ไหนว่ารักคุณเท่าฟ้า! เปิดผลสอบเครื่องบิน THAI ซูริก - กรุงเทพ ดีเลย์ 2 ชม.ครึ่ง ทำผดส.เดือดร้อนวุ่น

ไหนว่ารักคุณเท่าฟ้า! เปิดผลสอบเครื่องบิน "THAI" ซูริก - กรุงเทพ ดีเลย์ 2 ชม.ครึ่ง ทำผดส.เดือดร้อนวุ่น

Publish 2018-10-29 13:52:44


จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์เครื่องบินดีเลย์ ในเที่ยวบินทีจี 971 เส้นทางซูริก - กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา เนื่องจากนักบินไม่ยอมนำเครื่องขึ้นนั้น ทั้งนี้เป็นเพราะนักบินที่จะโดยสาร ยืนยันจะนั่งเฟิร์สคลาส ทั้งที่เที่ยวบินนั้นในชั้นเฟิร์ศคลาสที่นั่งเต็ม ส่งผลให้ผู้โดยสารกว่า 300 คนนั่งรอเครื่องบินขึ้นเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง  จนสุดท้ายมีผู้โดยสารสามี - ภรรยาคู่หนึ่งยอมสละที่นั่งที่จองไว้ล่วงหน้า ให้นักบินคนดังกล่าวได้นั่งแทน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ต่อมาทางด้าน นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาเปิดเผย ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และขอโทษเกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า ตนในฐานะผู้บริหารระดับสูงได้รับทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องร้ายแรง และกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร จึงได้สั่งการให้เรียกผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามระเบียบของบริษัท อย่างเคร่งครัด รวมทั้งจะกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต

 

 

 

 

 

 

 

(ใช้เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

 

 

 

 

 

 

ก่อนที่จะมีเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า Yuwaree Pankla เล่าเรื่องราวในวันเกิดเหตุ หลังเครื่องการบินไทยดีเลย์ 2 ชั่วโมงครึ่ง ในสนามบินซูริก วันก่อนเดินทางกลับบ้านเที่ยวบิน TG971 มีกําหนดการบินออกจาก นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เวลา 13.30 CEST แต่ได้รับการประกาศ จากภาคพื้นดินว่ามีการล่าช้ากว่ากําหนดและไม่มีกําหนดการบินที่ชัดเจน จนกระทั่งเวลา 15.00 CEST มีเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินประกาศเชิญเราและสามีมาคุย

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

จึงได้ทราบถึงปัญหาของความล่าช้าในเที่ยวบินนี้ เนื่องจากเที่ยวบินนี้ได้รับแจ้งว่า มีคณะนักบินที่ต้องการจะโดยสารเครื่องบินเที่ยวบินนี้กลับประเทศไทยด้วย จํานวน 4 คน และนักบินต้องการที่นั่งในตําแหน่งที่เราและสามีได้ทําการจองมานานแล้วคือ 1K,2K จึงเป็นสาเหตุที่ทําให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินมาขอร้องให้เราเปลี่ยนที่นั่งไปนั่งที่อื่น เพราะไปขอผู้โดยสารท่านอื่นแล้วไม่มีใครยอมให้ และได้รับแจ้งว่าถ้าเราไม่ยอมเปลี่ยนที่ให้นักบินที่จะโดยสาร (Deadhead pilot) ไปด้วย นักบินประจําเครื่องก็จะไม่ยอมบิน เราจึงจําเป็นต้องตัดสินใจในขณะนั้นโดยยอมที่จะทําการเปลี่ยนที่นั่งที่จองไว้ตั้งแต่เริ่มต้นที่ซื้อตั๋ว 

 

 

 

 

 

(ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส)

 

 

 

 

 

ต่อมาตรวจสอบพบว่าเป็นผู้เสียสละที่นั่งให้กับนักบิน และได้เล่าเรื่องราว ในฐานะผู้ได้เสียสละและได้รับความเดือดร้อน มีข้อมูลเชื่อมโยงว่า มีดีกรีเป็นถึง รองศาสตราจารย์ยุวรีย์ พันธ์กล้า อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนสามีซึ่งได้รับความเดือดร้อนด้วยนั้น คือ นายศักดิ์ดา พันธ์กล้า อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม 

 

 

 

 

 

 

ขณะที่ทางด้านนายดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการบินไทย (สร.กบท.) ได้แถลงข่าวกรณีที่ผู้โดยสารเที่ยวบินทีจี 971 นครซูริก - กรุงเทพมหานคร ร้องเรียนว่าต้องสละที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสให้กับนักบินที่ร่วมโดยสาร เนื่องจากที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสเต็ม ทำให้เที่ยวบินล่าช้าไป 2 ชั่วโมงครึ่ง ว่าขอให้รอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่า ตกลงเกิดอะไรขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และในระหว่างที่เรื่องดราม่าดังกล่าว กำลังมีการพิจารณา สอบสวนข้อเท็จจริงอยู่นั้น ในโลกออนไลน์ได้มีการผุดแฮชแท็กใหม่ ขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า #TeamTG หรือ #TGPilot เป็นการให้กำลังใจนักบินของการบินไทย ทำให้ชาวโซเชียลหลายคนที่ลุ้นไปกับกรณีนี้ ต่างให้ความสนใจ และเข้าใจทั้งสองฝ่าย ในมุมผู้โดยสารและนักบิน ซึ่งต้องรอว่าผลการสอบสวนจะออกมาว่าอย่างไรบ้าง  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เคลื่อนไหวล่าสุด "กลุ่มนักบิน" ติดแฮชแท็กให้กำลังใจ 4 กัปตัน ลุ้นผลสอบดราม่าเที่ยวบินดีเลย์ 

 

 

 

 

 

 

 

ล่าสุดทางบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทำการแถลงผลสอบสวนข้อเท็จจริงและแนวทางการแก้ไขกรณีเที่ยวบินที่ TG971 ล่าช้า ซึ่งทาง นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องจากทุกฝ่ายในเหตุการณ์เที่ยวบินที่ TG971 เส้นทาง ซูริก-กรุงเทพฯ ล่าช้า มาให้ถ้อยคำแล้วนั้น คณะกรรมการสอบสวนฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยมีผลสรุปว่า นักบินและผู้จัดการการบริการสนามบินซูริกหรือนายสถานีซูริก ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการปฏิบัติงานและระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ขาดการประสานงานที่ดีระหว่างกันเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่นั่งของ Passive Crew (นักบินที่โดยสารมากับเที่ยวบินนั้น เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินอื่นหลังจากนี้ หรือปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินก่อนหน้านี้) จึงส่งผลให้เกิดความล่าช้าของเที่ยวบินและส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร รวมทั้งทำให้เกิดความเสียหายแก่ภาพลักษณ์ขององค์กร 

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ ผลการสอบสวนยังระบุอีกว่า ผู้ปฏิบัติงานทั้งสองคนไม่ได้คำนึงถึงการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นลำดับแรก จึงสรุปได้ว่า ผู้ปฏิบัติงานทั้งสองคนมีข้อบกพร่องด้านจริยธรรมตามคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ที่กำหนดให้พนักงานยึดมั่นและปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ ความบกพร่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการบริการผู้โดยสารและสร้างความเสียหายให้แก่บริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ จะดำเนินการทางวินัยและพิจารณาบทลงโทษกับผู้ปฏิบัติงานทั้งสองคนตามระเบียบของบริษัทฯ ต่อไป

 

 

 

 

 

 

นายสุเมธ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "ผมในฐานะผู้บริหารสูงสุดของการบินไทยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ขอน้อมรับความผิดพลาดและขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมขอให้ความมั่นใจว่า บริษัทฯ คำนึงถึงการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดและการให้บริการลูกค้าควบคู่กันไป ซึ่งบริษัทฯ จะดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีการประสานงานที่เป็นหนึ่งเดียวโดยใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต และเพื่อให้การบินไทยกลับมาทะยานสู่ฟ้าสมดั่งที่ทุกคนตั้งใจอีกครั้งหนึ่ง" 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะดำเนินการเยียวยาผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวตามมาตรฐานสากล ซึ่งในขณะนี้ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว และจะมีการปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทำงานของพนักงาน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยและเพื่อเป็นความเชื่อมั่นให้ทางลูกค้าได้ไว้วางใจใช้บริการต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : Thai Airways

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิตติพร ศรีโยธา