ครั้งแรกเมืองไทย! ปส.ส่งมอบกัญชา100กิโลให้อย.นำสกัดผลิตยา

Publish 2018-09-25 16:03:34


เป็นประเด็นที่หลายๆคนยังให้ความสนใจกันอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของ กัญชา ที่ความเข้าใจของหลายๆคนยังคิดว่า กัญชานั้นเป็นสารเสพติด แต่ทางด้านของนักวิชาการนั้นกลับมองว่า ไม่ใช่สารเสพติด เพียงแค่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์สมองของระบบประสาท ถ้าเกิดใช้ไปในปริมาณมากๆ โดยกัญชานั้นมีสรรพคุณทางยามากมาย แต่ต้องใช้เพียงในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น หากใช้ไปในปริมาณมากๆ จะส่งผลเสียให้กลับร่างกาย โดยยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดว่า จริงๆแล้วกัญชาจะสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้จริงหรือไม่ 

 

 

(กัญชาที่ส่งมอบ cr. twitter @pananatcp)

 

 


มอบส่งกัญชาให้อย.

ล่าสุดทางด้าน นายแพทย์ โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม ได้เป็นประธานรับมอบกัญชาของกลางจำนวน 100 กิโลกรัม จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (25 กันยายน 2561) ที่ส่งมอบให้กับองค์การอาหารและยา เพื่อส่งให้องค์การเภสัชกรรมนำไปศึกษาวิจัยทางการแพทย์

 

 

โดยการส่งมอบในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ บช.ปส.ได้ส่งมอบนอกรอบเวลาปกติ ก่อนกัญชาที่เป็นของกลางจะถูกนำไปเผาทำลายปีละครั้ง นายแพทย์โสภณ เปิดเผยว่า ของกลางที่ได้รับมอบในครั้งนี้ องค์การเภสัชกรรมได้ประสานขออนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยทีมวิจัยได้ไปเลือกคุณภาพของกลางที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นพันธุ์พื้นเมือง ที่ถูกยึดมาได้เมื่อไม่นาน จึงยังคงมีคุณภาพดีอยู่

 

 

มอบส่งกัญชาให้อย. (2)


โดยกัญชาทั้งหมดจะมีการตรวจพิสูจน์สิ่งปนเปื้อนก่อนนำไปศึกษาวิจัย ด้วยมาตรฐานทางเทคโนโลยีสารสกัดและพัฒนาสูตรตำรับ  เพื่อให้ได้สารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ (Medical Cannabis Extraction Prototype) ในรูปแบบน้ำมันกัญชาชนิดหยดใต้ลิ้น (Sublingual drop) ที่พร้อมจะนำไปศึกษาในผู้ป่วยเมื่อ พรบ.ยาเสพติดได้แก้ไขให้สามารถใช้รักษาผู้ป่วยได้ ซึ่งการที่องค์การเภสัชกรรมได้รับกัญชาที่มีคุณภาพและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน จะทำให้สามารถทราบถึงความแตกต่างของคุณสมบัติกัญชาแต่ละชนิดว่า ชนิดใดจะมีคุณภาพและลักษณะคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำมาวิจัยเพื่อใช้ทางการแพทย์ หรือต้องมีการพัฒนากระบวนการสกัดกัญชาแต่ละชนิดอย่างไร

 

 

คาดว่าประมาณเดือนธันวาคม 2561 จะทราบผลขั้นต้นว่าจะมีแนวทางอย่างไร ในการวิจัยและพัฒนารวมถึงวางระบบบริหารจัดการในการนำกัญชาของกลางมาสกัด เพื่อนำมาใช้ผลิตยาในปริมาณมากขึ้น เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่อยู่ภายใต้โครงการศึกษาวิจัยด้านคลินิค หรือการทดสอบในคนต่อไปได้หรือไม่ และคาดว่าภายในเดือนพฤษภาคม 2562 จะสามารถสกัดสารจากกัญชาสำหรับพร้อมใช้ทางการแพทย์ ซึ่งจะสอดคล้องกับระยะเวลาของกฎหมายที่จะบังคับใช้

 

 

 

อย่างไรก็ตามกัญชาของกลาง 100 กิโลกรัมนี้คาดว่าจะสามารถสกัดกัญชาเข้มข้นได้ประมาณ 10 ถึง 15 ลิตร หรือจะสกัดออกมาเป็นน้ำมันกัญชาได้ประมาณ 18,000 ขวด องค์การเภสัชกรรมมีความตั้งใจที่จะนำกัญชาซึ่งเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย นำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับวิจัย พัฒนาเป็นสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยาในรูปแบบต่างๆ ที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อลดการนำเข้าโดยทดแทนยาแผนปัจจุบันบางชนิดที่มีราคาแพง ส่งผลให้ประชาชนได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาจากสารสกัดกัญชาได้อย่างกว้างขวาง

 

 

 

(กัญชาที่เป็นของกลาง)

 

 

 

(กัญชาที่เป็นของกลาง)

 

 

 

(นำกัญชาที่เป็นของกลางมาส่งมอบให้กับทาง อย.)

 

 

ก่อนหน้านั้น ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแจ้งข่าวจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เรื่องที่สามารถผลิตยาสเปรย์ Cannabis กัญชา บรรเทาอาการเจ็บปวดและอาเจียนจากการรักษาทางเคมีบำบัดของผู้ป่วยโรคมะเร็งได้สำเร็จ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขอจดทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้ใช้สำหรับผู้ป่วยได้

 

 

 

(ภาพ : Arthit Ourairat)

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน