ฟังคำหมอยิ่งต้องคารวะหัวใจ เสธ.วีร์ ผู้ชายสู้ชีวิตป่วยโรค SCA3 โอกาสเป็น 1 ในล้านรักษาไม่หาย

ฟังคำหมอยิ่งต้องคารวะหัวใจ "เสธ.วีร์" ผู้ชายสู้ชีวิตป่วยโรค SCA3 โอกาสเป็น 1 ในล้านรักษาไม่หาย

Publish 2018-09-19 18:08:05


เป็นเรื่องราวที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก ภายหลังจาก เพจเฟซบุ๊ก เสธ. วีร์ ชีวิตที่ไม่ยอมแพ้ โดย พันเอกวีร์ โรจนวงศ์ หรือ เสธ.วีร์ ทหารประจำกรมทหารสื่อสาร ช่วยราชการกองส่งกำลังบำรุง กรมการทหารสื่อสาร กองทัพบก ได้แชร์เรื่องของตนเองที่ป่วยด้วยโรคสูญเสียการทรงตัว Spino Cerebellar Ataxia 3 หรือ SCA3

 

 



โดยโรคดังกล่าวนั้นเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ โอกาสที่จะเกิดโรคนี้จะคิดเป็น 50% ทุกการเกิดจะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เสธ.วีร์ สร้างเพจดังกล่าวขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูล แนวทางการรักษา การดูแลตัวเอง และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่เจ็บป่วยไม่ว่าด้วยโรคอะไรก็ตาม (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชื่นชมหัวใจ "เสธ.วีร์" ชะตาพลิกผันป่วยโรค SCA3 สูญเสียการทรงตัว แต่ไม่ท้อแท้ ทำทุกอย่างพิสูจน์..ชีวิต(เรา)ลิขิตเองได้)

 

 

ล่าสุด เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว พญ.ทัศนีย์ ตันติฤทธิศักดิ์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กล่าวว่า อาการทรงตัวผิดปกติ มีสาเหตุมาจาก 2 อวัยวะที่ทำงานผิดปกติ คือ หู และสมองที่ควบคุมการทรงตัว ทำให้เกิดการทรงตัวไม่ดี จนเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ลำบาก และเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุหกล้มจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

เสธ.วีร์ ดีดเปียโน


 

แฟ้มภาพ - พญ.ทัศนีย์ ตันติฤทธิศักดิ์ รองผอ.ด้านการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา

 

สำหรับความผิดปกติจากหูนั้น เนื่องจากหูทั้ง 2 ข้างเปรียบเสมือนตาชั่ง เป็นอวัยวะในการช่วยการทรงตัว หากมีความไม่สมดุลจะทำให้เกิดการเวียนศีรษะ ทรงตัวไม่ได้ โดยปัญหาการทรงตัวที่เกี่ยวกับหู เช่น โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน การอักเสบในหูชั้นใน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากปรับสมดุลในหูได้อาการก็จะดีขึ้น หรือหากรักษาก็จะกลับมาหายเป็นปกติได้

ส่วนความผิดปกติจากสมองและระบบประสาทนั้น ส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวคือ สมองน้อยหรือซีรีบัม ซึ่งจะรับสัญญาณมาจากหูเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว และมีส่วนเชื่อมโยงสมองน้อยไปยังสมองใหญ่ หากมีปัญหาที่สองส่วนนี้ก็จะทำให้เกิดการทรงตัวที่ไม่ดีได้ โดยปัญหาการเคลื่อนไหวและทรงตัวจากสมอง เช่น โรคพาร์กินสัน หลอดเลือดสมองตีบตรงสมองน้อย การอักเสบของส่วนเชื่อมโยงสมองน้อยและสมองใหญ่ เป็นต้น

 

 

ทั้งนี้ เสธ.วีร์ หรือ พันเอกวีร์ โรจนวงศ์ ได้โพสต์ข้อความเล่าทั้งหมดดังนี้... "ผม พันเอก วีร์ โรจนวงศ์ เกิด 29 มีนาคม 2514 ชื่อเล่น กี้ เป็นคน กรุงเทพ เมื่อตอนเด็กๆ ชีวิตผมก็มีความสุข มีครอบครัวที่อบอุ่น เรียนจบจาก โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ม.6 รุ่นที่ 13 ปี 2531 และเป็นประธานนักเรียน เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 29 และนักเรียนนายร้อย จ.ป.ร.รุ่นที่ 40 สำเร็จการศึกษาได้ยศ ร้อยตรีเลือกรับราชการ ปี 2536 ในเหล่าทหารสื่อสาร การศึกษานอกกองทัพ ปริญญามหาบัณทิต สารสนเทศ คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
 

 

การเดินทางไปต่างประเทศ เรียนหลักสูตรชั้นนายพัน สหรัฐอเมริกา (Officer Advance Course) Fort Gordon Atlanta Georgia USA 2538-2539 ระยะเวลา8 เดือน นายทหารรักษาสันติภาพ สหประชาชาติ ประเทศ ติมอร์ ตะวันออก UNMO 2547-2548 ระยะเวลา 6 เดือน เป็นล่ามอังกฤษ-ไทย ชุดซ่อมอาวุธที่เมืองชือเจียจวง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน 3 เดือน 2548-2549 แล้วกลับมาทำงานในเรื่องการส่งกำลังบำรุงสายสื่อสารเกือบสิบปี 2548-2558

ปัจจุบันรับราชการทหาร อยู่ในตำแหน่ง ประจำกรมการทหารสื่อสาร ช่วยราชการกองส่งกำลังบำรุง กรมการทหารสื่อสาร อัตรา พันเอก กองทัพบก ปัจจุบันผมอายุ 47 ปี ผมมีพี่ชาย1 คน รับราชการทหารเหมือนกันอยู่ที่กองทัพไทย ผมรับราชการในเหล่าทหารสื่อสาร และเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ

 


จนกระทั่งมีผู้คนทักว่าเดินเซๆ เป็นเพราะว่าประสบอุบัติเหตุหรือเปล่า? ผมก็ไปตรวจกับ นพ.รุ่งโรจน์ ทิพยศิริ ผลการวินิจฉัยเบื้องต้นคาดว่าผมเป็นโรค SCA3 และได้รับคำแนะนำให้เป็นคนไข้ของ พันโท แพทย์หญิง พาสิริ สิทธินามสุวรรณ แล้วทำการเจาะเลือดส่งตรวจที่แลป ศิริราช ผลออกมาว่าผมเป็น โรคSCA3 (Spino Cellibera Ataxia Type 3) เมื่อทราบว่าเป็นอะไรผมก็ได้กลับไปพบ นพ.รุ่งโรจน์ อีกครั้งพร้อมผลแลป หมอบอกว่าโรคคุณนี่เป็นแล้วจะไม่หายนะ มีแต่ทรงกับทรุด หากดูแลตัวเองดีก็จะทรงๆ แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเองเลยก็จะทรุด

 


ผมเป็นโรคสูญเสียการทรงตัว อาการของโรคคือการเดินไม่ดี การเคลื่อนไหวลำบาก การยืนก็ต้องมีการจับ การกลืนจะยากเพราะว่าจะสำลักอยู่บ่อยๆ รวมถึงการพูดด้วย แต่เมื่อนั่งแล้วก็จะไม่มีปัญหาอะไร โรคนี้เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ โอกาสที่จะเกิดโรคนี้จะคิดเป็น 50% ทุกการเกิดจะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากรุ่นปู่มีพี่น้อง 6 คน เป็นโรค 3 คน สู่รุ่นพ่อมี 4 คน พี่น้องเป็นโรคนี้ 2 คน และสู่รุ่นผมมี 2 คน ผมเป็นโรคนี้แต่พี่ชายของผมไม่เป็น คุณปู่เป็น โรคนี้ตอนอายุ 65 ปี คุณพ่อเป็นโรคนี้ อายุ 60 ปี ส่วนผมมีอาการตอนอายุ 42 ปี 

 
ตอนนี้ผมก็มีความยากลำบากในการเคลื่อนที่ โดยคิดเสมอว่าผมเลือกที่จะอยู่อย่างมีความสุขแม้ว่ามันจะไม่สบาย การเลือกทำให้ผมเลือกที่จะเป็นโรคที่ไม่สะดวกสบาย ได้อย่างมีความสุขได้ครับ เพจนี้สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูล แนวทางการรักษา การดูแลตัวเอง และเป็นกำลังใจให้กับผมและเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่เจ็บป่วยไม่ว่าด้วยโรคอะไรก็ตาม เพราะผมเชื่อในการใช้ชีวิตที่มีชีวิตชีวา และสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตเป็นเพียงเงื่อนไขไม่ใช่ข้อจำกัดครับ


#ชีวิตที่ไม่ยอมแพ้ #เสธวีร์
วีร์ โรจนวงศ์
๕ กันยายน ๒๕๖๑"

 

 

 

 

 

 

 

cr. FB เสธ. วีร์ ชีวิตที่ไม่ยอมแพ้


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ