ชดใช้กรรมหนัก จำคุกตลอดชีวิตโจ๋ชะอำ พาพวกรุมทำร้ายโหด ไขควงปักหัว น้องปอนด์ นศ.ศิลปากร

ชดใช้กรรมหนัก จำคุกตลอดชีวิตโจ๋ชะอำ พาพวกรุมทำร้ายโหด ไขควงปักหัว "น้องปอนด์" นศ.ศิลปากร

Publish 2018-10-24 12:43:15


จากกรณีกลุ่มลูกผู้มีอิทธิพลในจ.เพชรบุรี บุกขึ้นหอพักนักศึกษาม.ศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี รุมกระทืบนักศึกษา ก่อนใช้ไขควงแทงหัวทะลุแกนสมองจนทำให้ นายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน  หรือ "ปอนด์" อายุ 24 ปี 

 

 



โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560  ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นได้บุกเข้าไปในหอพักแห่งหนึ่งและร่วมกันทำร้ายน้องปอนด์ และใช้ไขควงแทงศรีษะข้าบริเวณขมับด้านขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 
 


ล่าสุดศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น หมายเลขดำ อ.1756/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายกรกนก หรือ อาร์ท วรัญญสาธิต กับพวกรวม 14 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ตามประมวลกม.อาญามาตรา 288,290 ฯลฯ กรณีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2560 พวกจำเลยได้บุกเข้าไปในห้องพักเลขที่ 13  หอพักบ้านเกรียงไกร เลขที่ 153/2  หมู่ที่ 5 ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี 


โดยจำเลยที่ 1,2,4,7 และ13 ร่วมกันเจตนาฆ่า นายธีรพงศ์ ฐิติฐาน หรือ ปอนด์ อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี โดยใช้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย และใช้ไขควงปลายแหลมเป็นอาวุธแทงที่ขมับด้านขวา ทะลุผ่านศรีษะ เข้าไปในเนื้อสมองจนถึงแก่ความตาย 


นอกจากนี้จำเลยที่ 3,5,6,10,12 และ14 ยังร่วมกันทำร้ายร่างกายนายธีรพงศ์  กับเพื่อนๆ อีก 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส  โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

 

สำหรับ จำเลยที่ 1-14 ประกอบไปด้วย 

1. นายกรกนก หรือ อาร์ท วรัญญสาธิต

2. นายเดชาธร หรือไบร์ท มูลมณี  

3. สิบตรี ชรินทร หรือ บิ๊ก แก่สาร 

4. นายญาณวัฒน์ หรือปาร์ม ทิพย์เที่ยงแท้ 

5. นายเรวัติ หรือ เต้ย วงศ์ขยาย 

6. นายกฤตนันท์ หรือ ปาล์ม เนียมเงิน 

7. นายเศรษฐา หรือ เปิ้ล อุปถัมภ์ 

8. นายธีราพัฒน์ หรืออั้ม โพธ์สุทธิ์ 

9. นายธีรธานนท์ หรือ นนท์ ทัพนาค 

10. นายภาคิน หรือ มิค เสือนาค 

11. นายศุภสิทธิ์ หรือแป้ง ตีท้วม 

12. นายอธิบ หรือ ซิม กุญแจทอง 

13 นายชินกิตติ์ หรือ กิต อรรถวรรธน 

14 น.ส.มาริสา หรือ ลูกหมี เงินทอง 
 



โดยในวันนี้ศาลได้เบิกตัวนายเดชาธร หรือไบร์ท มูลมณี จำเลยที่ 2 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมาฟังคำพิพากษา ขณะที่จำเลยอีก 13คนได้รับประกันตัวก็ได้เดินทางมาศาลเพื่อฟังคำพิพากษาด้วย 

    


ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้ง 4 มีประจักษ์พยานและวัตถุพยานเป็นภาพวงจรปิด  รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ให้การยืนยันฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-13 ได้กระทำการตามฟ้องจริง มีบุกรุกโดยมีเหตุฉกรรจ์ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตราย   และเสียชีวิต โดยจำเลยที่ 1 และ 2 ได้ร่วมฆ่าผู้ตาย มีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ล๊อคคอให้จำเลยที่ 2 ใช้ไขควงแทงผู้เสียชีวิตบริเวณขมับขวา พิพากษาจำเลยที่ 1 จำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น 

 


จำเลยที่ 2 จำคุก 25 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและบุกรุกเคหะสถาน  จำเลยที่ 3,10,12 คนละ1 ปี ฐานบุกรุกเคหะสภานในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้าย

 


จำเลยที่ 4,5,6,11 จำคุก11 ปี ฐานบุกรุกเคะสถานในเวลากลางคืนและร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายฯ  โดยให้จำคุกจำเลยที่4 ต่อจากคดีเดิมที่ศาลจังหวัดหัวหิน 

 


จำเลย 7,8,9,13 จำคุก คนละ 10 ปี 6 เดือน  ฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่น และให้จำเลยที่1-13 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วมที่1 เจ้าของหอพักที่เกิดเหตุเป็นเงิน 150,000 โจทก์ร่วมที่ 2 เจ้าของห้องที่เกิดเหตุและ1 ในผู้บาดเจ็บ 125,000 โจทก์ร่วมที่ 3 ผู้บาดเจ็บเป็นเงิน 95,000 และโจทก์ร่วมที่4 มารดาของผู้ตาย เป็นเงิน  687,000 และให้ชำระ ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5ต่อปี นับตั้งแต่วันที่25 ก.พ. 2560 จนกว่าจะชำระเงินให้กับโจทก์ร่วมครบถ้วน

 

และให้ยกฟ้องจำเลยที่1 4 เนื่องจากเป็นผู้ที่พักอาศัยในหอพักที่เกิดเหตุ ร่วมทั้งไม่ได้ลงจากรถของจำเลยไปร่วมก่อเหตุ

 


ขณะที่ครอบครัวของน้องปอนด์ ได้เปิดใจหลังฟังคำพิพากษาว่า พอใจในคำพิพากษาของศาล ที่จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ก่อเหตุ รวมถึงจำคุกจำเลยอื่นที่ร่วมกันก่อเหตุด้วย คดีนี้ครอบครัวคิดว่าได้รับความเป็นธรรมและไม่คิดที่จะยื่นอุทธรณ์ พร้อมกับฝากถึงน้องปอนด์ว่า ขอให้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดีหากชาติหน้ามีจริงขอให้ได้กลับมาเป็นครอบครัวกันอีก

 

 

แม่ของน้องปอนด์ ผู้เสียชีวิต 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล