ไม่ใช่ครั้งแรก! หนุ่มลวงสาว 19 ขืนใจ อ้างฝ่ายหญิงสมยอมเอง ตร.ขุดประวัติพบเคยก่อคดีเพียบ

Publish 2018-10-17 12:25:34

จากกรณี นายศาสฑฎา บัวทอง อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธฯ ข่มขืนกระทำชำเราฯ และกักขังหน่วงเหนี่ยวหญิงสาว อายุ 19 ปี โดยขับรถไปรับผู้เสียหายพาไปผับย่านตลิ่งชัน ก่อนจับไปขังที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านมหาดไทย 2 แขวงบางระมาด แล้วได้พาผู้เสียหายไปขืนใจในห้องนอน ก่อนที่จะใช้กำลังบังคับตบ-ตีชิงกระเป๋าสะพาย มือถือ และแหวน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5-6 ต.ค. เวลา 23.00-16.30 น. ที่บริเวณหมู่บ้านมหาดไทย 2 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร จากนั้นผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหายไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มบริเวณห้างโลตัสเอ็กซ์เพรส สาขาอุดมทรัพย์ ได้เงินไป 500 บาท แล้วทิ้งผู้เสียหายไว้ก่อนขับรถหลบหนีไป 

 

 

 

 

 

 

 

 

(วงจรปิดที่เกิดเหตุ)

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไม่รอดกรรมตามทัน! รวบแล้วหนุ่มลวงสาว19 ขืนใจ ตบทรัพย์เหยื่อ จ่อคุมตัวทำแผนหวั่นถูกรุมประชาทัณฑ์

 

 



ล่าสุดวันนี้ (17ต.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้นำตัว นายคาสฑฎา บัวทอง หรือ ท๊อบ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน และแม่ (ไม่ทราบชื่อนามสกุล) มาสอบปากคำอีกครั้ง ก่อนจะนำตัวฝากขับที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยผู้ต้องหาและแม่ มีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด ผู้ต้องให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตั้งแต่ถูกจับกุม กระทั่งชั้นพนักงานสอบสวนก็ยังคงให้การปฏิเสธ แต่ระบุว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น จึงไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 

 

 

 

 

 

 

 

 


ขณะเดียวกันก็มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนรออยู่บริเวณหน้าห้องสอบสวน เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถาม หญิงคนดังกล่าวบอกเพียงว่าเป็นเพื่อนผู้ต้องหา และขออย่าถามอะไรอีก เพราะไม่อยากพูดและให้สัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น ก่อนจะตะโกนบอกว่า "ทางผู้ต้องหาไม่ได้ข่มขืน แต่เป็นสมยอมทั้ง 2 ฝ่าย เพราะฝ่ายผู้เสียหายก็แรงเช่นกัน"
 

 

 

 

นอกจากนี้หลังจากการสอบปากคำเสร็จสิ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมาจากห้องสอบสวน โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ทำไปเพราะอะไร ซึ่งทางผู้ต้องหาไม่ตอบใดๆทั้งสิ้น ขณะที่แม่ของผู้ต้องหาพยามยามที่จะปกปิดใบหน้า เพื่อปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ 
 

 

 

 

 

ในขณะที่ชุดจับกุมกำลัง นำกำลังจับกุมผู้ต้องหานั้น ผู้ต้องหามีพฤกติการณ์หลบหนี แต่หนีไม่รอด จึงกลับลำเข้ามอบตัวกับชุดจับกุมแทน เพื่อหวังจะได้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นภัยอันตรายต่อสังคม ทางพนักงานาอบสวนจึงคัดค้านการประกัน เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี อีกทั้งผู้ต้องหายังเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาไม่ได้ทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก ผู้ต้องหาต้องเคยก่อเหตุเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว หากใครมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหารายนี้ สามารถแจ้งได้ที่ สน.ตลิ่งชัน
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน