พบพิรุธ! สาวขับเบนซ์โดนสาดพริก เล่าความจริงวันเกิดเหตุไม่หมด

Publish 2018-11-05 14:14:15

 

จากกรณีที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กรายหนึ่งเตือนภัยหลังถูกคนร้ายสาดพริกป่นผสมน้ำใส่รถเยนซ์ที่น้าสาวของตัวเองขับอยู่ จนได้รับบาดเจ็บ โดยระบุว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นกับผู้เสียหายขณะขับรถกลับบ้านระหว่างทางรถติดไฟแดง ก็มีรถจักรยานยนต์ขี่มาจอดข้างๆ แล้วเคาะกระจกเพื่อถามทาง  (นางสาววาสนา ขอสงวนนามสกุล )ผู้เสียหายจึงลดกระจกลงเพื่อบอกทาง

 

 

 

 

 

 



 

 

 จากนั้นคนร้ายก็ได้สาดน้ำผสมพริกป่น ซึ่งมีพริกเยอะมาก เข้าใส่ใบหน้าทันที ซึ่งต่อมา นางวาสนา ผู้เสียหายที่ถูกสาดพริกใส่หน้าได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณแยกศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถนนกำแพงเพชร แขวงและเขตจตุจักร กทม. ช่วงเวลาประมาณ 20 นาฬิกา 30 นาที ของวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยตำรวจสืบสวน สน.บางซื่อ ยังคงลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อใช้เป็นหลักฐานหาตัวคนร้าย ส่วนสาเหตุนั้นจากการสอบถามผู้เสียหายยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน แต่จากคำให้การยังพบพิรุธที่ผู้เสียหายยังไม่ยอมพูดความจริงทั้งหมด
 


 

 

 

 

จากการตรวจสอบสวนเบื้องต้น พบว่าผู้เสียหายขับรถออกมาจากลานจอดรถแห่งหนึ่ง ย่านเตาปูน ก่อนจะมาประสบเหตุ โดยภายในรถมีเงินสดจำนวน 8 แสนบาท และแหวนเพรอีก 2 วง จึงเชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้ ไม่ได้เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ อาจเป็นการตามมาก่อเหตุเพื่อสั่งสอน โดยตำรวจพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้หญิงขับขี่รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุเพียงคนเดียว  ส่วนรถเบนซ์ของผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนจะได้ส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบหาหลักฐานต่อไป

 

 

 

อย่างไรก็ตามผู้เสียหาย ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะที่รถติดไฟแดงอยู่บริเวณแยกที่เกิดเหตุ จากนั้นคนร้ายเป็นผู้หญิงสวมหมวกนิรภัย ทำทีมาเคาะกระจกด้านฝั่งข้างคนขับเมื่อลดกระจกลง คนร้ายก็สาดน้ำปลาพริกป่นใส่ทันที จนเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนที่ผิวหนังและดวงตา จากนั้นก็พยายามขับรถประคองจนถึงบ้าน ก่อนอาบน้ำล้างตัว แล้วไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหัวเฉียว มั่นใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคนร้ายน่าจะประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะตนพกเงินสด 8 แสนบาทใส่ในกระเป๋าถือวางไว้บนเบาะข้างคนขับ เพราะที่ผ่านมาทั้งตนเอง และทางครอบครัว ไม่เคยมีปัญหากับใคร                

 

 

 

 ด้านรตอ.สุทัศน์ กล่าวว่าขณะนี้ตำรวจฝ่ายสืบสวนยังคงลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานหาตัวคนร้าย ส่วนสาเหตุนั้นจากการสอบถามผู้เสียหายยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน แต่เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นไว้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เนื่องจากคนร้ายไม่ประสงค์ชิงทรัพย์สินของผู้เสียหาย และหลังจากนี้ จะส่งรถคันที่เกิดเหตุไปให้ กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจหาหลักฐาน และตรวจหาว่ามีสารพิษอะไรหรือไม่ ซึ่งจะทราบผลใน 15 วัน โดยเบื้องต้นการก่อเหตุของคนร้าย เข้าข่ายความผิด ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ.


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว