ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ย้อนรอยระทึก เพลิงเผาวอดอุบัติเหตุ รถตู้ สู่สถิติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ย้อนรอยระทึก เพลิงเผาวอดอุบัติเหตุ "รถตู้" สู่สถิติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Publish 2018-10-21 15:14:04


 

      กลายเป็นข่าวสลดรับเช้าวันใหม่ 21 ต.ค. 2561 หลังเจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน ได้รับแจ้งเหตุ รถตู้ทะเบียน 33-2779 กทม. เสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง บริเวณ ริม ถ.พหลโยธิน ใกล้กับโรงสีคงเดช ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ. กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน จึงได้ระดมกำลังเข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกไหม้รถตู้อย่างรุนแรง ก่อนดับได้ในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบภายในซากรถตู้ พบผู้โดยสารเสียชีวิตนอนรวมกันอยู่ 9 ศพ สภาพสยด สยอง ติดอยู่คาเบาะ เป็นชาย 4 ราย และหญิง 5 บาดเจ็บสาหัส 6 ราย ในที่นี้รวมคนขับอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำส่งโรงพยาบาลคลองขลุงด่วน ทั้งนี้รถตู้คันดังกล่าวนำส่งผู้โดยสารชาวเมียนมา 14 คน โดยมีคนขับชาวไทย 1 คน

 

 

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ คาดว่ารถตู้คันเกิดเหตุอาจเสียหลักจากฝนที่ตกหนัก หรือคนขับหลับใน ไปชนกับต้นไม้ใหญ่ข้างทางจนเกิด ประกายไฟและลุกไหม้อย่างทันที เป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่อยู่ในรถ ซึ่งอาจจะนอนหลับอยู่ หรือขณะเกิดเหตุอาจจะหมดสติไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในรถดังกล่าว อย่างไรก็ตามเบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวนั้น ใช้เชื้อเพลิงประเภทแก๊ส ที่ท้ายรถตู้มีถังแก๊สสำหรับบรรจุเชื้อเพลิง 2 ใบ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจที่เกิดเหตุและพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรของสูงได้มาตรวจสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ในส่วนของรถตู้คันดังกล่าวเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจกำลังจะไปส่งแรงงาน ชาวเมียนมาทั้ง 14  คน ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แต่มาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก่อน

 

 

 



 

 

       หากเราย้อนดูสถิติการเสียชีวิตของอุบัติเหตุที่เกิดจากรถตู้ ในปี 2559 - 2560 พบว่า ในปี 2559 มีจำนวนการเกิดเหตุอยู่ที่ 233 ครั้งตลอดทั้งปี  แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 130 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,200 ราย ส่วนปี 2560 มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่ 252 ครั้ง ในแต่ละครั้งมีผู้บาดเจ็บรวมตลอดทั้งปี 229 ราย และผู้เสียชีวิต 952 ราย อ้างอิงจากศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ( ศวปถ )  นอกจากนี้สถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างไม่เป็นทางการยอด สรุปยอด เสียชีวิตรายวัน ตั้งแต่ 1 - 20 ต.ค. 261  เปิดเผยโดยมูลนิธิเมาไม่ขับระบุว่า 

 

วันที่ 1 ต.ค 2561  ยอดการตาย  33 ราย
วันที่ 2 ต.ค 2561  ยอดการตาย  47 ราย
วันที่ 3 ต.ค 2561  ยอดการตาย  30 ราย
วันที่ 4 ต.ค 2561  ยอดการตาย  39 ราย
วันที่ 5 ต.ค 2561  ยอดการตาย  28 ราย
วันที่ 6 ต.ค 2561  ยอดการตาย  23 ราย
วันที่ 7 ต.ค 2561  ยอดการตาย  22 ราย
วันที่ 8 ต.ค 2561  ยอดการตาย  36 ราย
วันที่ 9 ต.ค 2561  ยอดการตาย  36 ราย
วันที่ 10 ต.ค 2561  ยอดการตาย  41ราย
วันที่ 11 ต.ค 2561  ยอดการตาย  30 ราย
วันที่ 12 ต.ค 2561  ยอดการตาย  35 ราย
วันที่ 13 ต.ค 2561  ยอดการตาย  30 ราย
วันที่ 14 ต.ค 2561  ยอดการตาย  19 ราย
วันที่ 15 ต.ค 2561  ยอดการตาย  23 ราย
วันที่ 16 ต.ค 2561  ยอดการตาย  47 ราย
วันที่ 17 ต.ค 2561  ยอดการตาย  33 ราย
วันที่ 18 ต.ค 2561  ยอดการตาย  45 ราย
วันที่ 19 ต.ค 2561  ยอดการตาย  39 ราย
วันที่ 20 ต.ค 2561  ยอดการตาย  29 ราย

  โดยยอดสะสมตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค. - 18 ต.ค. 2561 มียอดรวมการตาย 11,005 ศพ จากอุบัติเหตุบนท้องถนน



 

 

      นอกจากนี้เมื่อเราเปิดย้อนดูเหตุการณ์ การเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถตู้จะพบว่า มีเหตุการณ์เมื่อช่วงต้นปี 60 ที่หลายคนยังคงจำได้กับอุบัติเหตุครั้งรุนแรงของรถตู้ (บขส.) ที่มีผู้โดยสารเต็มคัน จากจันทบุรีมุ่งหน้า กทม.ชนประสานงากับรถกระบะที่มีคนนั่งมากว่า 10 คน ที่ อ.บ้านบึง ชลบุรี เกิดไฟลุกท่วมทั้ง 2 คัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 25 ศพ กลายเป็นโศกนาฏกรรม ที่หลายคนยังไม่ลืม ส่วนสาเหตุเบื้องต้นพบว่าคนขับรถตู้เกิดหลับใน ลงร่องกลางถนนข้ามไปถนนฝั่งตรงข้ามประสานงากับรถกระบะอีซูซุที่วิ่งสวนมาชนกันอย่างจัง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก นำมาซึ่งการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายของญาติผู้เสียชีวิต กับทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จนเป็นคดีใหญ่โต ในที่สุดศาลจังหวัดจันทบุรีได้ตัดสินให้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จ่ายสินไหมทดแทน เป็นเงิน  26 ล้าน บาท ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2561 

 

 

    และอีกเหตุการณ์หนึ่งที่สยองไม่แพ้กัน เมื่อช่วงเดือน ก.ค. 2561 เกิดอุบัติเหตุรถตู้จำนวน 3 คัน รถกระบะ 1 คัน ชนท้ายรถบรรทุกน้ำมัน มีแก๊สรั่วไหล จุดเกิดเหตุบริเวณถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้ากรุงเทพฯ บริเวณจุดกลับรถโรงน้ำแข็งกิจวารี ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ประมาณ 17 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 6 ราย โดยอุบัติเหตุครั้งนี้เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจเกิดจากรถตู้คันที่ 1 วิ่งมาด้วยความเร็วซึ่งขณะนั้นรถบรรทุกน้ำมัน กำลังชะลอกลับรถอยู่จนทำให้เสียหลักชนเข้าอย่างจัง ส่วนรถตู้คันที่ 2 และ 3 รวมถึง รถกระบะ ก็ได้พุ่งชนต่อๆ กันมาด้วยความเร็ว จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีถึง 6 ราย  ถือเป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนั้น

 

 

อุบัติเหตุส่วนใหญ่ในรอบปี 2561 ที่เกี่ยวกับรถตู้ยังมีอีกมากทั้งเป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ทั้งนี้ยังต้องจับตาต่อไปกับช่วงใกล้ปีใหม่ที่กำลังถึงนี้ว่าสถิติอุบัติเหตุในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง
หากผู้ขับขี่รถตู้ และรถยนต์อื่นยังมีความประมาทอยู่

 

ขอบคุณ  News Station KPP , ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ( ศวปถ )  , มูลนิธิเมาไม่ขับ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย