ทำผิดมาทั้งชีวิต นี่คือวิธีสวดมนต์ที่ถูกต้อง สวดเเล้วได้บุญทันที ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า

ทำผิดมาทั้งชีวิต นี่คือวิธีสวดมนต์ที่ถูกต้อง สวดเเล้วได้บุญทันที ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า

Publish 2018-08-26 15:27:51


บทสวดมนต์ไม่ว่าบทใดก็มีอานุภาพในตัวเองมากมายหลายประการ วันนี้เรามีการสวดมนต์ที่ถูกต้องเเละเห็นผลทันทีหลังสวดเสร็จมาแนะนำ ...อย่างแรกต้องสมาทานศีลห้าทุกวัน เวลาไหนก็ได้ เพราะศีลจะครอบคลุมเป็นเกราะให้เราตลอดทั้งวันทั้งคืน ที่เราไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร ถึงศีลขาดไปหนึ่งข้อ แต่อีกสี่ข้อก็ยังค้ำจุนให้เรามีศีลอยู่ และ พุทธคุณของศีลนี้จะส่งผลให้เจอแต่สิ่งดีงามตลอดทั้งวัน หลักการสวดมนต์ ต้องสมาทานศีลห้าก่อนสวดบทอื่นใดในโลกนี้ เพราะ การสมาทานศีลห้า จะเป็นการกรองเสียงให้เป็นทิพย์ก่อน แล้วจึงสวดบทอื่นได้หมดทุกบท หลักการอีกอย่างคือการ สวดด้วยความตั้งใจ เสียงดังฟังชัด



การสวดมนต์ไม่ใช่การภาวนา จึงต้องให้เทวดา นางไม้ เจ้าที่ ฯลฯ ได้ยิน มาร่วมโมทนาบุญกับเรา ต้องมั่นใจในพลังที่ออกจากน้ำเสียงว่าเสียงที่เปล่งไปนั้นสามารถดังไปทั่วสวรรค์ และต้องเกิดจากความศรัทธา กราบไหว้พระ ก็ต้องเบญจางคประดิษฐ์ให้สวยงามนิ้วโป้งแตะหว่างคิ้ว พอก้มหน้าผากให้แตะถึงพื้นไม่ใช่ทิ่มหัวลงไป เหมือนเป็นคนไม่มีศรัทธา อย่างนี้บุญที่ได้จะไม่ละเอียดเท่าคนที่เขาทำอย่างประณีต

 

 



การสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้อง เรียงลำดับบทสวดเริ่มจาก คำบูชาพระ อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ (สวดคนเดียวลงด้วย “มิ” แต่สวดหลายคนเปลี่ยนเป็น “มะ”) ฯลฯ

 

คำนมัสการพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา พุทธังภะคะวันตัง อภิวาเทมิ ฯลฯ

 

 

คำอาราธนาศีล 5 อะหัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ (ถ้าสวดหลายคนเปลี่ยนจาก อะหัง เป็น มะยัง) ฯลฯ

คำนมัสการพระพุทธเจ้า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) ฯลฯ

 

ไตรสรณคมณ์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ฯลฯ

 

 

ศีล 5 ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ฯลฯ

 

คำขอขมาพระรัตนตรัย สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตเยนะ กะตัง ฯลฯ

 

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง (การที่เราจะแผ่เมตตาให้ใคร ให้จดจำเสมอว่า เราต้องให้เราก่อน เมื่อเรามีบุญเราจึงให้คนอื่นได้) อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุข อะหัง นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากทุกข์ ฯลฯ

 

คำแผ่เมตตาให้แก่ผู้อื่น (พอขึ้นสัพเพ สัตตา วิญญาณของสัตว์ที่เรากินไปในแต่ละวันก็จะไปเกิดในทันทีไม่เกาะตามเนื้อตัวเราแล้ว) สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ฯลฯ

 

อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (สวด 3 จบ บทนี้ขอให้ปัญญาทางธรรมจงเกิดกับเรา ขาดไม่ได้เช่นกัน)

 

หากท่านอยากสวดมนต์บทใด ๆ นอกเหนือจากนี้ ให้สวดแทรกไปก่อนที่จะ “แผ่เมตตาให้ตัวเอง” จากนั้นหากใครประสงค์จะนั่งสมาธิ ก็ให้ ขอพระกรรมฐานก่อนทุกครั้ง แล้ว นั่งสมาธิเป็นเวลาสั้นๆ ( การเริ่มต้นฝึกการนั่งสมาธิ อย่านั่งนานเพราะระยะเวลาไม่ช่วยให้ท่านได้บุญมากเท่ากับการนั่งแล้วกำหนดสติของเราได้ตลอดต่อเนื่อง อยู่กับลมหายใจ )

 

ในช่วงทำวิปัสสนาสมาธินั้น หากเราเผลอส่งจิตไหลออกนอกแล้วไม่ดึงกลับ ไปคิดถึงคนที่เราชิงชัง เผลอไปคิดถึงลูกถึงสามี คิดถึงงาน ฯลฯ มันไปสวนคำสอนที่พระพุทธเจ้า ท่านทรงสอนให้เรากำหนดรู้อยู่กับลมเท่านั้น สรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจก่อนว่า พระพุทธเจ้าไม่สอนให้เรานั่งแล้วคิดส่งจิตไปหาใคร เราต้องทำเพียงให้รู้กายใจในตัวเราเท่านั้น โดยการตามดูสภาวะธรรม ความจริงตามธรรมชาติที่เกิดขึ้น เช่น ท้องมันพอง เราก็ตามรู้ว่าพอง ท้องมันยุบเราก็ตามรู้ว่ามันยุบ เมื่อปวดข้อ ปวดขาก็ให้ตามรู้ว่าปวดหนอ ๆ ๆ อย่าขยับตัวเด็ดขาด คนที่เริ่มต้นฝึกใหม่ ๆ ขอให้นั่งเพียงระยะสั้น (10-15 นาที)

 

ขอบคุณ : deemagna 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน