ด่วน!"พล.อ.อนุพงษ์"สั่งตรงให้"ปลัดออฟโรด"ออกราชการ รอสอบผิดพาพวกบุกป่าล่าสัตว์

Publish 2018-10-08 11:13:37


กลายเป็นอีกคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เมื่อชุดเฉพาะกิจพญาเสือและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) หลังทางอุทยานฯ ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีคนลักลอบเข้าไปในเขตอุทยาน เป็นกลุ่มออฟโรดจำนวน 6 คัน จึงวางแผนเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งพบกลุ่มรถออฟโรดจำนวน 6 คัน ตรวจสอบโดยละเอียด คันที่ 5 พบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง 2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก เครื่องกระสุน 3.ซากสัตว์ป่า (อุ้งเท้าหมีขอ 4 เท้า) 

 



โดย หนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุม คือ นายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ ปลัดแมน ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี โดยเบื้องต้น นายวัชรชัย ไม่ยิมยอมให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แตะต้องตัว และขู่จะฟ้องกลับ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ในฐานะรักษาการ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ เจ้าหน้าที่จึงประสานทหารร้อย รส.มทบ.17 พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เข้าตรวจค้น

 

 

 



ทั้งนี้ นายวัชรชัย ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย เปิดว่า พวกตนเข้าไปทำบุญบริจาคสิ่งของ ที่สำนักสงฆ์เต่าดำ และนอนพักค้างคืนอยู่ภายในสำนักสงฆ์ ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา และทุกคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องของการล่าสัตว์ป่า สำหรับซากสัตว์ป่าที่ถูกจับ ทุกคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทราบแต่เพียงว่า อส.ออย ไปขอแบ่งซื้อมาจากพรรคพวกเท่านั้น

 

 

 

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นนี้ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายกับปลัดอำเภอด่านมะขามเตี๊ย โดยในวันนี้จะมีคำสั่งให้นายวัชรชัย พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี๊ยเพราะจากการสอบสวนพบว่าปลัดอำเภอคนดังกล่าวน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินการทางด้านวินัยและอาญาก็เป็นไปตามกฏหมาย แต่วันนี้จะมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ส่วนนายวัชรชัยจะมีส่วนในร่วมในเรื่องใดบ้างนั้น ตนยังไม่ทราบ ตนทราบแค่เพียงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแค่นั้น

 

 

 

ก่อนหน้านั้น ทางด้าน เฟซบุ๊กแฟนเพจ "ทีมพญาเสือ" ได้โพสต์ข้อความว่า...รถทั้ง 6 คัน ที่ได้ตรวจยึด จากกรณี เมื่อวานนี้ ลำดับเหตุการณ์ดังนี้ วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2561 เวลาตอนเย็น ได้รับแจ้งมีกลุ่มบุคลเข้าพื้นที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะล่าสัตว์จากสายที่วางใว้ในพื้นที่

 

 


วันอาทิตย์ ที่ 7 ต.ค. 2561 เวลา 07.00 น. ระดมเจ้าหน้าที่ 17 นาย เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบ

 

เวลา 11.30 น. เดินทางถึงป่าเขาพลูในป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่ พบรถทั้ง 6 คันขับสวนทางออกมา จึงเรียกให้หยุดรถ และขอตรวจค้น พบ ชาย 10 คน หญิง 2 คน เด็กโต 3 คน มี 1 คนอ้างตัวว่าเป็นปลัดอำเภอ ภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยจริง


พบอาวุธ ปืน และ ขาทั้ง 4 ข้าง ของหมีขอ จึงควบคุมทั้งหมดมาที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อทำการตรวจค้นโดยละเอียดอีกครั้ง 15.30 น เดินทางถึงที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยคได้ตรวจค้นโดยละเอียดร่วมกับ จนท.ตร. และ ทหารในพื้นที่ พบอุกกรณ์ ในการกระทำผิด ดังนี้

 


1. อาวุธปืน CZ 442-2 EZKM CAL .22 พร้อมกระบอกเก็บเสียงยาว 8 นิ้ว

2.เครื่องกระสุน ขนาด .22 LR ยี่ฮ้อ CCI จำนวน 34 นัด

3.อาวุธปืนพก Glock 34 AUSTRIA 9×19 หมายเลขทะเบียน .....

4.แม็กกาซีน พร้อมเครื่องกระสุน (ในแม็ก 12 นัด นอกแม็ก 19 นัด)

5.เครื่องกระสุน ขนาด 5.56 mm จำนวน 20 นัด

6.มีพร้า 3เล่ม มีดทำครัว2เล่ม

7.เขียง1อัน

 

 

ขณะทำการตรวจค้น บุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นปลัดอำเภอ ไม่ยอมให้ตรวจค้น แต่เมื่อเวลา 18.34 น. จึงยินยอมให้ตรวจค้นพบ 1.อาวุธปืนพก SIGSAUER P320SP ขนาด 9mm พร้อมเครื่องกระสุนภายในแม็กกาซีน 16 นัด แต่ไม่พบใบอนุญาตพกพา จากการสอบสวนทราบว่าทั้งหมดเดินทางเข้าไปตั้งแค้มป์ ที่ บริเวณใกล้ สำนักสงฆ์ เหมืองเต่าดำ มีการดื่มสุราและ อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ป่า จนท.จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีการเปิดเผยรายชื่อ ผู้กระทำความผิดล่าหมีขอในครั้งนี้ จำนวน 12 คน ได้แก่ 

1. นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย

2. นางสาวศรีวิจิตร ดิษฐ์แช่ม

3. นายทัศดนัย ขอกระโชก

4. นายฉัตรชัย เกาะลอย

5. นายจิรชัย ตันติวัฒนสิทธิ์

6. ว่าที่ ร.ต. สุนทร มาเจริญรุ่งเรือง

7. นายวุฒิพงษ์ เต็มธนัน

8. นายสกานต์ แก่งหลวง

9. นายอนุสรณ์ เรือนงาม

10. นายประสาน เต็มธนัน

11. นางอรุณ แสงใส

12. นายถาวร เซี่ยงหลิว

 

โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหารวม 9 ข้อหา ประกอบด้วย

1. ฐานร่วมกันเก็บหำนำออกไป ทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ ยางไม้ น้ำมันยาง น้ำมันสน แร่ หรือทรัพยากรธรรมชำติอื่น ๆ 

2. ฐานร่วมกันนำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ 

3. ฐานร่วมกันนำยานพาหนะเข้าออก หรือขับขี่ยานพาหนะ ในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้นเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

4. ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใด ๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้อนุญาตนั้น

5. ฐานร่วมกันล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นกำรกระทำโดยทางราชการที่ได้รับยกเว้น 

6. ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ปาคุ้มครอง เว้นแต่จะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตาม มาตรา 17 ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว และต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต 

7. ฐานร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยพำเอาไปเสีย หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า อันได้มาโดยกำรกระทำความผิด 

8. ฐานร่วมกันเก็บหำของป่า หรือกระทำด้วยประกาใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชำติ 

9. ฐาน ครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนที่ใช้ในราชการสงคราม และขอให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

ขอบคุณ : ทีมพญาเสือ, สายข่าวจิตอาสา, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน