สาบานได้ไม่รู้เรื่องจริง!โผล่แล้วพ่อแม่น้ำมนต์สาวแสบหลอกชายระดับทีมฟุตบอลวิวาห์ยันบริสุทธิ์ใจหาเช้ากินค่ำไม่รู้สึกผิดปกติลูกแต่งงานหลายครั้ง

Publish 2017-09-12 11:05:25

คลิกเพื่อชมคลิป...

ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม จับกุมนางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ อายุ 32 ปี น้ำมนต์หรือพร คดีหลอกผู้ชายแต่งงานและได้เชิดค่าสินสอดไปจนมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก และมีการควบคุมตัวนางสาวจริยาภรณ์ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 529/2560 มาฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวโดยนางสาวจริยาภรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ไปว่ากันที่ศาลและพ่อกับแม่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการที่ตนเองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตังครั้งนี้

 



เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด ที่ กองบังคับการปราบปราม ( บก.ป.) นายบุญเลี้ยง บัวใหญ่ อายุ 72 ปี และนางสำรอง บัวใหญ่ อายุ 69 ปี พ่อและแม่ของ นางสาวริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือน้ำมนต์ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงโดยการหลอกลวงเจ้าบ่าวแต่งงาน ก่อนหอบเงินค่าสินสอดหนีไป เดินทางเข้าพบพลตำรวจตรีสุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมกับลูกสาวก่อเหตุ และถูกตำรวจออกหมายเรียก


โดยนายบุญเลี้ยง กล่าวว่า ไม่เคยได้ผลประโยชน์จากการแต่งงานของลูกสาว ที่ผ่านมาเคยไปร่วมงานแต่งงานของลูกสาวมาแค่ 4 ครั้ง โดยลูกสาวเป็นคนออกเงินค่าเดินทางไป-กลับให้ โดยงานแต่งงานแต่ละครั้งเห็นว่าทำไปโดยถูกต้องตามประเพณี มีฝ่ายเจ้าบ่าวมาทำเรื่องสู่ขอ จึงไม่รู้สึกผิดปกติใดๆ ส่วนเรื่องที่ลูกสาวแต่งงานหลายครั้ง ยอมรับว่าเคยสอบถามเรื่องนี้จริง แต่ลูกสาวมักอ้างว่าได้เลิกกับคนเก่าแล้วมาคบกับคนใหม่ ซึ่งเห็นว่าลูกสาวมีอายุเยอะแล้ว เรื่องความรักเป็นเรื่องส่วนตัวอีกทั้งไม่ได้มีลูกสาวเพียงคนเดียว จึงไม่ได้ขัดข้องและเนื่องจากครอบครัวก็ประกอบอาชีพหาเช้ากินค่ำ และไม่เคยกำหนดเงินค่าสินสอดใดๆ 

 

ส่วนเงินค่าสินสอดที่ฝ่ายชายนำมาหมั้นหมายได้คืนให้ลูกสาวไปทำทุนทั้งหมด นอกจากนี้งานแต่ละครั้ง ก็ไม่ได้พาญาติคนอื่นไปด้วย เพราะปัญหาทางการเงิน ส่วนเรื่องประเด็นที่ลูกสาวเปลี่ยนไปใข้ชื่อของนางสาวสร้อยเพชร และเรื่องที่วานนี้ทนายสงกานต์พาเหยื่อถูกหลอกฝากเข้าทำงานโดยมีพ่อและแม่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยนั้น ปฏิเสธว่าไม่ทราบในรายละเอียดและยังไม่อยากขอพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งนี้ส่วนที่เดินทางมาพบตำรวจกองปราบในวันนี้ก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้รู้เห็นหรือตั้งใจหลอกลวงผู้เสียหายแต่อย่างใด

 

ด้านพันตำรวจเอกสุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า เบื้องต้นทั้งสองไม่ได้เดินทางเข้ามาตามหมายเรียก แต่เป็นความสมัครใจที่ต้องการเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยทางกองปราบปรามจะทำการสอบปากคำไว้ในเบื้องต้นและจะส่งข้อมูลการสอบปากคำไปให้พนักงานสอบสวนที่ต้องสอบปากคำพ่อและแม่ของน้ำมนต์ต่อไป ส่วนเรื่องที่วานนี้ทนายสงกานต์นำผู้เสียหายมาร้องทุกข์เพิ่มโดยเฉพาะประเด็นการวิ่งเต้นฝากเข้าทำงาน เรื่องดังกล่าวปัจจุบันหลุดพ้นอำนาจของพนักงานสอบสวนไปแล้วอยู่ในการพิจารณาคดีของชั้นศาล จึงไม่สามารถนำมาดำเนินคดีได้อีก ส่วนประเด็นเรื่องที่น้ำมนต์มีการปลอมใช้ชื่อของนางสาวสร้อยเพชร เรื่องดังกล่าวก็ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่านางสาวสร้อยเพชรมีส่วนรู้เห็นกับพฤติกรรมกระทำผิดหรือไม่ ทั้งนี้ การกระทำของผู้ต้องหายังอยู่ในฐานความผิดเดิม คือฐานฉ้อโกง ยังไม่มีเหตุให้ต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงฐานความผิดอื่นแต่อย่างใด



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน