ทำ 5 อย่างนี้..! ถ้าซื้อของทางเน็ตแล้วโดนโกง..!! #อย่าปล่อยผ่าน แล้วคิดว่าเงินไม่กี่บาท..!

Publish 2017-10-01 16:39:50


ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของเรามากยิ่งขึ้น การซื้อขายสินค้าสามารถทำได้ผ่านปลายนิ้วเท่านั้น ไม่ว่าจะต้องการอะไร เพียงแค่ค้นหาก็เจอ พร้อมราคาและโปรโมชั่นต่าง ๆ ไม่ต้องทนร้อนออกไปเดินช้อปปิ้งด้วยตัวเอง และด้วยความสะดวกสบายนี้ จึงทำให้มีมิจฉาชีพแฝงตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หลอกให้โอนเงินแล้วก็เชิดหนีไป เพระาฉะนั้นมาดูกันว่า ควรจะทำอย่างไร เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

1.ตรวจสอบประวัติพ่อค้า – แม่ค้าให้ดี

 

 

เมื่อมีการตกลงซื้อขายสินค้ากันแล้ว บรรดาผู้ขายก็มักจะส่งเลขที่บัญชีเพื่อให้โอนเงินชำระค่าสินค้า ใครที่แฟร์มาก ๆ หน่อยก็มักจะแนบบัตรประชาชนมาให้ด้วย เอาชื่อบัญชีที่ได้ไปเช็คดูในอินเตอร์เน็ตว่ามีการฉ้อโกงหรือไม่ เพราะในเว็บมักจะมีการอัพเดตรายชื่อมิจฉาชีพอยู่เสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้เราได้ส่วนหนึ่งก่อนทำการโอนเงินไป



2. เก็บหลักฐานทั้งหมดแล้วปริ้นใส่กระดาษ

 

 

ถึงแม้จะตรวจสอบแล้ว แต่ก็ยังเจอมิจฉาชีพอยู่ดี ก็อย่าพึ่งคร่ำครวญหรือหัวร้อน ทยอยแคปและเก็บหลักฐานทั้งหมด เริ่มจากโพสที่ได้มีการโฆษณา ช่องทางที่ได้มีการติดต่อสื่อสารกัน เลขที่บัญชี สลิปโอนเงิน หรือถ้าใครสามารถก็ลองเอาข้อมูลเท่าที่มีไปค้นหาในอินเตอร์เน็ตดู ก็อาจจะเจอเบาะแสเพิ่มเติมได้ จากนั้นก็ปริ้นใส่กระดาษรอไว้

 

3. เข้าแจ้งความดำเนินคดี

 

 

โอนเงินที่ไหน ต้องแจ้งความที่นั่น เพราะฉะนั้น หากคุณซื้อสินค้าขณะที่อยู่ต่างจังหวัด หรือต่างอำเภอ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ลำบากสักนิดหนึ่ง ไม่ต้องกลัวเรื่องยอดน้อยเพียงแค่หลักร้อยแล้วจะไม่คุ้มกับการเสียเวลา เพราะถ้าทุกคนคิดเช่นนี้ รับรองว่ามิจฉาชีพก็จะไปทำเช่นนี้กับคนอื่น ๆ อีก ยืนยันว่าต้องการแจ้งความดำเนินคดี หาก พงส.ไม่รับเรื่อง ก็ให้แจ้งไปเลยว่าต้องการพบผู้กำกับโรงพัก เพื่อประสงค์ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลังจากนั้นจะมีการนัดสอบปากคำตามมาทีหลังเอง จำไว้ว่าต้องแจ้งความให้ได้ ไม่เอาแค่ลงประจำวันเท่านั้น



4. ช่วยตำรวจหาหลักฐานสักนิด

 

 

ก็เข้าใจกันดีว่า ตำรวจอาจจะมีคดีมากมายจนแทบจะไม่สนใจคดีเล็ก ๆ ของเรา เพราะฉะนั้นอะไรช่วยได้ก็ช่วยกันไป เช่น หาที่อยู่ที่แท้จริงของมิจฉาชีพ ซึ่งอาจมีอัพเดตถ้าหลอกลวงคนมานาน หรืออาจจะช่วยหาตัวผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติม คดีก็จะมีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง (เรื่องนี้ต้องทำใจจริง ๆ เพราะถ้ารอไปเรื่อย ๆ ก็อาจหมดหวังไปเอง)

 

5. รอเวลา

 

 

จากนั้นก็รอเวลาไป ออกหมายเรียก หมายจับ ซึ่งก็มีกำหนดระยะเวลาของมัน ในระหว่างนี้ผู้ต้องหาอาจจะมาขอเจรจายอมความ ก็สามารถรับเงินคืนได้ในส่วนนี้ แต่ถ้าถึงขั้นออกหมายจับแล้ว ก็คงต้องรอจนกว่าจะจับได้ ถึงจะมีการชดใช้คืนในภายหลัง

ง่าย ๆ แค่นี้เอง (แต่ใช้เวลาพอสมควร) ก็อยากให้แชร์กันไปให้ทั่ว ๆ ถูกฉ้อโกงไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเราเองนะครับ อย่าปล่อยผ่านเพราะเห็นเงินไม่กี่บาท

ที่มาของข้อมูล Stopvictim.com

ที่มาต้นฉบับ http://stopvictim.com/2017/09/26/fraud-shopping-online/



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์