เลิกแถเลย!ชาวเน็ตแฉ"ปลัดออฟโรด"ใช้ปืนไม่ธรรมดาบุกป่าล่าสัตว์

Publish 2018-10-08 14:38:50

จากกรณีชุดเฉพาะกิจพญาเสือและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) หลังทางอุทยานฯ ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีคนลักลอบเข้าไปในเขตอุทยาน เป็นกลุ่มออฟโรดจำนวน 6 คัน จึงวางแผนเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งพบกลุ่มรถออฟโรดจำนวน 6 คัน และพบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง 2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก เครื่องกระสุน 3.ซากสัตว์ป่า (อุ้งเท้าหมีขอ 4 เท้า)

 



โดย หนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุม คือ นายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ ปลัดแมน ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ซึ่งนายวัชรชัย เปิดเผยว่า พวกตนเข้าไปทำบุญบริจาคสิ่งของ ที่สำนักสงฆ์เต่าดำ และนอนพักค้างคืนอยู่ภายในสำนักสงฆ์ ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา และทุกคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องของการล่าสัตว์ป่า (อ่านข่าว : คดีพลิกมั๊ย!"ปลัดออฟโรด"อ้างเข้าป่าทำบุญ "อส.ออย"โบ้ยซากหมีขอซื้อจากชาวบ้าน )

 

 

 


ในเวลาต่อมา ทางด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นนี้ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายกับปลัดอำเภอด่านมะขามเตี๊ย โดยในวันนี้จะมีคำสั่งให้นายวัชรชัย พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี๊ยเพราะจากการสอบสวนพบว่าปลัดอำเภอคนดังกล่าวน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินการทางด้านวินัยและอาญาก็เป็นไปตามกฏหมาย แต่วันนี้จะมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ส่วนนายวัชรชัยจะมีส่วนในร่วมในเรื่องใดบ้างนั้น ตนยังไม่ทราบ ตนทราบแค่เพียงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแค่นั้น (อ่านข่าว : ด่วน!"พล.อ.อนุพงษ์"สั่งตรงให้"ปลัดออฟโรด"ออกราชการ รอสอบผิดพาพวกบุกป่าล่าสัตว์ )

 

 

 

ล่าสุด โลกโซเชียลได้มีการแชร์โพสต์ของเพจเฟซบุ๊ก "เสธPlay" ซึ่งโพสต์ข้อความว่า โพสต์นี้เติมสาระใส่ตัวกันหน่อย เมื่อวานคงเห็นข่าวการจับกุมปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่อาสาฯ ที่ลักลอบล่าสัตว์บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) ได้ของกลางเป็นซากหมีขอ และอาวุธพร้อมเครื่องกระสุน


แก๊งนั้นปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนล่าสัตว์ แต่ซื้อมาจากชาวป่า ว่าไปน้ำขุ่น ๆ ถ้าไม่ได้ล่าสัตว์แล้วจะติดปืนไรเฟิลพร้อมกระสุนไปทำไม เอาไว้ยิงยอดหญ้าเหรอ แถไปเรื่อย เรื่องนี้ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป หวังว่าจะไม่รอดถ้าผิดจริง เป็นข้าราชการแท้ ๆ แทนที่จะเป็นตัวอย่าง แต่นำทีมไปล่าสัตว์ซะเอง ทุเรศยิ่งกว่านักธุรกิจรวย ๆ เข้าไปล่าสัตว์อีก

 

 

 

เอ้ากลับมาก่อน คดีนี้มีเรื่องน่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือในเครื่องอาวุธที่พวกปลัดนำมาล่าสัตว์ มีอุปกรณ์หนึ่งที่ เสธ. อยากจะพูดถึง มันคือกระบอกเก็บเสียง ซเพรสเซอร์ (Suppressor) หรือท่อเก็บเสียง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ไซเลนเซอร์ (Silencer) กระบอกเก็บเสียงเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่เอาไว้ลดเสียงหรือพรางเสียงปืน ทำให้หาที่มาให้การยิงได้ยากยิ่งขึ้น โดยใช้กลไกในการดูดซับเสียง ให้เสียงระเบิดของดินปืนที่ปากกระบอกเบาลงมาก ๆ ในยุคแรกเรียกกันว่าไซเลนเซอร์ (Silencer) หมายความว่าอุปกรณ์ระงับเสียง


คำว่าระงับนี่ ในทางปฏิบัติคือเงียบกริบ ซึ่งมันไม่ใช่อย่างนั้น ตอนหลังเขาเลยเปลี่ยนคำเรียกเป็น ซเพรสเซอร์ (Suppressor) หรืออุปกรณ์ลดเสียงแทน เพราะถึงจะเก็บเสียงระเบิดของดินปืนได้ แต่ยังไงก็จะมีเสียงโซนิคบูมจากกระสุนที่เดินทางเหนือความเร็วเสียงอยู่ดี เว้นแต่จะใช้กระสุนเฉพาะของมันด้วยถึงจะเบากริบ แต่ก็ไม่ใช่เงียบจนมีแต่เสียงปิ้ว ๆ ๆ เหมือนในละครหรอกครับ

 

 


ด้วยสาเหตุที่ว่ามันเป็นเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่เอาไว้ลดเสียงหรือพรางเสียงปืน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับภารกิจทางการทหาร หรือการก่ออาชญากรรมประเภทลอบสังหาร จึงทำให้กระบอกเก็บเสียงกลายเป็นยุทธภัณฑ์ไปทันที ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ใดสั่งเข้ามา นำเข้ามา ผลิต หรือมีซึ่งยุทธภัณฑ์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินห้าหมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 

แม้แต่ท่อเก็บเสียง BB Gun ก็เถอะ บางคนไม่รู้เรื่อง ทำทะลึ่งไปติดกับปืนจริง ตำรวจค้นขึ้นมาถึงจะบอกว่าเป็นของจำลอง แต่ถ้าลองยิงแล้วมันลดเสียงได้แม้จะแค่นิดเดียว ก็ติดคุกจริงนะครับ ทำเป็นเล่นไป เคยมีคนโดนมาแล้ว เข้าใจว่าคนส่วนมากรู้แล้ว แต่ก็เชื่อว่ายังมีคนไม่รู้ว่าไอ้นี่เป็นยุทธภัณฑ์ มีไว้ครอบครองไม่ได้ เลยเขียนเตือน ๆ กันไว้ก่อน จะได้ไม่หาความซวยใส่ตัวครับ

 

 

 

 

 

ขอบคุณ : เสธPlay, ทีมพญาเสือ, สายข่าวจิตอาสา, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน