ครั้งแรกเป็นบุญตา หนุ่มโชคดีได้เข้าชมภายในประตูชุมพล สถานที่เก็บรูป-มีดดาบย่าโมน้อยคนจะได้เห็น

ครั้งแรกเป็นบุญตา หนุ่มโชคดีได้เข้าชมภายในประตูชุมพล สถานที่เก็บรูป-มีดดาบ"ย่าโม"น้อยคนจะได้เห็น

Publish 2018-08-28 17:02:15


ถือเป็นเรื่องราวที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลด้วยเช่นกัน เมื่อหนุ่มคนหนึ่ง เจ้าของเฟซบุ๊ก ผู้ชาย ที่แสนดี ได้เล่าเรื่องราวหลังเดินทางไปกราบสักการะย่าโม หรือท้าวสุรนารี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครราชสีมา แล้วบังเอิญได้ตามเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งขึ้นไปดูสถานที่เก็บมีดและดาบของย่าโม น้อยคนที่จะมีบุญได้เห็น 

 

 



โดยเขาเล่าเรื่องราวว่า "#มีเรื่องประตูชุมพลลานอย่าโมเป็นเรื่องที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นและครั้งหนึ่งในชีวิตของผมจริงๆ 2-3วันก่อนประมาณสี่ทุ่ม ผมมากราบย่าโมและฝนตก ผมเห็นน้ำขังผมเลยเอาไม่ถูพื้นมาถูพื้นลานย่าโม ก็มีพี่คนหนึ่งเดินมาทักได้คุยกัน ซึ่งผมไม่รู้จักมาก่อนครับ พอถูพื้นเสร็จผมก็มานั่งสักพักมองประตูชุมพล ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของโคราช แกก็เอ่ยขึ้นมาว่า เป็นพนักงานเทศบาลคอยดูบริเวณนี้ กุญแจข้างบนมี 3 ดอก คนที่ดูแลสถานที่ตรงนี้ถือไว้อยู่กับแกดอกหนึ่ง แกบอกกับผมว่าข้างบนเป็นที่เก็บรูปและมีดดาบของย่าโม น้อยคนจะได้ขึ้นไป 


ส่วนใหญ่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เวลามีงานเขาขึ้นไป #เป็นบุญของผมแท้ๆ ที่แกบอกว่าพี่พาขึ้นไปดูไหม ผมตื่นเต้นดีใจสุดๆ ด้วยความสงสัยว่าข้างบนมีอะไรเป็นยังไง พอขึ้นไปขนลุกทั้งตัวแบบบอกไม่ถูกครับ ใจสั่น (ผมไม่ได้กลัวความสูงนะ) รู้สึกได้อะไรหลายๆ อย่างเลยนำคลิปวีดีโอมาฝากว่าข้างบนเป็นยังไงครับ #แชร์บอกต่อได้นะครับ นี้คือคลิปตอนก่อนขึ้นข้างบนประตูชุมพล"
 

 

 

 



ซึ่งบรรยากาศในคลิป หนุ่มคนนี้ได้เดินตามเจ้าหน้าที่ขึ้นไป และเห็นเป็นภาพที่เก็บดาบของย่าโม รวมไปถึงเครื่องไหว้ต่างๆ มีชุดไทยสวยงามอยู่หลายชุดด้วยกัน เชื่อว่าเป็นอีกมุมที่คนไทยหลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ชาวโซเชียลที่เข้ามารับชมคลิปดังกล่าว ถึงกับกล่าวคำว่า สาธุ ถือว่าเป็นบุญตาที่ได้เห็น แม้จะไม่ได้เห็นกับตัวเองก็ตาม แต่ก็มีบางคนตั้งคำถามว่า เอามาโพสต์แบบนี้ เจ้าหน้าที่คนที่พาขึ้นไป จะเดือดร้อนหรือไม่ 

 

 

 

 

 

 


สำหรับประวัติความเป็นมาของท้าวสุรนารี หรือ คุณหญิงโม นั้น (ต้นฉบับว่า ท่านผู้หญิงโม้) นิยมเรียกว่า ย่าโม (พ.ศ. 2314 — พ.ศ. 2395) เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวีรสตรีมีส่วนกอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพเจ้าอนุวงศ์ พระมหากษัตริย์เวียงจันทน์ เมื่อปี พ.ศ. 2369 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังคุณหญิงโมได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นท้าวสุรนารี 

 

และเมื่อปีพุทธศักราช 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ เป็นกบฏต่อกรุงเทพมหานคร ยกกองทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมาได้ แล้วกวาดต้อนครอบครัวชาวนครราชสีมาไป คุณหญิงโม และนางสาวบุญเหลือรวบรวมครอบครัวชาย หญิงชาวนครราชสีมาที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย เข้าต่อสู้ฆ่าฟันทหารลาวล้มตายเป็นอันมาก ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แขวงเมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 ช่วยให้ฝ่ายไทยสามารถกอบกู้เมืองนครราชสีมากลับคืนมาได้ในที่สุด

 

เมื่อความทราบไปถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโม ขึ้นเป็น ท้าวสุรนารี เมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370 เมื่อคุณหญิงโมมีอายุได้ 57 ปี พร้อมกับพระราชทานเครื่องยศ มีต่อไปนี้

 

ถาดทองคำใส่เครื่องเชี่ยนหมาก 1 ใบ
จอกหมากทองคำ 1 คู่
ตลับทองคำ 3 ใบเถา
เต้าปูนทองคำ 1 ใบ
คนโท และขันน้ำทองคำอย่างละ 1 ใบ

 

และเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2524 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานบรมราโชวาทมีความตอนหนึ่งว่า

 


....ท้าวสุรนารี เป็นผู้ที่เสียสละเพื่อให้ประเทศชาติได้อยู่รอดปลอดภัย 
ควรที่อนุชนรุ่นหลัง จะได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน
บ้านเมืองทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ต้องหวงแหน การหวงแหน คือ ต้องสามัคคี
รู้จักหน้าที่ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ชาวนครราชสีมาได้แสดงพลังต้องการ
ความเรียบร้อย ความสงบ เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ชาติกลับปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง
แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวเราและรอบโลก จะผันผวนและ ล่อแหลมมาก 
แต่ถ้าทุกคนเข้มแข็ง สามัคคี กล้าหาญ และเอื้อเฟื้อต่อกันชาติก็จะมั่นคง

 

 

คอมเม้นต์จากชาวโซเชียล

 

1.

 

2.

 

 

3.

 

 

4.

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ผู้ชาย ที่แสนดี

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล