ในมุมของแพทย์ ปรากฎการณ์ชวนขนหัวลุก "เด็กน้อย" เดินคุยกับน้องไม่เห็นตัวตน เกิดจากอะไรกันแน่

Publish 2018-09-20 09:33:38


เป็นเรื่องราวที่สร้างความขนลุกให้กับผู้อยู่ในเหตุการณ์รวมไปถึงผู้ที่ได้รับชมคลิปวิดีโอนี้อย่างมากมาย จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอเด็กหญิงคนหนึ่ง ทราบชื่อน้องอิ่มเอม เด็กน้อยวัยอนุบาล โดยในคลิปผู้เป็นแม่ถามลูกสาวว่าคุยกับใคร เด็กบอกคุยกับน้อง น้องตัวเล็กยืนอยู่ชั้นบนที่บันไดของอาคารเรียน ใส่รองเท้าสีชมพู แต่เมื่อมองไปรอบๆ กลับไม่เห็นเด็กแม้แต่คนเดียว (ชมคลิปวิดีโอด้านล่าง)

 

 



 

 

เนื่องจากเป็นช่วงใกล้มืดที่เด็กในโรงเรียนกลับบ้านหมดแล้ว จากนั้นจึงทำให้บรรยากาศเริ่มน่ากลัว แม่จึงบอกเด็กว่า ให้บอกน้องไป ไม่เล่นแล้วและไม่ต้องมายุ่ง กลับบ้านก่อนไม่ต้องตามมา ก่อนจะได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า "ครับ" ทำเอาผู้ที่ได้ชมคลิปต่างขนลุกซู่ไปตามๆ กัน

 


ทั้งนี้ สมาชิกเฟซบุ๊ก Kru Ju Taksapron Yodthong ได้โพสต์ข้อความระบุว่า... "เมื่อติดฝนกลับบ้าน...มืดค่ำ..อิ่มเอมคุยกับใคร../เด็กที่ไหนใส่รองเท้าสีชมพู ไม่มีสักคน...หลอนนนน##ชั้น๒หน้าห้องคอมฯ" ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย ว่าเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมาหรือเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ ขณะที่มีผู้สังเกตเห็นเท้าปริศนาคู่หนึ่งปรากฎในคลิปดังกล่าวด้วย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขนลุก เด็กเดินคุยคนเดียวในโรงเรียน แม่ถามคุยกับใคร เด็กตอบ "คุยกับน้อง")

 



 

แฟ้มภาพ -  รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี

 

ล่าสุด เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หรือ หมอเดว กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ได้เปิดเผยถึงกรณีคลิปวิดีโอเด็กน้อยบอกคุยกับน้อง แต่จริงๆ แล้วคุยคนเดียว ว่า ธรรมชาติของเด็กเล็กหรือเด็กในวัยอนุบาล เขาจะมีจินตนาการเล่นบทบาทสมมติ เช่น สมมติว่าตัวเองเป็นหมอหรืออะไรต่าง ๆ เพราะหากผู้ปกครองเข้าใจจิตวิทยาพัฒนาการก็จะไม่ได้กดดันเด็ก และต้องให้ความใส่ใจเรื่องนี้

 

 

เนื่องจากเด็กหลายคนบางครั้งมีความตึงเครียด จึงอยากได้รับความรักและความใส่ใจ การมอบความรักและความใส่ใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าการดุ การใช้เสียงดัง หรือใช้วิธีลงโทษ ผู้ใหญ่บางคนอาจมโนไปด้วยว่าเป็นเรื่องของผี ทั้งที่ความจริงนั้นไม่ใช่


ปฏิกิริยาโต้ตอบของเด็กเอง ต้องการที่จะปัดให้ตัวเองปลอดภัย แล้วก็จำเป็นที่จะต้องทำไปตามที่แม่บอก เพราะถ้าไม่ทำตามก็อาจจะโดนลงโทษได้ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยปกป้องตนเองด้วยการที่แม่บอกมาอย่างไรก็ทำอย่างนั้น แต่การพูดคุยในโลกแห่งจินตนาการแบบนี้เกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน

 

 

สิ่งที่ผู้ใหญ่จะต้องให้ความใส่ใจเพิ่มขึ้นมาคือ เด็กมีความเครียดอะไรด้วยหรือไม่ โดยหากมีความเครียดอยู่หรืออยากได้รับความสนใจ แล้วใช้วิธีการนี้ ก็จะทำให้ผู้ใหญ่กลับมาสนใจมากขึ้น ต่อไปเด็กก็อาจจะใช้วิธีการเดิมให้ผู้ใหญ่มาสนใจได้


รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หากเกิดเรื่องดังกล่าวอีก วิธีการที่ดีที่สุดคือการกอดให้ความรัก ความอบอุ่น และรับฟังว่ามีอะไรบ้างที่เขาไม่สบายใจ เด็กในวัยนี้ไม่ใช่เป็นเด็กที่จะมีสัมผัสที่หก ในขณะเดียวกันต้องมองกลับไปว่า ผู้ปกครองเล่านิทาน ให้เด็กดูหนังผี หรืออะไรที่น่ากลัวหรือไม่ทำให้เด็กนำสิ่งนั้นไปอยู่ในโลกเสมือน ไม่ใช่เรื่องจริง.

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : รายการทุบโต๊ะข่าว AMARIN TVHD24


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ