หดหู่หัวใจสุดๆ!!! "เจ้าหน้าที่" ช็อก! เสือดำ 2 ตัวเป็นคู่รักกัน เห็นพรอดรักกันบ่อยๆ ก่อนนาทีถูกคนใจร้ายสาดกระสุน อีกตัวต้องวิ่งหนี

Publish 2018-02-08 08:26:36

จากกรณีเจ้าหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ได้เข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์จำกัด (มหาชน) กับพวกอีก 3 คน นายยงค์ โดดเครือ, นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ ในขณะเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี



ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้ (7ก.พ.) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งบริเวณดังกล่าว ห่างจากสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ประมาณ 19 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง

 


 

นายอนุวงค์ ศรีจันทร์ พนักงานราชการ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดเข้าจับกุมผู้ต้องหา เปิดเผยกับทีมข่าวทุบโต๊ะข่าวว่า ช่วงค่ำของวันที่ 4 ก.พ. ตนกับเจ้าหน้าที่นายอื่นๆ ได้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้ลักลอบกระทำความผิด ระหว่างที่กำลังขับรถเข้ามาใกล้ห้วยปะชิ ที่มีการตั้งแค้มป์ ปรากฏว่า มีเสือดำตัวหนึ่ง วิ่งเข้ามานำหน้ารถเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน และสุดท้ายเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงจุดที่ตั้งแคมป์ เจ้าเสือดำตัวนั้น ได้วิ่งเข้าป่าหายไป

หลังจากที่มีการตรวจพื้นที่ จึงพบกับซากของเสือดำ ตนจึงสันนิษฐานว่าเสือตัวดังกล่าว น่าจะเป็นคู่ของเสือตัวที่ตายไปแล้ว เพราะหลายครั้งที่ตนเข้ามาลาดตระเวนผ่านบริเวณนี้ จะพบกับเสือดำคู่หนึ่งที่มักจะปรากฏตัวให้เห็นมาตลอดนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ นอกจากนี้ที่เกิดเหตุยังพบหม้อต้มอาหาร เมื่อเปิดฝาหม้อดู จึงพบหางเสือดำถูกต้มรวมกับเครื่องต้มยำ และผักป่าที่หาได้ตามริมลำธาร ลักษณะคล้ายกับซุปหางวัว

 

 


 


นายอนุวงค์ ยังเล่าต่อว่า ช่วงที่เจอกับผู้ต้องหา ตนได้สอบถามเกี่ยวกับการเข้ามาตั้งแค้มป์ในเขตหวงห้าม รวมทั้งเรื่องการล่าสัตว์ แต่นายเปรมชัย ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ เอาแต่นั่งนิ่ง นอกจากนี้พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา มีความเป็นมืออาชีพมาก เหมือนเป็นพรานจริงๆ โดยสังเกตได้จากการแร่หนังของเสือดำอย่างประณีต ไม่มีรอยขาด ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก็เป็นอาวุธหนัก อย่างเช่นปืนไรเฟิลติดลำกล้อง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีไว้สำหรับใช้ล่าสัตว์ใหญ่ อย่างเช่น ช้าง เสือ เก้ง กวาง เป็นต้น

 

 

นายอนุวงค์ บอกอีกว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่สังคมชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกล้าเข้าไปจับกุมคนมีชื่อเสียง เพราะตั้งแต่ทำงานมา 20 ปี ตนไม่เคยถูกมองเช่นนี้ หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้สนใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สัตว์ และป่ามากขึ้น ส่วนเรื่องความปลอดภัยหลังจากนี้ ตนไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ เพราะตัวเองเป็นแค่เจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆ ยังคงปฏิบัติงานให้ดีที่สุดต่อไป

 

 

 

 

 

ขอบคุณ  รายการทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ทีวี HD34



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม