เชือดเฉือนสุดๆ นักธุรกิจสาวหอบหลักฐานเพิ่มเอาผิด มือตบจ่อฟ้องกลับปัดมีรุม โวยถูกหลอกร่วมลงทุนคลีนิกความงาม

Publish 2018-08-26 17:22:45


จากกรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊ก ปริมระตา ใจสุข เจ้าของคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ได้เผยคลิปเหตุการณ์ที่มีกลุ่มหญิงบุกมายืนโต้เถียงหน้าร้านของเธอที่เพิ่งเปิดวันแรก ก่อนจะมีหญิงรายหนึ่งฉวยโอกาสกระชากผมเธอและสั่งให้พวกที่มาด้วยรุมกระทืบจนบาดเจ็บ  
 

 


เชือดเฉือนสุดๆ นักธุรกิจสาวหอบหลักฐานเพิ่มเอาผิด มือตบจ่อฟ้องกลับปัดมีรุม โวยถูกหลอกร่วมลงทุนคลีนิกความงาม

ซึ่งต่อมาน.ส.ธิดารัตน์ ดาราต่าย หรือ โอ คู่กรณีของ น.ส.ปริมระตา ใจสุข ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย ได้ออกมาเล่าถึงสาเหตุและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่เกิดเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความขัดแย้งจากการทำธุรกิจร่วมกันก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ โดยในวันที่เกิดเหตุทางฝ่ายคู่กรณีได้ติดต่อเข้ามาเพื่อให้เข้าไปคุยและเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ด้วยอารมณ์ที่ทนไม่ไหวกับปัญหาที่เกิดขึ้น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

 

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : กล้าทำกล้ารับ มือตบสาวเจ้าของคลีนิก แจงสื่อปมแย้งเห็นหน้าทนไม่ไหวจัดเต็มคู่อริธุรกิจ 

เชือดเฉือนสุดๆ นักธุรกิจสาวหอบหลักฐานเพิ่มเอาผิด มือตบจ่อฟ้องกลับปัดมีรุม โวยถูกหลอกร่วมลงทุนคลีนิกความงาม


ล่าสุดมีความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยเจ้าของคลินิคเสริมความงาม ได้นำผลวินิจฉัยจากแพทย์ และหลักฐานมอบให้ตำรวจ สน.บางบอนเพิ่มเติม หลังถูกทำร้ายร่างกาย ขณะที่คู่กรณีทำร้ายเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจสน.บางบอน พร้อมเตรียมแจ้งความกลับ หลังถูกกล่าวหาว่าแฟนหนุ่มเป็นผู้มีอิทธิพล  ซึ่งนางสาวปริมรตา ใจสุข อายุ 30 ปี เจ้าของคลินิคเสริมความงาม ได้นำผลวินิจฉัยจากแพทย์ และหลักฐานภาพจากกล้องหน้ารถพลเมืองดี ที่จับภาพขณะตนเองถูกรุมทำร้ายหน้าคลินิค เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา เข้ามามอบให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางบอน เพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนางสาวธิดารัตน์ ดาราต่าย และพวกรวม 7 คน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ 

 


นางสาวปริมรตา เปิดเผยว่า วันนี้นำหลักฐานมามอบให้เพิ่มเติม โดยยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับคู่กรณี ซึ่งหากคู่กรณีต้องการไกล่เกลี่ยต้องออกมาขอโทษอย่างจริงใจ และพูดข้อเท็จจริงออกมาทั้งหมดก่อน ขณะที่นางสาวธิดารัตน์ ดาราต่าย ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา พร้อมทนายความ นำหลักฐานคลิปที่บันทึกภาพขณะเกิดเหตุ และคลิปเสียง เข้าชี้แจง และรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สน.บางบอน  หลังถูกนางสาวปริมระตา ใจสุข แจ้งความดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บ 

 

 

 


โดยนางสาวธิดารัตน์ ยืนยันว่า วันเกิดเหตุไม่มีใครรุมทำร้ายคู่กรณีอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่า ตนเองผิดที่ไม่ควบคุมอารมณ์ จากการถูกยั่วยุให้โกรธ และลงมือเริ่มทำร้ายร่างกายก่อน เนื่องจากรู้สึกเก็บกดมานาน เพราะถูกหลอกมาร่วมเปิดคลินิกเสริมความงาม โดยบอกให้ตนเองลงแรง แต่เมื่อทำมา 2-3 เดือน ผู้เสียหายกลับอ้างว่าไม่มีเงินทุน ตนจึงให้แฟนหนุ่มไปกู้เงิน 2 แสนมาต่อยอด และเหมือนถูกหลอกใช้จนมาเกิดเรื่อง ซึ่งวันนี้มารับทราบข้อหา และเตรียมรวบรวมหลักฐานแจ้งความกลับคู่กรณีในข้อหาหมิ่นประมาท ที่มีกล่าวหาว่า แฟนหนุ่มตนเองเป็นผู้มีอิทธิพลย่านวัดม่วง ซอยเพชรเกษม 63 ซึ่งไม่เป็นความจริง  ส่วนที่กระแสสังคมมองว่าตนเองไปยึดร้านของผู้เสียหายมานั้นไม่จริง เพราะตนเองนำเงินเก็บ และได้กู้เงินมาลงทุนเปิดคลินิคใหม่ ซึ่งสถานที่ตั้งก็คนละที่กัน หากตำรวจนัดให้เจรจาไกล่เกลี่ย โดยต่างฝ่ายต่างขอโทษกัน ตนเองก็ยินดี เพราะต้องการจบเรื่องทั้งหมด และต่างคนต่างอยู่ ส่วนเรื่องคดีความปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

ขณะที่ทางด้านพันตำรวจเอกณรัช มูลศาสตรสาทร ผู้กำกับการ สน.บางบอน ระบุว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อหานางสาวธิดารัตน์ และพวกแล้ว โดยเบื้องต้น มี 2 คน ให้การรับสารภาพว่าลงมือทำร้ายผู้เสียหายจริง ส่วนอีก 5 คน ให้การปฏิเสธ โดยเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น หลังจากนี้ตำรวจจะสอบปากคำเพิ่มเติม  โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล