เศร้าสุดขั้วหัวใจ เปิดใจลูกชายเหยื่อปาดคอโหด ต้องโกหกหลาน9ขวบที่รอด ว่ายายกับพี่สาวยังไม่ตาย เตรียมย้ายบ้านเพราะทำใจไม่ได้ (คลิป)

Publish 2018-09-20 02:33:05



จากกรณีในเฟซบุ๊ก Ake Srisuwan โพสต์ข้อความระบุว่า ด่วน...!!!ช่วยติดตามคนร้ายก่อเหตุฆ่าปาดคอยายหลานแถวพระประแดง ขณะนี้คนร้ายอยู่ระหว่างหลบหนี ล่าสุด นั่งมอเตอร์ไซค์วินไปลงที่หน้าห้างบิ๊กซีสุขสวัสดิ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างพื้นที่ค้นหาตัวคนร้าย หากผู้ใดพบเห็นโทร 02 4625010 สภพระประแดง

 

 

 

 

เวลา 07.00 น.วันที่ 16 ก.ย.61 กู้ชีพ ปราการ ได้รับแจ้งจากสายด่วน 1669 ภายในซอยเพชรหึง 23 สุดซอยต้นโพธิ์ มีคนร้ายใช้อาวุธมีดปาดคอเด็ก 2 ราย และผู้ใหญ่ อีก 1 ราย รวมทั้งหมด 3 ราย หน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง กู้ชีพ อบต.บางยอ และ กู้ชีพ บางประกอก 3 ให้การช่วยเหลือเด็กหญิง 1 ราย นำตัวส่งโรงพยาบาลบางประกอก 3 ที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กหญิง และผู้ใหญ่ เขตท้องที่ของ สภ.พระประแดง
ที่เกิดเหตุ
บ้านเลขที่21 ม.6 ต.บางยอ
ผู้เสียชีวิต
นางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ อายุ67 กว่า
ด.ญ. อิสญา เพิกเฉย อายุ 12 ปี ป.6
ผู้บาดเจ็บ
ด.ญ.อาภารัตน์ ส่ำรวย อายุ 9 ขวบ ป.1

ภาพ ฉก. 44
ฅน ข่าวเมืองปากน้ำ
ประพันธ์ แสงมาน
 



 

 

 

 

 

จนเจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ได้พบชายกำลังนั่งดื่มเบียร์ที่ร้านขายของชำบริเวณบ้านนาโปน้อย ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ ทราบชื่อ ท้าว พูล้า อายุ 22 ปี สัญชาติ ลาว อยู่บ้านโพนสิม  เมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะ เจ้าหน้าที่ได้เอารูปให้ดูและได้สอบถาม นายพูล้า รับสารภาพว่าเป็นตนเองจริง   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สอบถาม นาย พูล้า ให้การว่า ประมาณตี 3 เกือบตี 4 ตนเองได้ปีนเข้าบ้านนางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ ได้เข้ามาในบ้านบริเวณครัว เห็นแมวตนเองจึงได้หยิบมีดทำครัวมาปาดคอแมว เพื่อทดลองคมมีดก่อน เนื่องจากแมวร้องเสียงดัง แล้วได้รื้อค้นทรัพย์สิน ต่อมายายมะลิออกมาเจอ ตนเองใช้มีดซอยคอยาย 3 ครั้ง จนยายล้มลง ต่อมามีเด็กน้อยมาเห็นตนเองได้เอามีดทำครัวปาดคอเด็กอีก จากนั้นได้เข้าไปรื้อทรัพย์สินในห้องนอนและได้ใช้มืดปาดคอเด็กจนเสียชีวิต สารภาพว่าก่อนเข้าบ้านยายได้เสพยาบ้ามา 1 เม็ด ตนเองเป็นคนลงมือฆ่าปาดคอยาย และหลานจริง สาเหตุเกิดจากเมายาบ้าและอยากได้เงินเพื่อไปซื้อยามาเสพ เนื่องจากบ้านของยายเป็นร้านขายของ คิดว่ายายจะมีเงินเยอะ และยายได้ใส่สร้อยคอทองคำ ตนเองได้มาซื้อของบ้านยายเป็นประจำ เลยคิดจะมาขโมยเงินยายไปซื้อยาบ้ามาเสพ

 

 



 

 

 

นาย พูล้า กล่าวอีกว่า หลังจากก่อเหตุได้นั่งวินมอเตอร์ไซค์จากหน้าปากซอย มาลงที่หน้าบิ้กซีพระประแดง และนั่งแท็กซี่มาที่หมอชิตแล้วลงมาซื้อกางเกง เสื้อ และรองเท้า เพื่อเปลี่ยน โดยชุดที่ใส่ก่อเหตุตนเองได้ทิ้งในห้องน้ำที่หมอชิต จากนั้นได้บอกคนขับรถทัวร์ว่า ไม่มีบัตรและจะกลับลาว คนขับบอกค่ารถ 1,000 บาท โดยนั่งเบาะข้างคนขับออกจากกรุงเทพประมาณ 8-9 โมงเช้า ถึงยโสธรบ่าย 2-3 โมง หลังจากลงจากรถทัวร์ ได้ให้คนในรถทัวร์พาไปขายทองได้เงินมา 7,500 บาท จ่ายให้คนรถทัวร์ 300 บาท ค่ารถมอเตอร์ไซค์ 100 บาท 

 

 

จากนั้น คนรถทัวร์ได้พามาซื้อตั๋วเพื่อเดินทางต่อมาที่จังหวัดมุกดาหาร มาลงที่ บขส.มุกดาหาร ประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง แล้วมาหาสามล้อ บอกสามล้อว่าไม่มีบัตรอยากจะข้ามไปฝั่งลาว คนขับสามล้อคิดราคา 1,200 บาท ที่แรกเรียก 1,500 บาท และได้มาส่งที่ร้านขายของชำ ขายกับข้าว และได้นั่งดื่มเบียร์หมดไป 6 ขวด เพื่อนั่งรอเรือข้ามไปฝั่งแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว และมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อนจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัว นายพูล้า และนำตัวส่ง สภ.พระประแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

 

 

 

ในรายการ ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 นายชัยธัช สนิทวงศ์ ณ อยุธยา หรือยอด ลูกชายคนโตของยายมะลิ ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจและจุกอยู่ด้านใน เพราะตนไม่เหลืออะไรอีกแล้ว แม่ที่เคยบ่น คนที่เคยเป็นที่พึ่งจากไปแล้ว ส่วนตัวไม่คิดว่าแม่จะต้องมาจบชีวิตด้วยเหตุการณ์เช่นนี้ แม่เคยช่วยเหลือคนที่ลำบากและแม่เป็นที่พึ่งของคนในชุมชน ซึ่งหลังจากตำรวจจับตัวคนร้ายได้แล้ว ก็อยากให้รับโทษสูงสุดคือ โทษประหารชีวิต เพราะ “ถ้าประหารได้ ก็ให้ประหารไป” ตนยอมรับว่าตอนนี้ยังแค้นมาก และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวมาขอขมาศพ จะได้ไม่เป็นเวรเป็นกรรมต่อกันไปอีก

 

 

 

นายยอด ยังกล่าวถึง อาการของหลานสาวว่า ตอนนี้อาการของน้องเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังพูดและสื่อสารด้วยเสียงไม่ได้ เพราะหลอดลมขาดกระทบไปถึงกล่องเสียง และอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ที่โรงพยาบาล แต่ถึงแม้น้องจะสื่อสารด้วยการพูดคุยไม่ได้ แต่น้องได้ใช้กระดาษในการสื่อสารและพูดคุยแทน ระบุว่า “คิดถึงยาย พี่จิว” และ “หนูเกลียดพี่เขา ติดคุกกี่ปี”

 

 

ด้านนายชัยทัช สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ลูกชายของนางมะลิ กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องการจัดพิธีเผาศพแล้ว ตนจะให้น้องสาวและหลาน คือน้องข้าวหอม ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่บ้านของตนย่านบางใหญ่ เนื่องจากทุกคนทําใจไม่ได้ ที่จะอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุ ทั้งที่บ้านหลังนี้ แม่รักมาก

 

ส่วนอาการของน้องข้าวหอมนั้น ขณะนี้ยังคงรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากยังคงต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ไม่อยากให้กระทบกระเทือน โดยเฉพาะบาดแผลที่ลําคอ รวมถึงสภาพจิตใจ น้องยังมีอาการหวาดกลัว ด้วยมีการเขียนถามถึงคนร้ายที่ถูกจับได้แล้วว่า “จะออกมาอีกไหม” และยังถามถึงยายและน้องจิวอยู่ตลอด ตอนนี้น้องข้าวหอมยังไม่ทราบว่า ยายและน้องจิวเสียชีวิตแล้ว เพราะครอบครัวยังไม่ได้บอก เนื่องจากเกรงว่าจะยิ่งกระทบต่อจิตใจ โดยทุกครั้งที่ถามถึง ครอบครัวก็จะบอกเพียงว่ายายกับน้องจิว พักรักษาตัวอยู่ห้องข้าง ๆ เนื่องจากต้องการรอให้อาการและสภาพจิตใจของน้องข้าวหอมดีขึ้นกว่านี้ก่อน จึงจะบอกให้ทราบภายหลัง

 

Cr.ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34



เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์