"ผู้ว่าฯอัศวิน" ชี้สาเหตุน้ำอุโมงค์ท่วมรถนักธุรกิจสาว เครื่องสูบเอกชนไม่ทำงาน เปิดผลชันสูตรเสียชีวิตทรมาน

Publish 2018-09-06 17:31:31

ถือเป็นเหตุการณ์สลดและสะเทือนใจอย่างมาก จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประเวศ ได้รับแจ้งมีรถกระบะจมน้ำ และมีผู้ติดค้างภายในรถ ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ภานุมาศ แซ่แต้ อายุ 41 ปี โดยเหตุเกิดบริเวณถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ เลยสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์บ้านทับช้าง เลี้ยวเข้าถนนทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณดังกล่าวต้องลงอุโมงค์ลอดทางรถไฟเพื่อเข้าออกหมู่บ้าน 

 


"ผู้ว่าฯอัศวิน" ชี้สาเหตุน้ำอุโมงค์ท่วมรถนักธุรกิจสาว เครื่องสูบเอกชนไม่ทำงาน เปิดผลชันสูตรเสียชีวิตทรมาน

และจากการตรวจสอบพบว่า ถนนทางเข้าหมู่บ้านแห่งนี้ถ้าจะเลี่ยงเส้นที่จะออกฝั่งถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง สามารถขับออกมาทางถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ หรือเส้นทางหลวง 7 แต่ต้องลงอุโมงค์ลอดทางรถไฟเสียก่อนนั้น เบื้องต้นทราบว่าอุโมงค์ดังกล่าวเป็นของเอกชน ซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดสรร โดยลักษณะเป็นอุโมงค์ทางลอดรถไฟที่หมู่บ้านขออนุญาตการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)   จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเข้า-ออกหมู่บ้าน อุโมงค์มีความยาวประมาณ 200 เมตร  ลึก 3 เมตร

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ช็อกสุดหวีด สาวใหญ่ขับรถลุยน้ำท่วมอุโมงค์หมู่บ้านทำรอดทางรถไฟ เครื่องดับจมน้ำดับสลด
 

"ผู้ว่าฯอัศวิน" ชี้สาเหตุน้ำอุโมงค์ท่วมรถนักธุรกิจสาว เครื่องสูบเอกชนไม่ทำงาน เปิดผลชันสูตรเสียชีวิตทรมาน

ล่าสุดพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิดเผยถึงกรณี หลังทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า "เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 5 ก.ย. คือ ฝนตกในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้น้ำบนพื้นดินไหลมารวมกันภายในอุโมงค์ทางลอด  โดยปกติอุโมงค์จะต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งสูบน้ำออกขณะฝนตก

 

แต่ระหว่างที่ผู้เสียชีวิตขับรถยนต์ออกจากบ้านพักเพื่อลอดอุโมงค์นั้น เครื่องสูบน้ำไม่เปิดทำงาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ก็ไม่ได้แจ้งต่อผู้ขับรถคันดังกล่าว เมื่อขับรถเข้าไปยังทางลอดเครื่องยนต์เกิดดับกระทันหัน ขณะที่ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนเต็มอุโมงค์ ทำให้หญิงผู้ขับรถเสียชีวิตในเวลาต่อมา"

 


เครื่องสูบน้ำภายในอุโมงค์นั้นเป็นของเอกชน เมื่อเกิดเหตุดังกล่าว สำนักงานเขตประเวศ กทม.ได้นำเครื่องสูบน้ำของ กทม.ไปช่วยสูบน้ำออกจากอุโมงค์  

 

 

 

ทั้งนี้กทม.ไม่นิ่งนอนใจได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ร่วมสืบหาสาเหตุต่อไป และสำหรับสาเหตุการเสียชีวิตของน.ส.ภานุมาศ แซ่แต้ เบื้องต้นมีรายงานข่าวจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ว่าผลการชันสูตรศพมาจากการที่น.ส.ภานุมาศ ขาดอากาศหายใจ อันเป็นผลของการสำลักน้ำและของเหลว จนเสียชีวิตในที่สุด 

 

 

ขณะที่ทางด้านพ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ พร้อมด้วยนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผอ.เขตประเวศ ได้สั่งให้สูบน้ำเพื่อดึงรถกระบะขึ้นมา

 

 

 

โดยนายธนะสิทธิ์ กล่าวว่า ที่เกิดเหตุเป็นอุโมงค์ลอดทางรถไฟของหมู่บ้านหรูทำสัญญาเช่าขออนุญาตการรถไฟสร้างขึ้น โดยมีการติดตั้งระบบสูบน้ำตามมาตรฐาน เพราะหน้าฝนจะมีน้ำท่วมขังในอุโมงค์บ่อยครั้ง ช่วงเวลาเกิดเหตุมีปริมาณน้ำฝนเพียง 16.4 มม./ชม. แต่ทำไมถึงมีปริมาณน้ำไหลลงอุโมงค์เยอะขนาดนี้ ทั้งนี้ได้รับรายงานว่าเมื่อคืนท่อส่งน้ำของเครื่องสูบน้ำแตก หมู่บ้านจึงปิดเครื่องสูบน้ำ และเป็นจังหวะที่ผู้ตายขับรถออกจากหมู่บ้านลุยน้ำในอุโมงค์

 


โดยในหมู่บ้านนี้นั้น สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง คือทางซอยอ่อนนุช 65 และทางถนนเลียบมอเตย์เวย์ (วงแหวนกาญจนาฯ) โดยมีตัวหมู่บ้านอยู่ตรงกลาง เเต่การเข้าออกทางถนนเลียบวงแหวน ต้องลอดอุโมงค์นี้

 

น.ส.ภานุมาศ แซ่แต้  (ผู้เสียชีวิต)

 

 

ทั้งนี้พยานในเหตุการณ์บอกว่า ผู้เสียชีวิตคงเห็นน้ำขังแล้ว แต่เข้าใจว่าตนเองน่าจะสามารถขับรถลุยน้ำผ่านไปได้ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะขับรถกระบะที่ค่อนข้างสูง และคิดว่าต้องพ้นระดับน้ำ เเต่เมื่อลงไปกลางอุโมงค์เเล้วรถเกิดดับกะทันหัน น้ำไหลทะลักเข้าอุโมงค์อย่างต่อเนื่อง ผู้เสียชีวิตจึงโทรกลับไปที่บ้านเรียกคนมาช่วย เเต่ระดับน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจนทำให้ท่วมมิดทั้งคัน และผู้เสียชีวิตว่ายน้ำไม่เป็นด้วยจึงจมน้ำสิ้นใจ อยู่ภายในรถคันดังกล่าว

 

(พยานที่เห็นเหตุการณ์)

 

 

 

 

 

 


นอกจากนี้ทางด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้โพสต์ความรู้ข้อกฎหมายผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ทนายคู่ใจ”ระบุว่า "กรณีที่หญิงสาวขับรถลงอุโมงค์น้ำท่วมดับ ก่อนอื่นก็ต้องดูว่าเป็นเหตุสุดวิสัย หรือเป็นความประมาทของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแล"

 

 

 

แต่ถ้าถามทนาย มองว่ากรณีนี้ผู้ตายสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ที่ว่า “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ , กู้ชีพกู้ใจ กู้ภัยตัวกลม พุฒิกรนันท์ วงษ์สุมาล



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล