สรุปข่าวเด่นรอบวัน 11 ต.ค. 2561

Publish 2018-10-11 18:13:34



 

   กลับมาพบกับการสรุปข่าวเด่นรอบวัน ประจำวันพฤหัสบดี ที่ 11 ต.ค. 2561 กันอีกแล้ว ในวันนี้ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเช่นเคยซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ได้รวบรวมมา 5 ประเด็นหลักใหญ่ด้วยกันดังนี้

 

     มาเริ่มกันที่ข่าวแรก กับกรณีเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 กับการมีมติเห็นชอบให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ขึ้นมา โดยจะมีการให้ผู้เลี้ยงสุนัข - แมว ขึ้นทะเบียน และมีค่าคำร้องขอขึ้นทะเบียน ฉบับละ 50 บาท สมุดประจำตัวสัตว์ ฉบับละ 100 บาท เครื่องหมายประจำสัตว์ ตัวละ 300 บาท รวมทั้งหมดเป็นเงิน 450 บาท เพื่อให้ผู้เลี้ยงนั้นมีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีการประกาศใช้แต่อย่างใดเนื่องจากจำเป็นต้องมีการปรับแก้อีกมาก

 

 

     ทั้งนี้เมื่อข่าวดังกล่าวออกไปทางพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับร่างพรบ. ฉบับนี้ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2561  ว่าอาจเกิดผลกระทบกับผู้เลี้ยงสุนัขหลายคนที่มีสัตว์อยู่ในครอบครองจำนวนมาก และขอให้ดูกฤษฎีกาให้ดีว่าโทษเป็นเช่นไรและระบบการอนุญาตตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าไม่ให้ใช้ระบบอนุญาตโดยไม่จำเป็น ซึ่งกฎหมายจัดระเบียบเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวังอย่าให้เป็นการสร้างภาระให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะคนที่เขาเมตตาสัตว์ พร้อมแนะทางกระทรวงเกษตรว่าหากเกิดปัญหาในภายหลังจะรับผิดชอบไหวหรือไม่

 

 

     ถัดมากับข่าวที่สอง กับการแก้ปัญหาจำหน่ายสลากกินแบ่งเกินราคาจากผู้ค้า ซึ่งทางหน่วยงานราชการผู้รับผิดชอบได้ทำการแก้ไข พรบ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ซึ่งมีการปรับแก้ไขปัญหาราคาหวยตามคำสั่งสอดคล้องกับแนวคิดของหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ปรับแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา

 

 

    ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถนำเรื่องเข้าสู่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในเดือน พ.ย. 2561 นี้ ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนโทษความผิดสำหรับผู้ค้าสลากเกินราคากว่ากำหนด จากมีโทษปรับ 2,000 บาท เป็นจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และที่สำคัญห้ามจำหน่ายสลากฯ แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยเด็ดขาด

 

 



 

     ต่อมากับข่าวที่สาม การเอาจริงปรับบนทางเท้า หลัง วันที่ 11 ต.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า จากปัญหาการละเมิดสิทธิผู้เดินสัญจรบนทางเท้าสาธารณะ ของกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งใช้ทางเท้าเป็นช่องทางสัญจร แทนผิวจราจร ทำให้สร้างความไม่ปลอดภัยแก่ผู้เดินเท้า ในการนี้ นายสกลธี ได้ออกมากล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหานี้ ด้วยการดำเนินการจับปรับผู้ขับขี่บนทางเท้า พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยบ้านเมือง พ.ศ.2535

 

     โดยขณะนี้มีการตั้งโต๊ะจับปรับกว่า 230 จุด บนถนนสายหลัก สายรองต่างๆ ซึ่งระยะเวลาที่จับปรับกว่า 3 เดือน สามารถจับผู้ฝ่าฝืนขับขี่บนทางเท้าได้รวมกว่า 8,000 ราย ดำเนินการกล่าวตักเตือน ประมาณ 3,000 ราย ปรับจริง 5,000 ราย โดยได้ค่าปรับเป็นจำนวนเงิน กว่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีการเริ่มต้นปรับตั้งแต่ 500 - 1,000 บาท เพื่อให้ผู้กระทำผิดนั้นเกรงกลัวกฎหมาย และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

 

 

      สำหรับข่าวที่สี่ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ อวดดั้งใหม่ ไกลถึงเกาหลี หลังจูงมือสามี บี้ ธรรศภาคย์ พร้อมน้องเป่าเปา ไปเที่ยวพักผ่อน แต่ในระหว่างท่องเที่ยวนั้นมีการลงรูปในไอจีตลอดเวลา เป็นรูปกุ๊บกิ๊บถ่ายโดยปิดบังหน้า เนื่องจากระหว่างการท่องเที่ยวครั้งนี้เธอถือโอกาสทำศัลยกรรมอัพดั้งใหม่ จนในที่สุดเธอก็ได้เปิดเผยรูปเมื่อจมูกเข้าที่ จนสามีบี้ ธรรศภาคย์ อดโพสต์ข้อความในไอจีหยอกล้อ กุ๊บกิ๊บ ไม่ได้ โดยระบุว่า...
 "*GG is Back  มาละค่ะ!!!! เมียใหม่พี่บี้เมดอินคอเรียค๊าาาาาาหายละอยู่ยาวไปจนแก่ไม่อยากทำอีกละ #ลูกห้ามเอากะละมังฟาดอีกนะคะ #แม่ขี้เกียจทำ" หลังจากนั้นก็มีชาวเน็ตเข้ามาแซวบี้กับกุ๊บกิ๊บ อย่างล้นหลามกับการอัพดั้งใหม่ครั้งนี้แถมยังบอกว่ากุ๊บกิ๊บ นั้นสวยขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

 

 



 

    เดินทางมาถึงข่าวสุดท้าย ของวันนี้กับพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 11 - 13 ต.ค. 2561 นี้ ระบุว่าทางภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยจะมีอุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 14-16 ต.ค. 61 ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค สำหรับภาคใต้มียังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง

 

 

    สำหรับบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือขอให้ประชาชนในพื้นที่ดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและขอให้ประชาชนบริเวณภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย และในช่วงวันที่ 14 -16 ต.ค. 61 ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกด้วย

 

 

สรุปข่าวเด่นประจำวันขอจบไว้เพียงเท่านี้ สำหรับพรุ่งนี้จะมีประเด็นใดน่าสนใจก็ต้องติดตามกันต่อไป

 

 



เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย