รู้แล้วแชร์ต่อ!! สงสัยมานานทำไม?? รถยนต์ต้องติดป้ายทะเบียนสีต่างกัน วันนี้มีคำตอบ..เข้าใจได้ไม่ยากมีประโยชน์แน่ๆ ในแง่กม.!?!

รู้แล้วแชร์ต่อ!! สงสัยมานานทำไม?? รถยนต์ต้องติดป้ายทะเบียนสีต่างกัน วันนี้มีคำตอบ..เข้าใจได้ไม่ยากมีประโยชน์แน่ๆ ในแง่กม.!?!

Publish 2017-08-28 09:42:23

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสาระน่ารู้ดีๆ ที่มีการแชร์ในโลกโซเชียลเพื่อเป็นความรู้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกๆ ท่าน โดยเฟซบุ๊ก "สถานีตำรวจภูธรกะทู้ Kathu Police Station" ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า...ทะเบียนรถหลากสีทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร ท่านเคยสงสัยไหมว่าทะเบียนรถที่เราเห็นกันที่ติดอยู่กับรถยนต์ทุกคันทำไมสีป้ายทะเบียนถึงไม่เหมือนกัน เชื่อว่าหลายท่านอาจจะไม่เคยรู้แต่ก็สงสัยแต่ก็ไม่เคยได้ไปหาคำตอบสักที่งั้นวันนี้เรามาดูกันว่าทำไมถึงไม่เหมือนกัน จากที่ได้ข้อมูลและได้ไปศึกษามาก็สรุปได้ว่าป้ายแต่ละป้ายแต่ละสีแต่ละขนาดมันมีหน้าที่แตกต่างกันออกไปตามที่กรมการขนส่งได้ระบุไว้ดังต่อไปนี้ มีทั้งหมด 7 ประเภทใหญ่



1.รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คนรถยนต์รับจ้างสามล้อ รถยนต์รับจ้างสี่ล้อ และรถจักยานยนต์รับจ้างรถยนต์รับจ้างต่างจังหวัดได้แก่รถยนต์รับจ้างบรรทุกโดยสารไม่เกิน 7 คน ที่ใช้รับจ้างระหว่างจังหวัดโดยส่งคนโดยสารได้เฉพาะที่นายทะเบียนกำหนดเท่านั้น ป้ายทะเบียนจะเป็นแบบพื้นแผ่นป้ายเป็นสีเหลืองสะท้อนแสงและตัวอักษรหมายเลขทะเบียนและขอบแผ่นป้ายทะเบียนเป็นสีแดงสำหรับรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด,สีดำสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกโดยสารไม่เกินเจ็ดคนและรถจักยานยนต์,สีเขียวสำหรับรถรับจ้างสามล้อ,สีน้ำเงินสำหรับรถเล็กสี่ล้อรับจ้าง

 

2.รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร รถยนต์บริการให้เช่า คือรถที่ใช้สำหรับให้บริการลูกค้า เช่นรถที่ใช้ขนส่งคนในสนามบิน ท่าเรือ สถานีขนส่ง หรือว่าจะเป็นสถานีรถไฟ และรถโรงแรมเป็นต้นและรถยนต์ทัศนาจรเช่นรถนำเที่ยวของบริษัททัวร์โดยรถพวกนี้พื้นแผ่นป้ายเป็นสีเขียวสะท้อนแสงตัวอักษร หมายเลขทะเบียน และขอบแผ่นป้ายเป็นสีขาว


 

3.รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน7คนรถยนต์ส่วนบุคลคลเกิน7คนรถยนต์ทุกส่วนบุคคล รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ พวกรถส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเก๋ง รถตู้ รถกระบะ รถ MPV หรือรถ SUV โดยพื้นแผ่นป้ายเป็นสีขาวสะท้อนแสง ตัวอักษรหมายเลขทะเบียนและขอบแผ่นป้ายเป็นสีดำคือสำหรับรถยนต์นั่งส่วนตัวบุคคลไม่เกิน7คนและรถจักรยานยนต์ส่วนสีน้ำเงิน สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลนั่งเกิน7คน สีเขียวสำหรับรถบรรทุกส่วนบุคคลและสีสุดท้ายสำหรับประเภทนี้คือสีแดงคือสำหรับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล

หมายเหตุ จะมีแผ่นป้ายทะเบียนชนิดพิเศษ พวกทะเบียนเลขสวย เป็นป้ายที่จัดออกประมูลซึ่งจะมีสีของแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขและตัวอักษรต่างไปจากแผ่นป้ายปกติ และแต่ละจังหวัด สีของแผ่นป้ายก็จะไม่เหมือนกันทั้งนี้ตามประกาศของขนส่งทางบก (ยกเว้นรถสามล้อส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ จะไม่มีป้ายพิเศษนี้)

4.รถพ่วง รถบด รถแทรกเตอร์ และรถใช้งานการเกษตรกรรมจะมีพื้นป้ายเป็นสีส้มสะท้อนแสงตัวอักษรหมายเลขทะเบียนและขอบเป็นสีดำ

5.รถยนต์ของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต และรถจักรยานยนต์ของคณะผู้แทนทางการทูตเพราะว่าพวกทูต ลักษณะป้ายจะเป็นตัวอักษรตัว ท และก็ตามด้วยรหัสประทศ ขีด แล้วก็เลขทะเบียน เช่น รถทูตญี่ปุ่นก็จะเป็น ท44-9999 พื้นแผ่นป้ายเป็นสีขาว(จะสังเกตได้ว่าไม่มีคำว่าสะท้อนแสง ตัวเลข หมายเลขทะเบียนและขีดเป็นสีดำ

6.รถยนต์ของบุคคลในหน่วยงานพิเศษของสถานทูตในคณะผู้แทนทางกงสุล ในองค์การระหว่างประเทศหรือทบวงการชำนาญพิเศษแห่งสหประชาชาติ ซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทยและรถจักรยานยนต์ของบุคคลข้างต้นลักษณะจะเป็นป้ายเหมือนรถทูตแต่มันจะต่างตรงกันที่รถในหน่วยงานพิเศษของสถานทูตจะใช้ตัวอักษร พ ส่วนรถกงสุลจะใช้ตัวอักษร ก และส่วนรถของสหประชาชาติ หรือองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ในประเทศไทยจะใช้ตัวอักษร อ และพื้นแผ่นป้ายเป็นสีฟ้า(สังเกตว่าจะไม่มีคำว่าสะท้อนแสงเหมือนข้อที่5)ตัวอักษรและตัวเลขและขีดเป็นสีขาว ที่กล่าวมาทั้งหมดก็เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ ขนาด และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถ พ.ศ.2547

7.ส่วนแผ่นป้ายสีแดง พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 กำหนดให้ขับขี่ได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตก เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน จะนำมาขับในถนนหลวงไม่ได้เว้นได้รับอนุญาต จุดประการใช้งานของรถป้ายแดงมีอยู่สองกรณีคือรถที่มีไว้รอซ่อมและรถคันนั้นเป็นรถใหม่

 

 

 

ขอบคุณที่มา : สถานีตำรวจภูธรกะทู้ Kathu Police Station



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน