เศรษฐีใจบุญกับหลุมรองเท้า…น้าแอ๊ด เล่าเพียงสัมผัสแรกเจอจิมมี่ รู้ซึ้งความเมตตา ถ่อมตน ขอเคารพเป็นพี่ชาย ตามไปเยี่ยมที่เมืองนคร พร้อม1คำถาม?

เศรษฐีใจบุญกับหลุมรองเท้า…น้าแอ๊ด เล่าเพียงสัมผัสแรกเจอจิมมี่ รู้ซึ้งความเมตตา ถ่อมตน ขอเคารพเป็นพี่ชาย ตามไปเยี่ยมที่เมืองนคร พร้อม1คำถาม?

Publish 2017-12-27 18:35:33

จากกรณีโครงการ ก้าวคนละก้าว หลังจาก ตูน บอดี้สแลม วิ่งจาก อ.เบตง จ.ยะลา มาถึงเหนือสุดเเดนสยาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. ถึง 25 ธ.ค.2560 เป็นระยะทาง 2,191 กิโลเมตร เพื่อหาเงินบริจาคซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ต่อมาเฟซบุ๊กของท่าน ว.วชิรเมธี ได้โพสต์ว่า จิมมี่ ชวาลา ได้เดินทางมายัง ไร่เชิญตะวัน เพื่อร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญหนุ่มตูน ในวันที่ 26ธ.ค.2560 พร้อมทั้ง แอ๊ด คาราบาว หรือ นายยืนยง โอภากุล  ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็ปรากฏว่า จิมมี่กับน้าแอ๊ด ก็ได้เจอกันด้วย และก็สร้างเกิดความประทับใจต่อศิลปินเพื่อชีวิตระดับตำนานของประเทศ ถึงกับออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก Add Carabao ดังนี้



เศรษฐีใจบุญจิมมี่ ชวาลา กับ หลุมรองเท้า

 

ความใจบุญของเศรษฐีท่านนี้(บริจาค16ล้านบาทแทนชาวนครศรีธรรมราช คนละ10บาท 1.6ล้านคน) ได้ทำให้โครงการก้าวคนละก้าวของตูนคึกคักขึ้นมาทันที อาจกล่าวได้ว่าท่านเป็นผู้จุดประกายให้เกิดการบริจาคจนยอดพุ่งทะลุเกินเป้า

ท่านเล่าให้ผมฟังว่าครอบครัวของท่านมีบรรพชนอพยพมาจากอินเดีย เมื่อร้อยกว่าปีก่อน(ช่วงปลายรัชกาลที่5ต่อกับต้นรัชกาลที่6) ท่านเป็นชาวนครศรีธรรมราชโดยกำเนิด และเป็นชาวพุทธ-ฮินดู ตามรอยบิดามารดาของท่าน....,

 

ภาพที่ผู้คนประทับใจคือ ความนอบน้อมถ่อมตน ในคราวที่ท่านได้รับโล่ห์เกียรติคุณจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และเมื่อผมได้มีโอกาสพบคุณจิมมี่ ก็ไม่แปลกใจเลยว่าภาพนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร สัมผัสแรกที่ได้ทักทายกันก็รู้ซึ้งเข้าไปถึงจิตใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตากรุณา และสำคัญยิ่งคือความถ่อมตน(ลดความอหังการ ความเย่อหยิ่งทะนงตน)ที่เห็นได้ชัด ซึ่งดูๆไปแล้วคงเป็นธรรมชาติของท่านเลยก็ว่าได้ อากัปกริยาท่าทางคำพูดคำจา บ่งชี้ถึงตัวตนที่แท้จริงของท่าน แค่ไม่กี่นาทีผ่านไปจากที่เราได้สนทนากัน ผมก็ต้องยอมรับว่า ผมเคารพพี่ชายคนใหม่เพื่อนคนใหม่ท่านนี้มากๆครับ มันทำให้ผมนึกไปถึงคำสอนที่สำคัญยิ่งของพี่น้องชาวซิกข์(มาจากคำว่าสิกขา=ผู้ฝึกฝนตน)


นั่นก็คือ “การลดความอหังการด้วยหลุมรองเท้า”หลุมรับฝากรองเท้าหน้าโบสถ์ซิกข์ ที่จะมีบุคคลระดับมหาเศรษฐีลงไปอยู่ในหลุมเพื่อคอยรับฝากรองเท้าจากบรรดาผู้มาเข้าโบสถ์ มิสเตอร์ตุ๋ยรู(อดีตผจก.ดั๊งกิ้นโดนัท จึงทำให้เพื่อนๆพากันเรียกเขาแบบนี้)เพื่อนชาวซิกข์ของผมเล่าให้ฟังว่า “ต้องระดับเศรษฐีจริงๆนะโว้ยแอ๊ด ถึงจะลงไปเป็นคนคอยรับฝากรองเท้าในหลุมนั้นได้ คนธรรมดาอย่ากูอย่างมึงเขาไม่ให้ลงไปหรอก 555555”

ศาสนาซิกข์นั้นถือเป็นศาสนาใหม่ล่าสุดของชาวชมพูทวีปเลยครับ เพิ่งเกิดเมื่อราวๆปีคศ.1600 มานี่เอง สาเหตุที่เกิดก็เพราะ คนชนชั้นจันทานในอินเดีย(คนที่เเต่งงานข้ามวรรณะกันตามคติพราหมณ์)จะไม่ได้รับอนุญาตให้นับถือศาสนาฮินดู คุรุเทพผู้เป็นปฐมครูท่านเเรกจึงได้ดำริเเละก่อตั้งศาสนาซิกข์ขึ้นมาเพื่อรองรับ คนยากคนจนและคนไร้ศาสนาเหล่านี้ ให้มีศาสนากับเขาบ้าง ว่ากันว่าหลักการใหญ่ๆของซิกข์นั้นก็มาจาก ส่วนที่ดีงามจากศาสนาที่มีอยู่เดิมในอินเดียนั่นเเหละครับ คือหลักธรรมจากพุทธ พิธีกรรมจากพราหมณ์ และการทำทานแบบอิสลาม หัวใจของธรรมะข้อสำคัญที่สุดคือ ความไม่มีอหังการ หรือ จะเเปลว่าไม่มีตัวตนก็มีส่วนถูกเช่นกันครับ ผมมีคำถามที่ยังไม่ได้ถามพี่จิมมี่ อยู่หนึ่งคำถาม ตั้งใจว่าไปนครศรีธรรมราชครั้งหน้าจะต้องไปเยี่ยมพี่ท่าน และจะถามคำถามนี้ครับ????

 

“ระหว่างทำตนให้รวย กับทำตนให้เล็ก อันไหนยากกว่ากันครับ????”

ขอให้ท่านพี่จิมมี่จงได้รับผลบุญจากการทำทานของท่านในครั้งนี้ ขอจงคืนกลับไปนำพาความสุขความเจริญ ความสันติ มาสู่ท่านเเละครอบครัวด้วยเทอญ สาธุ

 

 

 

ขอบคุณภาพ-ข้อมูล : เฟซบุ๊กAdd Carabao


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ