เปิดภาพล่าสุด! ปลัดอำเภอพาอส.ขนปืนไล่ล่าสัตว์ป่าไทรโยคของกลางอื้อ

เปิดภาพล่าสุด! ปลัดอำเภอพาอส.ขนปืนไล่ล่าสัตว์ป่าไทรโยคของกลางอื้อ

Publish 2018-10-07 18:18:11

สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) หลังทางอุทยานฯ ได้รับแจ้งจากสายข่าวเมื่อคืนที่ผ่านมาว่ามีคนลักลอบเข้าไปในเขตอุทยาน เป็นกลุ่มออฟโรดจำนวน 6 คัน จึงวางแผนเข้าไปตรวจสอบนั้น 
 

 



 

 

 

 

 


โดยในเพจเฟซบุ๊กทีมพญาเสือ ซึ่งเป็นเพจของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ศปก.พป.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยติดแฮชแท็กว่า #ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ด่วน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) พบกลุ่มรถออฟโรดจำนวน 6 คัน ตรวจสอบโดยละเอียด คันที่ 5 พบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง 2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 3.ซากสัตว์ป่า (หมีขอ) กลุ่มออฟโรดดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอ. และ อส. แห่งหนึ่ง จนท.ไทรโยค นำตัวกลุ่มออฟโรดดังกล่าวไปทำบันทึกจับกุมที่ที่ทำการ อช.ไทรโยค

 

 

จากการตรวจสอบพบกลุ่มรถออฟโรดจำนวน 6 คัน ตรวจสอบโดยละเอียด คันที่ 5 พบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง 2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 3.ซากสัตว์ป่า โดย กลุ่มออฟโรด ดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอแห่งหนึ่ง และ อส.ในทีม ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค

 

 

และในทวิตเตอร์ของ อาจารย์บอม ยังมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า "ปลัดอำเภอฯ นำทีม อส. ขับออฟโรดนำไรเฟิลติดกล้อง ลักลอบ ล่าสัตว์ป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดนจับได้พร้อมซากหมีขอ" นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่มีการจับแก๊งล่าสัตว์ หลังก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อุทยานได้จับนายเปรมชัย และพวกในคดียิงเสือดำ ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ลงโทษให้หนัก ปลัดอำเภอพาอส.ขนปืนบุกป่าไทรโยค จนท.เจอซากหมีโดนล่าคาออฟโรด

 

 

 

ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก ทีมพญาเสือ ได้โพสต์รายงานความคืบหน้า หลังมีการจับกุมแก๊งปลัดอำเภอ พร้อมด้วยซากหมีขอ ระบุว่า "เบื้องต้น คณะ ปลัด มากัน 5คัน 12คน ปฏิเสธ" นอกจากนี้ยังมีภาพขอวงอาวุธปืนและมีดต่างๆ ที่นำเข้าไปล่าสัตว์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาวุธที่ใช้ล่าหมีขอ

 

 

 

 

 

ซึ่งหมีขอถือเป็นสัตว์เริ่มหายากในประเทศไทยแล้ว เดิมทีมันมีชื่อในภาษามลายูว่า บินตุรง (Binturong) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แม้จะดูคล้ายหมีจนได้ชื่อว่าหมี แต่เป็นสัตว์จำพวกชะมดและอีเห็นที่ใหญ่ที่สุด  มันมีหางยาวเป็นพวงคล้ายกระรอก จึงเป็นที่มาของชื่อ “หมีกระรอก” ขนตามตัวค่อนข้างยาว สีดำและหยาบ สีขนบริเวณหัวอาจมีสีเทา หูกลม บริเวณขอบหูมีสีขาว หางยาวสามารถใช้เกาะเกี่ยวต้นไม้ได้เป็นอย่างดี  มีความยาวลำตัวและหัว 61-96.5 เซนติเมตร ความยาวหาง 50-84 เซนติเมตร น้ำหนัก 9-20 กิโลกรัม

 

ถิ่นอาศัย  พบในภูฏาน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย, ภาคตะวันตกของพม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, พรมแดนเวียดนามติดกับลาวและกัมพูชา, มาเลเซีย, เกาะสุมาตรา, เกาะบอร์เนียวในอินโดนีเซีย และเกาะปาลาวันในฟิลิปปินส์

 

อุปนิสัย หมีขอเป็นสัตว์หากินในเวลากลางคืน ชอบอยู่ตามลำพัง แต่บางครั้งอาจอยู่รวมเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เช่น แม่และลูก ในเวลากลางวันจะใช้โพรงไม้เป็นที่นอน อาหารได้แก่ ผลไม้และแมลงรวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานเล็ก ๆ มันปีนต้นไม้ได้เก่ง โดยใช้หางเกาะเกี่ยวกิ่งไม้จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้น นอกจากนี้ยังว่ายน้ำได้อีกด้วย

 

 

การสืบพันธุ์  หมีขอมีการผสมพันธุ์กันได้ตลอดทั้งปี ตั้งท้องนาน 92 วัน ออกลูกครั้งละ 1-3 ตัว หมีขอตัวเมียจะมีเต้านมทั้งหมด 2 คู่ ลูกที่เกิดใหม่ยังไม่สามารถใช้หางเกี่ยวกิ่งไม้ได้เหมือนพ่อแม่

 

 

สถานภาพ หมีขอเป็นสัตว์ที่สามารถนำมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กให้เชื่องได้ จนสามารถนำมาฝึกให้ทำการแสดงต่าง ๆ ได้ตามสวนสัตว์ ปัจจุบันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 2 ของไทยและอยู่ในบัญชีชนิดพันธุ์ที่ไม่มั่นคงของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN)

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ทีมพญาเสือ 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล