เพราะธรรมชาติห้ามไม่ได้ ถอดบทเรียน “สึนามิถล่มอินโดฯ” เรียนรู้รักษาชีวิตเมื่อเผชิญหน้า คลื่นยักษ์

เพราะธรรมชาติห้ามไม่ได้ ถอดบทเรียน “สึนามิถล่มอินโดฯ” เรียนรู้รักษาชีวิตเมื่อเผชิญหน้า คลื่นยักษ์

Publish 2018-09-29 14:26:39

    จากกรณีแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ด้วยแรงสั่นสะเทือนขนาด 7.7 แม็กนิจูด บริเวณศูนย์กลางบนเกาะสุลาเวสี ทางตอนกลางของอินโดนีเซีย ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิที่มีความสูงกว่า 2 เมตร พัดเข้าเมืองปาลู ล่าสุดมีรายงานว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งทะยานขึ้นเป็นอย่างน้อย 30 รายแล้ว

 

 

 

    โดยในตอนแรกหน่วยงานด้านภัยพิบัติของอินโดนีเซียได้ทำการประกาศเตือนสึนามิ แต่คาดว่าทางการอินโดนิเซียไม่คิดว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้จะเกิดสึนามิตามมา เพราะเกิดจากรอยเลื่อนบนแผ่นดินที่เลื่อนตัวตามแนวราบมีการเลื่อนตัวสูงสุดทางตอนเหนือ 7-8 เมตร จึงได้ยกเลิกประกาศเตือนดังกล่าว ทั้งนี้จากรายงานพบว่าสาเหตุที่นำมาซึ่งภัยพิบัติในครั้งนี้ต่างจากสึนามิในบางประการ ด้วยรูปแบบของการสั่นสะเทือนที่คล้ายกับการกระชากถังน้ำก่อให้เกิดน้ำกระเพื่อม ลักษณะนี้จะเรียกว่า "คลื่นเซซแผ่นดินไหว" หรือ seismic seiches

 

 

 

    อย่างไรก็ดีคลื่นยักษ์ในครั้งนี้ก็นำมาซึ่งความสูญเสีย เหตุการณ์ภัยพิบัติในลักษณะนี้หาใช่เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ย้อนกลับไปในปี 2547 ประเทศไทยต้องเผชิญกับมหันตภัยคลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 5,400 ราย นับเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่เป็นฝันร้ายของชาวไทย และยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าทั้งภาครัฐและประชาชนยังขาดความรู้ ความเข้าใจเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสึนามิอย่างถูกวิธี ตามรายงานยังพบว่าในปัจจุบันเหตุแผ่นดินไหว มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศไทยมากขึ้น 

 

 



    สึนามิ (Tsunami) เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า คลื่นท่า (harbor wave) คือ คลื่นหรือกลุ่มคลื่นที่มีจุดกำเนิดอยู่ในเขตทะเลลึก ซึ่งมักปรากฏหลังแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แผ่นดินไหวใต้ทะเล ภูเขาไฟระเบิด ดินถล่ม แผ่นดินทรุด หรืออุกกาบาตขนาดใหญ่ตกลงในทะเล ซึ่งคลื่นสึนามิสามารถเข้าทำลายพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้

 

    สาเหตุการเกิดสึนามิ มาจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกใต้ทะเลอย่างฉับพลัน อาจจะเป็นการเกิดแผ่นดินถล่มยุบตัวลง หรือเปลือกโลกถูกดันขึ้นหรือยุบตัวลงหรือที่เข้าใจกันโดยง่ายว่าแผ่นดินไหวจนทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ตามมา ซึ่งถ้าแผ่นดินไหวอยู่ในระดับรุนแรงมาก อาจทำให้เกิด เมกะสึนามิ ที่มีความสูงร่วมร้อยเมตรได้เช่นกัน

 

 


วิธีเอาตัวรอดจากสึนามิ มีดังนี้

 

1.ศึกษาหาข้อมูล ทำความเข้าใจถึงอันตรายของคลื่นสึนามิไว้ล่วงหน้าซึ่งมีความสำคัญมากในกรณีที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น มีที่อยู่อาศัยใกล้หาดและมีความสูงของตัวอาคารต่ำกว่าระดับน้ำทะเล หรือเป็นพื้นที่บริเวณที่มีสัญญาณเตือนภัยสึนามิ

2.ใส่ใจต่อคำเตือนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมอพยพตามแผนของชุมชนที่เตรียมไว้

3.หลักการปฏิบัติเบื้องต้นหากพบว่าคลื่นสึนามิกำลังเคลื่อนที่เข้าหาชายฝั่ง คือ ต้องรีบออกห่างจากบริเวณชายฝั่งและหนีขึ้นที่สูงโดยเร็วที่สุด หากคิดว่าไม่สามารถหนีห่างจากชายฝั่งได้ทันให้พยายามมองหาที่สูงและต้องมีความแข็งแรงคงทนพร้อมปีนขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้

4.หากคลื่นเข้าถึงตัวและกำลังจะจม ให้พยายามตั้งสติเพื่อมองหาสิ่งที่สามารถลอยน้ำได้และเกาะไว้ให้แน่นที่สุด

5.เมื่อได้รับสัญญาณแจ้งเตือนภัยสึนามิ ให้รีบพาตัวเองพร้อมอุปกรณ์ยังชีพไปยังสถานที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด ไม่ต้องพะวงเรื่องทรัพย์สินของมีค่าเพราะชีวิตนั้นสำคัญที่สุด และอยู่ในที่ปลอดภัย
จนกว่าจะมีการแจ้งจากทางภาครัฐว่าเหตุการณ์กลับเข้าสู่สงบ

6.กรณีที่อยู่ในทะเล ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผู้เดินเรือจะไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดสึนามิ แต่ถ้ารับรู้ถึงสัญญาณเตือนภัย ห้ามเข้าชายฝั่งเพราะระดับน้ำจะเปลี่ยนแปลงอย่างมากที่ชายฝั่ง แต่ถ้าเรือกำลังจะออกจากท่าเรือให้ติดต่อกับท่าเรือเพื่อรับฟังคำแนะนำ ถ้ารับทราบคำเตือนและมีเวลาที่จะไปยังน้ำลึกก็อาจจะไปอย่างเป็นระเบียบ แต่สำหรับเรือเล็กอาจจะปลอดภัยกว่าถ้าอพยพออกจากเรือไปยังที่สูง

 

หากเรียนรู้และปฏิบัติตนตามหลักการเบื้องต้นอย่างถูกต้องย่อมลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายแก่ชีวิต จากสึนามิได้ไม่มากก็น้อย

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย