ข้อกล่าวหามีมูล! ให้ออกราชการ 3 ตร.ราษฎร์บูรณะ รีดเงินสาวโดนจับคดียาเสพติด

Publish 2018-09-26 08:30:07



สืบเนื่องจากกรณีที่ น.ส.สุนิสา (ขอสงวนนามสกุลจริง) อายุ 21 ปี เข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.วีรวุฒิ มโนรส รองผกก.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. เวลา 21.45 น. ที่ผ่านมา ภายหลังจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ จำนวน 3 นาย เป็นยศนายดาบ 2 นาย และจ่าสิบตำรวจ 1 นาย ร่วมกันบังคับขู่เข็ญผู้เสียหายและพวก ให้นำเงินสด 250,000 บาท มาแลกเปลี่ยนกับการไม่ให้ถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติด โดยเหตุเกิดที่ห้องพัก ชั้นที่ 3 อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง ภายในซอยพุทธบูชา 39 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 

 



เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายที่ถูกกล่าวถึง สังกัดสน.ราษฎร์บูรณะ ได้แก่ ด.ต.พันสรณ์ มากมี ผู้บังคับหมู่สืบสวน, ด.ต.อัครวิชญ์ ศรีสะอาด ผู้บังคับหมู่สืบสวน และ จ.ส.ต.ชัยวัฒน์ แสนโภคทรัพย์ ผู้บังคับหมู่สืบสวน ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้าย โดยภายหลังพนักงานสอบสวนพิจารณาพยานหลักฐานพบว่ามีมูลเข้าข่ายความผิดข้อหา 

 

 

 



"เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์หรือประโยชน์อันใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต"

 

โดยการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2542 ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ท. ภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันรับคำร้องทุกข์ตาม ม.30 แห่งพ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551 โดยขั้นตอนดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาแต่อย่างใด

 

 

 

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ได้เซ็นคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว หลังมีกรณีดังกล่าว มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เพื่อตรวจสอบตำรวจชั้นประทวนทั้ง 3 นายว่ามีความผิดหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า "เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามกระทำความผิดรีดไถโดยเด็ดขาด ถึงแม้ว่าต้องอดตายก็ยอม ผมสอนผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดว่าอย่าใช้อาชีพตำรวจหากินโดยทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ซึ่งกรณีดังกล่าวต้องดำเนินการตามกฎระเบียบโดยเร็ว หากมีการกระทำความผิดจริง ให้พิจารณาโทษตามกฎระเบียบ"

 

 

***ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจข้างต้นใช้ประกอบเนื้อหาข่าวเท่านั้น ไม่ใช่บุคคลที่ถูกอ้างถึง


HASTAG : ตร.  

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน