล่าวถึงเวลาที่ท่านละสังขารเมื่อไร กล่าวไว้เป็นภาษาไตยได้ชัดเจนมาก "เมื่อท่านตายแล้วห้ามทำพิธีใดๆ ทั้งนั้น เก็บไว้ 5 วันพอ ตายแล้วให้เอาไปไว้เมืองพง ไม่ว่าจะตายที่ไหน ห้ามเผาให้เอาใส่โกฏิทำจากหินพม่า(หินขาวมัณฑะเลย์) ท่านจะนั่งตายแบบพระธิเบต ตายวันไหนให้เอาใส่วันนั้นห้ามให้พ้นเวลา 9 โมงกลางคืน แล้วให้เอาน้ำผึ้งป่าใส่ทางปาก ระหว่าง 3 วันไม่ต้องปิดฝาโกฏิให้เอาน้ำมันผักกาดทาทั่วร่างกาย เมื่อครบ 3 วันก็ให้ปิดฝาโกฏิ ให้เก็บศพท่านที่วิหารภูฏาน 5 วัน เมื่อครบ 5 แล้วให้นำไว้ใกล้เจดีย์แม่แสงหล้า ท่านบอกว่า แม่อยู่ไหนท่านก็จะอยู่ตรงนั้น" สาธุ สาธุ สาธุ รับทราบโดยทั่วกัน


 

 

 

(พระครูบาบุญชุ่ม)

 



อย่างไรก็ตามจะสังเหตุได้ว่า พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร แม้ในการประกาศละสังขาร ท่านยังคงไว้ด้วยความเรียบง่ายสมถะ ในการดูแลเก็บรักษาศพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของความกตัญญู โดยมีคำสั่งให้นำศพท่านไปไว้ที่เจดีย์แม่แสงหล้า ซึ่งเป็นสถานที่ ที่แม่ท่านอยู่ 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Sutiroj Tithapanachotiwattana


 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม