ดีเดย์แล้ววันไหน พ.ร.บ.เงินทดแทนใหม่ ใช้บังคับสิทธิประโยชน์ลูกจ้างจัดเต็ม

ดีเดย์แล้ววันไหน พ.ร.บ.เงินทดแทนใหม่ ใช้บังคับสิทธิประโยชน์ลูกจ้างจัดเต็ม

Publish 2018-10-23 14:57:07


ทางด้าน นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ รักษาการเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้เปิดเผยว่า พ.ร.บ.เงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 10 ต.ค.61 ที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป โดยพ.ร.บ.เงินทดแทน (ฉบับใหม่) นี้ ได้มีการปรับปรุงค่ารักษาและขยายความคุ้มครองให้ลูกจ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน 

 



(นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ รักษาการเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน)

 

ทั้งนี้ พ.ร.บ.เงินทดแทน ได้มีสาระสำคัญ คือ ได้มีการขยายความคุ้มครองแก่ลูกจ้างของส่วนราชการ ขยายความคุ้มครอง ให้ครอบคลุมไปถึงลูกจ้างซึ่งทำงานในองค์กรของนายจ้างที่มิได้มีวัตถุประสงค์ เพื่อแสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ 

 

(ใช้เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

 

รวมถึงการออกกฎหมายบังคับใช้เกี่ยวกับขอบเขตการคุ้มครองลูกจ้างซึ่งได้รับการจ้างงานในประเทศ (Local staff) ของสถานเอกอัครราชทูตและองค์การระหว่างประเทศ ทั้งนี้ได้มีการเพิ่มอัตราการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน และค่าทำศพ กรณีลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย 

 

(ใช้เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

 



โดยออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อให้ลูกจ้างได้รับประโยชน์ คือ เพิ่มอัตราค่าทดแทนกรณีต่างๆ จากร้อยละ 60 เป็น ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีลูกจ้าง ทุพพลภาพเป็นไม่น้อยกว่า 15 ปี (เดิมไม่เกิน 15 ปี) เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีลูกจ้าง ถึงแก่ความตาย หรือสูญหายมีกำหนด 10 ปี (เดิมกำหนด 8 ปี)

 

(ใช้เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

 

อีกทั้งกำหนดการจ่ายค่าทดแทน สำหรับกรณีลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ ให้ได้รับตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ (เดิมจ่ายค่าทดแทนกรณีลูกจ้าง ไม่สามารถทำงานติดต่อกันเกิน 3 วัน) เพิ่มการจ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพของลูกจ้าง ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง (เดิมจ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพของลูกจ้างเป็นจำนวน 100 เท่าของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน) 

 

(ใช้เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

 

ในส่วนของนายจ้างก็จะได้รับประโยชน์จากร่าง พ.ร.บ. เงินทดแทนนี้เช่นกัน กล่าวคือ กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน (ฉบับใหม่นี้) ได้มีการปรับลดเงินเพิ่มตามกฎหมายจากเดิม ร้อยละ 3 ต่อเดือน ลดลงเหลือ ร้อยละ 2 ต่อเดือน และกำหนดเกณฑ์การคำนวณเงินเพิ่ม กรณีนายจ้างค้างชำระเงินสมทบ โดยกำหนดให้จำนวนเงินเพิ่มต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่าย (เดิมไม่ได้กำหนดเพดานเงินเพิ่มไว้) เป็นต้น 

 

 

สำหรับ พ.ร.บ.เงินทดแทน (ฉบับที่ 2) นี้ จะส่งผลให้ลูกจ้างมีหลักประกันของชีวิตดีขึ้น รวมถึงค่าทดแทนการขาดรายได้ และระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตในกรณีไม่สามารถทำงานได้มีความจำเป็นต้องหยุดงาน และในส่วนของนายจ้างเองก็จะได้รับประโยชน์จากการปรับลดอัตราเงินเพิ่ม ส่งผลให้สถานภาพด้านการเงินของนายจ้างมีความมั่นคงต่อไป

 

(ใช้เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

 

ขอบคุณรูปภาพ : กระทรวงแรงงาน / www.sso.go.th

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิตติพร ศรีโยธา